Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
คิดถึงหมาที่ตายไปแล้ว

Reply
Vote
# Thu 10 Oct 2019 : 10:14AM

Godzeus
member
หม้อดีตีแล้วฟิน
Since 2012-12-04 21:26:30
(3651 post)
ความคิดถึงมันจะไม่หายไปง่ายๆครับ

อย่างผมเคยเลี้ยงวิเชียรมาศ ตัวนึงแล้วมันขึ้อ้อนมาก พ่อแม่เรียกมันเป็นลูกเลยแหล่ะ พอมันป่วยตายผมก็เสียใจนะ แต่ผมเอาค;ามทรงจำดีดี ที่นึกถึงมันทีไรก็อารมณ์ดีด้วยซ้ำ

คือผมเข้าใจว่าเรายังเศร้าอยู่ แต่เราไม่ควรจมไปกับความรู้สึกแบบนี้ตลอดชีวิตนะครับ ขั้นตอนยอมรับความเสียใจของคนเรามันจะมีห้าขั้น เราควรจะยอมรับมันแล้วก้าวต่อไปนะครับ

เรื่องจะรับเลี้ยงสุนัขตัวใหม่ไหม ก็ดึงเวลาไว้ก่อนอย่าพึ่งเลี้ยงครับ ให้ทำใจได้แบบคิดว่าความตายของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติก่อนแล้วถ้าอยากเลี้ยงจริงๆ ค่อยคิดใหม่ครับ ที่จริงพอเวลาผ่านไปส่วนใหญ๋ คนจะจำเรื่องความสุขได้มากกว่าความเศร้านะครับ อย่าเป็นคนกลัวความเศร้าแล้วไม่เปิดรับความสุขใหม่ๆเลย



คือถึงเวลาเราควรยอมรับความสูญเสียว่ามันเป็นธรรมชาติ ของชีวิตแล้วเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆความสุขใหม่ๆเข้ามาในชีวิตได้ แล้วความทรงจำก็เก็บแต่เรื่องดีดีไว้คิดถึงแล้วอารมณ์ดีมากกว่า


#กระบวนการทางจิต 5 ขั้นของการเผชิญการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
ตามทฤษฎีการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของบุคคล ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่นำมาสู่ความเครียดอย่างรุนแรง จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญตามมาหลายประการด้วย เช่น ซึมเศร้ารุนแรง จนฆ่าตัวตาย หรือมีอาการทางจิต ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจ จึงขอเสนอกระบวนการทางจิต ในการเผชิญภาวะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เพื่อให้เข้าใจและนำไปใช้ในการดูแลตนเองและบุคคลรอบข้าง ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้
1.#ระยะการปฎิเสธ ในกระบวนการแรกนี้ ทุกคนจะมีความรู้สึกว่า ไม่จริง ไม่อยากจะเชื่อ เป็นไปไม่ได้ อาจมีความผิดพลาดทอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องไม่เป็นความจริง
2.#ระยะโกรธ เป็นกลไกที่เกิดขึ้นโดยมาจากความรู้สึกภายใน จากความเจ็บปวดในการสุญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่เราต้องเผชิญ จะต้องเผชิญต่อไป อาจเกิดได้ทั้งโกรธตัวเอง ที่ไม่สามารถแก้ไขหรือช่วยไม่ให้เกิดการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักได้ และอาจจะโกรธคนอื่นที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทำให้บุคคลอันเป็นที่รักเสียชีวิต หรือแม้กระทั่งบางคนอาจรู้สึกโกรธบุคคลอันเป็นที่รักที่ทิ้งตนด้วยการเสียชีวิตไป
3.#ระยะการต่อรอง เป็นกลไกตามธรรมชาติที่เกิดกับทุกคนในเวลาที่อ่อนแอ บางคนจะเกิดความคิดว่า ถ้าฉันทำตามความเห็นของคนนี้ จะยืดเวลาการสูญเสียต่อไปได้หรือไม่ หรือบางคนอาจรอความหวังจากสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่เราเคารพศรัทธา อฐิษฐานขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง ที่จะทำให้บุคคลอันเป็นที่รักคืนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
4.#ระยะภาวะซึมเศร้า ระยะนี้เป็นระยะสำคัญที่เราต้องเผชิญเมื่อรู้สึกว่าไม่สามารถต่อรองได้แล้ว มันคือความจริงที่ต้องเผชิญ ไม่สามารถต่อรองได้อีกแล้ว บางคนอาจรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า เสียใจมากจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน หรือทำหน้าที่ตามบทบาทของตนที่เคยทำได้ เช่น นอนร้องไห้จนไม่สามารถลุกไปทำงานได้ เศร้าจนไม่อยากกินอาหาร นอนไม่หลับ นอกจากนี้ยังจะมีความรู้สึกกลัว รู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย หวาดหวั่น กังวลว่าต่อไปชีวิตจะเป็นอย่างไร ระยะนี้สำคัญมากที่คนรอบข้าง และผู้ที่สูญเสียต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ประเมินตัวเองและคนรอบข้าง หากเศร้าเสียใจมากจนไม่สามารถทำหน้าที่ ดูแลตัวเองในการทำกิจวัตรประจำวันได้ ไม่สามารถทำงานได้ ต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ มีความคิดอยากตาย บ่นอยากตายตามบุคคลอันเป็นที่รัก มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เวลาดูภาพบุคคลอันเป็นที่รักแล้วร้องไห้ เสียใจจนไม่สามารถมีช่วงเวลาที่มีความสุขได้ต่อเนื่องทั้งวัน ควรต้องได้รับการช่วยเหลือจากบุคลากรสาธารณสุขใกล้บ้านให้เร็วที่สุด บางคนอาจต้องได้รับประทานยาเพื่อช่วยให้นอนหลับ จิตใจแจ่มใส ไม่ซึมเศร้ามากจนไม่สามารถทำงานได้ โดยเฉพาะคนที่พูดว่า “ฉันเสียใจเหลือเกิน ทุกอย่างรอบข้างน่าเบื่อไปหมด อีกไม่นานฉันคงตายตาม” “ฉันคิดถึงผู้ตายเหลือเกิน แล้วจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม” เป็นต้น
5.#ระยะยอมรับ เป็นะระยะสุดท้ายที่บุคคลฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมายอมรับการสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งแต่ละบุคคลอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นกับสติและแนวคิดที่จะนำมาใช้ ในการปรับตัวเพื่อดูแลตนองในการดำรงชีวิตต่อไป ผู้ที่ทำใจยอมรับได้จะมีคำพูดที่ว่า “ฉันโอเคแล้ว” “ชีวิตต้องดำเนินต่อไป”
โดยทั่วไปหากต้องเผชิญการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คนทั่วไปจะสามารถปรับตัวปรับใจในการเผชิญกับภาวะสูญเสียและดำรงชีวิตต่อไปปกติได้ภายนะระวเลา 6 เดือนหลังจากการสูญเสีย หากบุคคลใดยังคงมีอาการโศกเศร้าไม่สามารถลดความรู้สึกหรือดำเนินชีวิจต่อไปได้ปกติ ควรได้รับการรักษาจากจิตแพทย์
#การดูแลตัวเองในช่วงที่ประสบความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและฟื้นคืนสภาพจิตใจ
• ให้เวลาในการปล่อยให้ตัวเองเสียใจได้ แต่ควรที่จะมีใครสักคนที่ไว้ใจได้ได้รับฟังความรู้สึก ปลดปล่อยความรู้สึกเสียใจ ความโกรธ และการร้องไห้
• จัดช่วงเวลาที่สมดุลในการใช้ชีวิตส่วนตัวและกับครอบครัว
• ดูแลร่างกายของตัวเอง ออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
• ให้เวลากับทำกิจกรรมที่หลีกหนีจากความเจ็บปวด ทำในสิ่งที่ทำให้มีความสนุก แม้ว่าจริงๆยังไม่รู้สึกเช่นนั้น
• พยายามทำกิจกรรมการผ่อนคลายหรือการนั่งสมาธิเพื่อช่วยจัดการความเครียดและอารมณ์ที่เศร้าซึม
• พยายามกลับมาทำกิจวัตรประจำวันเหมือนที่เคยทำ ไม่ต้องรู้สึกผิดที่กลับมาทำเหมือนเดิม เพราะมันเป็นส่วนแรกของการฟื้นฟุสภาพจิตใจ
• ไม่ใช้สารเสพติดใดในการทำให้ตัวเองลดความเสียใจเพียงชั่วคราว แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
• ถ้าเป็นไปได้ หลีกเลี่ยงที่จะตัดสินใจเรื่องอะไรบางอย่างในช่วงที่กำลังเศร้าโศกนี้ ยกเว้นว่าผ่านการใคร่ครวญอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว
• พิจารณาหลักธรรมคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือเพื่อนำมาใช้ในการดำรงชีวิจให้จิตใจสงบขึ้น
• บอกในสิ่งที่ต้องการขอความช่วยเหลือจากคนอื่น บางคนอาจต้องการแค่ไหล่เภพื่อซบหน้าร้องไห้ หรือจับมือกันเพื่อให้กำลังใจและผ่านพ้นไปด้วยกัน
• หากจำเป็นอาจไปรับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
• อาจเข้าไปร่วมกับชมรมกิจกรรมกลุ่มที่มีการรวมตัวกันของบุคคลที่อยู่ในภาวะคล้ายกัน เพื่อทำกิจกรรม ประคับประคองจิตใจกัน
Reference
Grief and loss fact sheet.www. Beyondblue.com
On death and dying. Dr. Elisabeth Kübler-Ross And The Five Stages of Grief. http://www.ekrfoundation.org/five-stages-of-grief/
[Edited 3 times Godzeus - Last Edit 2019-10-10 10:19:53]

Reply
Vote




1 online users
Logged In :