Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
Finding Dory ( 2016 ) บทวิจารณ์ภาพยนตร์โดย FallsDownz
FallsDowns at 2016-06-18 17:31:49 , Reads (8897), Comments (12) , Source :

Finding Dory ( 2016 )
Director: Andrew Stanton, Angus MacLane



เป็นที่น่าแปลกใจว่าตัวภาพยนตร์ซึ่งห่างหายไปนานถึง 13 ปี กลับมาครั้งนี้ในนามของ Finding Dory ดันไม่ค่อยมีอะไรที่สดหรือแปลกใหม่เท่าไรนัก องค์ประกอบแทบทุกส่วนของ Finding Dory ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพซีจี การดำเนินเรื่อง ไปจนถึงประเด็นที่สอดแทรกอยู่ในภาพยนตร์บางส่วน ต่างให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดู Finding Nemo อีกรอบหนึ่ง



อาจเรียกได้ว่าเป็นความซวยตั้งต้นของ Finding Dory ที่ต้องวิ่งไล่ตามความสำเร็จและความยอดเยี่ยมของ Finding Nemo ให้ได้ และในด้านของเรื่องราวซึ่งต่อจากภาคแรกแทบจะในทันที ในขณะที่ในโลกแห่งความเป็นจริงเวลาได้ผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงมากนัก

ในด้านของการเล่าเรื่องและกำกับ เห็นได้ค่อนข้างชัดว่าทั้งสองผู้กำกับพยายามใช้จุดเด่นของตัวละครหลักอย่างดอรี่ ซึ่งก็คือความขี้ลืมมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินเรื่องค่อนข้างมาก ปัญหาคือเทคนิคระลึกชาติหรือ Flashback เหล่านี้ มันถูกนำมาใช้บ่อยครั้งเกินไป จนให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแค่กิมมิคๆหนึ่งในการดันเรื่องให้เดินหน้า มากกว่าที่จะเป็นเทคนิคที่โดดเด่นและน่าจดจำจริงๆ



แม้ต้นเรื่องของ Finding Dory จะค่อนข้างชวนหลับ โชคยังดีที่เหล่าตัวละครหน้าใหม่ทั้งหลายกระโดดเข้ามาช่วยได้ทัน ถึงแม้จะไม่ได้มีเรื่องราวที่แปลกอะไรมากมาย แต่ตัวละครเหล่านี้ก็มีเทคนิคและความสามารถเฉพาะตัวมากพอ ที่จะกลายเป็นจุดสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าฉลามวาฬเดสทินี่ วาฬเบลูก้าเบลลีย์หรือเจ้าปลาหมึกแฮงค์

เครดิตส่วนใหญ่ก็ต้องขอยกให้กับแฮงค์ค่อนข้างมาก การออกแบบตัวละคร ทัศนคติ และความสามารถของเขา เป็นเหตุที่ทำให้หลายส่วนของ Finding Dory ดำเนินเรื่องไปได้อย่างราบรื่นและสนุก กระทั่งให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูภาพยนตร์สายลับเลยทีเดียว เอาเข้าจริงแล้วในหลายต่อหลายครั้งเขากลับเป็นตัวละครที่น่าติดตามยิ่งกว่าเจ้าปลาขี้ลืมดอรี่เสียอีก



- ส่วนวิเคราะห์ บทความ Finding Dory (อาจมีสปอย) -




Final Score : [ 6.5 ]


(Click to expand)


แสดงความคิดเห็น
"Nemo" ครับ e ตัวเดียว
View all 1 comments >
แก้ไขแล้วครับผม ขอบคุณที่เตือนนะครับ
อยากให้แก้นิดนึงครับ เดสตินี่เป็นปลาฉลามวาฬครับ ไม่ใช่วาฬเพชรฆาต

ตัวหนังสนุกดีมากสำหรับผม พอๆกับภาคแรก แต่ไม่ตื่นตาตื่นใจเท่า

ประทับใจสุดที่การ์ตูนสั้นแปะหน้าเรื่อง Piper โชว์กราฟฟิกเม็ดทรายได้สุดยอดมากขอคาราวะเลย
View all 1 comments >
แก้ไขแล้วครับผม
Like : W!Ne
ว่าจะไปดู แนะนำหน่อยครับ 3Dกับแบบปกติ ต่างกันมากไหม
View all 1 comments >
ไม่ทราบเลยครับว่า 3D เป็นยังไง เพราะดูระบบปกติ แต่บอกได้ว่าพากษ์ไทยค่อนข้างดีครับ (รู้สึกทีมพากษ์จะทีมเดิมจากภาคแรกเลย)
อ่าน Spoiler แล้วนึกถึงงานของ Agamben นักปรัชญาชาวอิตาลี่ ยังไงไม่รู้ สารภาพว่าแม้หนังจะผ่านมา 13 ปี แต่ผมเพิ่งได้ดูภาคแรกวันนี้เอง แต่ไม่คิดจะไปดูภาคต่อเลย ...
ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอวยเรื่องนีโม่กันจัง ผมดูแล้วก็เฉยๆ
คือดูไปแล้วมันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้าแบบวอลอีนี่ว่าไปอย่าง
ไปดูมาแล้ว 3D บอกเลยว่าลองถอดแว่น ไม่เห็นความต่างแบบชัดๆเลย ปกติภาพมันก็มีมิติอยู่แล้วแต่พอใส่แว่นยิ่งทำให้มันดูชัดขึ้นเฉยๆนิดนึง สู้เรื่องกังฟูแพนด้า 3 ไม่ได้ สนุกดีครับ แต่รู้สึกเบื่อมาลินที่คอยขัดตลอดเวลา แปลกใจที่สุดคือ ทั้งโรงมี3คน
คะแนนรีวิวสวนทางกับเว็บมะเขือเน่าเลย ฮาา

ไม่ความชอบคนละแบบกันก็นักวิจารณ์นอกอวยหนังดิสนีย์แน่ๆอวยกันจนเป็นนิจละสงสัย ฮาา
Rotten ค่อนข้างอวยหนังอนิเมชั่นสไตล์ดูได้ทุกเพศทุกวัยอยู่แล้วครับ อย่าง disney กับ pixar นี่ส่วนใหญ่(น่าจะนะ)จะได้ราวๆ 80++ กันหมด ยกเว้นที่แย่จริงๆอย่าง cars 2 ที่ร่วงลงไป 30กว่า

แต่เอาจริงมันก็เป็นเรื่องความชอบแหละครับ คือในเชิงลึกจริงๆหนังอนิเมชั่นพวกนี้ส่วนใหญ่มันมีเนื้อหา เมสเสจ การสะท้อนแนวความคิดต่างๆที่ค่อนข้างลึกมากนะ ไม่แพ้หนังซีเรียสๆเลยแหละ เพียงแต่ด้วยวิธีนำเสนอที่ต้องให้เด็กดูด้วย มันก็เลยค่อนข้างขึ้นอยู่กับคนดูพอสมควรว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เพราะมันส่งผลถึงความอินกับการตีความลงไปด้วย

อย่างคุณ FallDown เนี่ย แกก็เขียนไว้ในสปอยเลอร์ถึงประเด็นที่น่าสนใจของเรื่องนี้เพราะแกมองเห็นมันในขณะที่หลายๆคนอาจจะมองข้ามตรงนี้ไป แต่ผมเดาจากประสบการณ์ที่เคยถกกับแกเรื่อง inside out ว่าโทนของเรื่องที่มันคิดบวกโลกสวยมากๆน่าจะไม่ถูกจริตแกเท่าไหร่ เพราะแกมีประสบการณ์ดูหนังเยอะและได้เจอกับหนังที่สามารถถ่ายทอดหรือสะท้อนเรื่องในลักษณะเดียวกันได้จริงกว่า มีมิติให้ขบคิดมากกว่า ในขณะที่ถ้ามองโดยทั่วๆไปและคิดถึงผลลัพธ์ต่อเด็กหรือคนที่มีชุดความคิดอีกแบบนั้นมันก็จะให้ผลลัพธ์ต่อความอินได้ไม่เหมือนกัน(แต่ถ้าผมเดาผิดก็ขอโทษนะท่าน ฮ่าๆ)

อย่างผมนี่ถือว่าเรื่องสไตล์นี้ถูกจริตมากๆ และชอบมากๆ แต่ไม่ดีเท่านีโม่ที่ทำได้สุดลิ่มทิ่มประตู แต่ก็เข้าใจกับคะแนนและมุมมองของคุณ FallDown ครับ
Like : FallsDowns
จากที่ได้อ่านตรงสปอยทำให้ผมนึกคิดขึ้นมาได้ว่า สัตว์ทุกตัวที่ช่วย ดอรี่ คือสัตว์ที่มีปัญหาทุกตัวแต่ต่างก็ช่วยเหลือดอรี่ทั้งนั้น