หน้าแรก | เว็บบอร์ด | ข่าวเกม

คำเตือน
ห้ามนำบทความเหล่านี้ไปทำการดัดแปลง, แก้ไข หรือเผยแพร่ต่อไม่ว่าด้วยรูปแบบใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทสรุปและทีมงานเว็บไซต์ Gconsole มิฉะนั้นท่านมีสิทธิถูกดำเนินการฟ้องร้องทางกฏหมาย

 
 
 The Witcher 2 : Assassins of King
 เขียนโดย Decibel per-oxide 2012-04-28], 16:25:50 อ่านทั้งสิ้น 33924 ครั้ง
 แก้ไขโดย : Decibel per-oxide
 

เครื่อง : xbox360
ประเภท : rpg
ค่าย :



BASIC & STRATEGY [ยุทธวิธีการเล่นเบื้องต้น]



Character Development [Ability – Skill]







Witcher Training

สายพื้นฐานของทุกคนที่ต้องเรียนรู้ก่อน เป็น Ability ขั้นพื้นฐานที่ The Witcher ทุกคนต้องมี และต้องอัพจนเต็มหมดก่อนจึงจะสามารถปลดล็อก Ability สายอื่นๆตามมาได้


Swordmanship

สายบู๊ที่เน้นความโจมตีของดาบและการทนทานของร่างกาย ซึ่งจะแบ่งแยกเป็นอีก 3 ทางคือ

Invincible

Combat Acumen

Whirlwind

นั่นคือ Ability ปลายสุดของแต่ละสายนั่นเอง โดยสิ่งที่ต้องเน้นอันดับแรกของผู้ที่เลือกสายนี้ก็คือ Combat Acumen ที่จะปลดล็อคไม้ตายของสายนี้คือ เกท Adrenaline ที่ทำให้สามารถใช้ท่า Finisher Mode ได้นั่นเอง แล้วจากนั้นค่อยไปตามอัพ Ability อื่นๆที่หลัง



Magic

สายเวทย์ที่เน้นความรุนแรงของ Sign หรือเวทย์ของเกมนี้นั่นเอง การอัพความรุนแรงของเวทย์มนต์สายต่างๆนั้นขึ้นอยุ่กับความชอบของผู้เล่นแต่ละคนที่จะชอบแบบไหน ไฟ น้ำแข็ง สายฟ้า ก็แล้วแต่ใจที่คุณจะเลือก แต่ที่ต้องอัพให้ได้ก็น่าจะเป็น Enhanced Quen ซึ่งจะทำให้ Geralt เติบโตในสายนี้จนแข็งแกร่งได้ได้อย่างปลอดภัย สายนี้นั้นเติบโตลำบากก็จริงแต่สายเวทย์นั้นโหดเอาเรื่องอยู่ครับ โดยเฉพาะแค่เวทย์ Aard Sign ระดับ 2 ก็ทำให้ศัตรูใส่กระจายตายเป็นกลุ่มได้อย่างสบาย เพิ่มความสามารถความโหดของ Aard Sign ด้วย Destructive Magic และ Magic Intensificativeไปอีก รับรองโหดสมชื่อ The Witcher เลยล่ะ



Alchemy

นักเล่นแร่แปรธาตุ สายนี้อาจจะด้อยในเรื่องการโจมตีระยะประชิดมากๆ แต่จะเน้นเพิ่มความสามารถต่างๆของเราด้วยการใช้ Potion และ Bomb ในการเสริมความสามารถเพราะสายนี้จะสามารถสร้าง Potion ให้ดีขึ้นลดความเป็นพิษและเป็นผลเสียต่างๆให้ลดลงกว่าเดิมมาก และ Bomb ให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม Alchemy มี Slot Ability แยกสายไปอีกถึง 5 ทางเลย สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเลยก็คืออัพไปจนได้ Mutant ก็จะปลอดล็อคความสามารถ Berserk แล้วอัพ Specialization Potion เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้ Potion ให้ยาวนานขึ้นอีก โดยทุกๆปลายสายของ Ability ทั้ง 5 สายนี้จะทำให้ Geralt สามารถใช้ Potion ได้อย่างระดับเทพโดยยิงดื่ม Potion ที่ติดพิษมากเข้าไปเท่าไหร์ความสามารถ พลังโจมตี และป้องกันในตัวก็จะเพิ่มขึ้นตามเป็นเท่าตัว เทพพอหรือยัง ?



******************************************************************************************



ระบบพื้นฐานของตัวละคร

สำหรับเกมเมอร์ชาวคอนโซลอาจจะไม่คุ้นนักกับภาษาและคำศัพท์ต่างๆในเกม ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานที่ผู้เล่นต้องรู้

ค่า Vitality - เทียบเท่ากับค่า HP หรือพลังชีวิต

ค่า Vigor - (หลอดเหลืองๆใต้หลอด พลังชีวิต) คือ ค่าที่ใช้ในการรับการโจมตีหรือการบล็อกในขณะต่อสู้ ซึ่งมันจะเป็นตัวรับแรงประทะในระหว่างต่อสู้ซึ่งจะผื้นตัวช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับระดับเลเวล ซึ่งเมื่อภูกโจมตีอย่างต่อเนื่องหรือบล็อกอย่างเดียวจนค่า Vigor หมดลงเมื่อไหร์ Geralt ก็จะโดนโจมตีแบบเต็มๆซึ่งก็จะทำให้เขานอนตายภายในไม่กี่คอมโบแน่นอน

Sign – เวทย์มนต์ที่ตัวเอกใช้ในเกมนี้จะไม่ได้เรียกว่า Magic



******************************************************************************************






การเลือกใช้อาวุธที่เหมาะสมในการต่อสู้

ทำไม Geralt ตัวเอกถึงมีดาบถึง 2 เล่ม ไม่ได้พกเอาไว้เท่ๆแต่ว่าแต่ละอาวุธต่างๆนั้นมีผลกับศัตรูแต่ละชนิดไม่เหมือนกันนั่นเอง ในช่วงแรกของเกมนั้น Geralt จะมีดาบแค่ Steel Sword หรือดาบทั่วไป และ Silver Sword ดาบเงินสำหรับ The Witcher

Steel Sword - หรือดาบทั่วๆไปที่หาได้ง่ายๆเหมาะสำหรับ โจมตีศัตรูที่เป็นมนุษย์ คนแคะ หรือ เอลฟ์ แต่จะไม่มีผลเลยกับศัตรูที่เป็นพวกปีศาจ สัตว์ประหลาดต่างๆ


Silver Sword - ในทางกลับกัน Silver Sword ก็มีผลต่อศัตรูที่เป็นมนุษย์ คนแคะ หรือ เอลฟ์น้อยมากหรืออาจจะไม่มีผลอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่จะโจมตีได้ดีกับศัตรูที่เป็นปีศาจ สัตว์ประหลาดต่างๆ


ซึ่งแน่นอนศัตรูทุกชนิดนั้นย่อมมีจุดอ่อน โดยเราสามารถเปิดดูว่าศัตรูตัวไหนแพ้ทางอะไรได้จาก เมนู Attribute ที่อยู่ในเมนู Character Development หรือสามารถหาซื้ออ่านได้จากหนังสือเกี่ยวสัตว์ตัวนั้นๆในร้านหนังสือ หรือ เก็บจากตามทาง



**************************************************************************************



การใช้อาวุธเสริมและตัวช่วยในการต่อสู้

นอกจาก Geralt จะมีดาบอยู่ 2 เล่มแล้วเขายังมีอาวุธเสริมอีกคือระเบิดและกับดัก หลายคนคงไม่อยากจะสนใจมันเพราะคิดว่าขี้เกียจผสม ขี้เกียจหาวัตถุดิบในการทำ แต่ระเบิดหรือกับดักบางอย่างสมารถจัดการศัตรุได้เป็นฝูงโดยที่ต้องไม่ต้องเหนื่อยเลย






ระเบิดและกับดัก (Bomb)

Samum – ระเบิดแบบฟรีที่หาได้ช่วงแรกของเกม ที่มี Stun ติดให้ด้วยเวลาใช้มัน

Grapeshot – ระเบิดที่สร้างความรุนแรงมากที่สุดในแบบเดี่ยวในรัศมีที่แคบ

Devil Puffball – ระเบิดพิษความรุนแรงระดับ 50 %

Dancing Star – ระเบิดลูกไฟที่ทำให้ศัตรูบาดเจ็บแบบต่อเนื่อง

Dragon dream – ระเบิดแก็ส ที่จะระเบิดทันทีถ้าเจอกับไฟตามมา

Zerrikanian Sun – ระเบิดที่ทำให้ศัตรูตาบอด

Flare – ระเบิดแสง ทำให้ศัตรูชงักเพราะแสบตาชั่วครู่ และสามารถใช้ให้แสงสว่างในถ้ำมืดได้ด้วย

Stenchbulb – ระเบิดลดสเตัสศัตรู

Red Haze – ระเบิดที่ทำให้ศัตรุสับสนและเข้าโจมตีกันเอง



**************************************************************************************



น้ำยาเคลือบดาบ (Oil)

การใช้น้ำยาเคลือบดาบก็แค่กดใช้แล้วเลือกดาบที่จะเคลือบเท่านั้น แต่มันจะอยู่นานหรือไม่นั้นแล้วแต่ชนอดของน้ำนาเคลือบ และใช้น้ำยาเคลือบดาบให้เหมาะสมกับศัตรุแต่ละชนิดก็จะทำมห้พวกมันตายได้ถายในดาบเดียวแบบบายๆเลย ซึ่งถ้าใช้ให้เหมาะสมจะทำให้เกิด Critical Effect หรือผลข้างเคียงในการโจมตีเช่น ทำให้ศัตรูติดพิษหรือ เลือดออกไม่หยุด หรือ สตั๊น เคลื่อนไหวไม่ได้ ได้อีกด้วย




โดยมี Oil น้ำยาเคลือบดาบสำคัญๆมีดังนี้

Necrophage oil – เพิ่มพลังโจมตีพวกผีดิบ 20 %

Hanged man venom oil – เพิ่มพลังโจมตีพวกมนุษย์ เอลฟ์ และ คนแคะ 20 %

Specter oil – เพิ่มพลังโจมตีสำหรับพวก Wraith โดยเฉพาะ

Insectoil oil – เพิ่มพลังโจมตีพวกแมลง 20 %

Falka Blood oil – เพิ่มพลังโจมตีให้ดาบ 10 % กับศัตรูทุกประเภท



การดื่ม Potion เสริมพลัง
การดื่ม Potion เพิ่มพลังโจมตีลดพลังโจมตีนั้นสำคัญไม่น้อยสำหรับเกมนี้ เพราะแค่ถ้าคุณดื่มเข้าไปแล้วพลังโจมตีเพิ่มขึ้นอีกแค่ 20% ก็จัดการศัตรูที่อึดๆได้อย่างสบายแล้ว



******************************************************************************************



Potion

เกมนี้เติมพลังยังไง ? แน่นอนทุกคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อนคงต้องถาม เพราะเกมนี้ไม่สามารถดื่มกินยาเติมเลือด เติม HP ได้ตรงๆด้วยการกดใช้ (USE) แบบธรรมดาสามัญได้ (ทำไม ? นั่นคือคำถามสำหรับผมมาโดยตลอด)

โดนใน Ver.Xbox360 นั้นต้อกดปุ่ม LB เรียกเมนูขึ้นมาแล้วเลือก Drink Potion โดยที่ แต่ละชนิดจะมีผลเสียมากน้อยแตกต่างกันไป โดยในเกมจะมี Potion สำคัญๆ และจำเป็นดังนี้



Swallow
ข้อดี - เพิ่มค่า Vitality หรือ นี่เป็นยาเติมพลังชีวิต HP อย่างเป็นทางการของเกมนี้แหละครับ

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และมีความเป็นพิษน้อยมาก



Cat
ข้อดี - ดื่มแล้วมองในที่มืดได้ดีและสามารถทำให้มองทะลุกำแพงได้ด้วย

ข้อเสีย – ทำให้พลังโจมตีลดลง 10 %

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Potion Rook เข้าไปหักล้าง



Gadwar
ข้อดี – ทำให้อัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้น

ข้อเสีย – ทำให้การโจมตีลดลง 40 % และค่า Vigor ลดลง 1 ขีด และมีความเป็นพิษสูงมาก

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Rook หรือ Tawny Owl



Tawny Owl
ข้อดี – ทำให้ค่า Vigor ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆมากไปกว่าหาวัตถุดิบในการผสมยากมาก



Rook
ข้อดี – ทำให้พลังโจมตีด้วยดาบเพิ่มขึ้น 10 %

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และมีความเป็นพิษน้อยมาก



Wolf
ข้อดี – ทำให้มีโอกาสติด Critical Effect 15 %

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และมีความเป็นพิษน้อยมาก



Golden Oriole
ข้อดี – เพิ่มอัตราการป้องกัน Critical Effect 30 %

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และมีความเป็นพิษน้อยมาก



Tiara
ข้อดี – เพิ่มอัตราการป้องกันของ Armor 1 ขีด และ ช่วยชะลอการลดลงของเกท Vigor

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และมีความเป็นพิษน้อยมาก



Stammelford’s Philtre
ข้อดี - เพิ่มพลังโจมตีของเวทย์มนต์

ข้อเสีย – ทำให้พลังชีวิตลดลง 50 % (ถ้าไม่ไวเป็นลิงก็อย่าไปเสี่ยงเลยครับ)

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Swallow เข้าไปหักล้าง



Maribor Forest
ข้อดี – เพิ่มพลังโจมตีของเวทย์มนต์มากขึ้น

ข้อเสีย – ทำให้พลังชีวิตลดลง 70 % และ ลดอัตราการป้องกัน Critical Effect 25 % และมีความเป็นพิษสูงมาก

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Swallow หรือ Wolf เข้าไปหักล้าง



Lapwing
ข้อดี – ทำให้ค่า Vigor ฟื้นฟูระดับสูง

ข้อเสีย – ทำให้พลังชีวิตลดลง 70 % และ ลดอัตราการป้องกัน Critical Effect 25 %และมีความเป็นพิษสูงมาก

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Swallow หรือ Golden Oriole เข้าไปหักล้าง



Virga
ข้อดี – เพิ่มอัตราการป้องกันของ Armor 20 % และ ทนทานต่อ Critical Effect ของศัตรู 75%

ข้อเสีย – ทำให้โอกาสการเกิดของเราลดลง 25 %

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Wolf เข้าไปหักล้าง



White Raffard Decoction
ข้อดี – เพิ่มค่าพลังชีวิต 50 %

ข้อเสีย – ลดความเสียหายจากดาบ 30 % และ มีความเป็นพิษสูงมาก

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Rook เข้าไปหักล้าง



Brock
ข้อดี –การใช้งานข้อดีและข้อเสียทุกอย่างเหมือนกับ Wolf ทุกประการ



Petri Philter
ข้อดี – เพิ่มพลังโจมตีของเวทย์มนต์มากขึ้น

ข้อเสีย – ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ นอกจากพลังโจมตีด้วยเวทย์ลดลงนิดหน่อยแค่นั้นเอง



Thunderbolt
ข้อดี – เพิ่มพลังโจมตีทุกชนิด 20 %

ข้อเสีย – พลังชีวิตและอัตราการฟื้นฟูลดลงอีกอย่างละ 50 % และมีระดับของความเป็นพิาสูงที่สุด

วิธีแก้ไขผลข้างเคียง – ดื่ม Swallow เข้าไปหักล้าง



******************************************************************************************





.

บทสรุป The Witcher 2 : Assassins of King


BY - Decibel per - oxide





….กล่าวถึงเหตุการ์ณในเรือของกษัตริย์ Demavend ที่กำลังมีงานฉลองรื่นเริง แต่ได้มีนักฆ่าปริศนาลอบขึ้นมาบนเรือแล้วใฃ้เวทย์น้ำแข็งฆ่าทุกคนจนหมดก่อนที่จะเข้าไปสังหาร King Demavend อย่างเหี้ยมโหดแล้วหนีลงน้ำไปอย่างไร้ร่องรอย และเหล่ากษัตริย์มากมายก็ถูกลอบสังหารต่อเนื่องกันอีกโดยคนที่ถูกเรียกว่า Kingslayer



Prologue


ในขณะเดียวกัน ที่ป่าแห่งหนึ่งใกล้ปราสาท La Valette ทางด้าน Geralt of Rivia ก็โดนทหารไล่ล่าจนบาดเจ็บล้มลงหน้าค่ายทหาร Blue Stripes และถูกจับตัวไปสอบสวนด้านใน โดยหัวหน้าหน่วย Blue Stripes Vernon Roche เขาพยายามถามความจริงถึงเหตุการ์ณทั้งหมดที่เกิดกับ พระราชา Foltest แห่ง Temmeria ที่โดนลอบสังหาร ซึ่ง Geralt ก็เล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่นานนี้ให้ฟัง….






*****************************************************************



- ปราสาท La Valette -




Geralt ที่กำลังแอบนัวเนียอยู่กับ Mary Louisa ถูกทหารยามขัดจังหวะเพื่อให้เข้าพบพระราชา Foltest พระองคืกำลังเข้าบุกประชิดกำแพงเมืองของปราสาท La Valette โดยเป้าหมายคือชิงตัวเอาลูกของเขาคืนมา โดยจะให้ Geralt ตามอารักขาเขาในขณะออกรบ จากนั้นก็ตามกองทหารของพระราชาออกไปด้านหน้ากำแพงได้เลย





เรียนรู้ระบบการต่อสู้เบื้องต้น
A – โจมตีเบาแบบคอมโบ

B – กลิ้งตัวหลบ

X – โจมตีหนัก

Y – ใช้เวทย์มนต์

LT –

RT – การ์ด

LB – เลือกใช้เวทย์มนต์ที่มี กับ ไอเทม และเปิดเมนูเสริมต่างๆดังนี้

Alchemy – ใช้ผสมสิ่งของต่างๆ อาวุธ ชุดเกราะ ไอเทม โดยต้องใช้แบบแปลนในการสร้างด้วย

Character – ดูสเตตัส Skill ของตัวละคร

Drink Potions – ใช้ Potion ที่มีผสมกันให้ได้แบบใหม่ๆขึ้นมาและดื่ม Potion ทุกชนิดได้ในเมนูนี้เท่านั้น

Wait / Rest - คำสั่งการพักผ่านจะทำให้เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเวลาที่ต้องการได้

RB – ใช้อาวุธเสริมต่างๆ ระเบิด มีดสั้น

LS – แกนอนนาล็อกซ้าย กดลงตรงๆจะเป็นการ Search หาไอเทมที่มองไม่เห็นในพื้นที่

ปุ่มทิศทาง D – Pad Shotcut ในการใช้อาวุธ

ขึ้น – ใช้อาวุธ

ลง – เก็บอาวุธ

ซ้าย – ใช้อาวุธมือซ้าย

ขวา –ใช้อาวุธมือขวา






ลุยตาม King Foltest เข้าไปตามทางกำแพงด้านหน้าปราสาท ลงไปที่เครื่อง Ballista ที่ยิงไม้แหลมด้านล่าง เข้าไปจัดเตรียมการยิงสลับกับจัดการศัตรูที่ออกมาให้หมดแล้วยิงเครื่อง Ballista ไปทำลายประตูทางเข้ากำแพงด้านใน คุมกัน King Foltest เข้าไปจนถึงหอคอยสูงจะพบ Aryan La Valette อยู่ด้านบน


เขาจะสั่งให้ Geralt ปีนขึ้นไปจัดการทำให้มันยอมแพ้ซะ ลุยทหารขึ้นไปจนถึงหอคอยด้านบนจะพบ Aryan พูดจนเขายอมแพ้และวางอาวุธลง แล้วลุยต่อไปด้านในจนพบ มังกร ออกมาโจมตีจน Geralt ต้องคุ้มกัน King Foltest เข้าไปด้านในจึงจะพ้น เข้ามาจนถึงประตูชั้นในของปราสาทที่ปิดอยู่ ในขณะที่ King Foltest สั่งทหารรีบทำลายประตูเข้าไป เขาก็ยังสั่งให้ Geralt หาทางเข้าอีกด้านเพื่อเข้าไปเปิดประตูนี้จากด้านในด้วย



จากประตูทางเข้าใหญ่ เดินย้อนเข้ามาในเมืองจะพบเควสย่อยแรก WOE To Vanquished ที่ขึ้นมาให้ทำ ด้วยการเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยระหว่างทหารของ Temmeria ที่รังแกชาวเมือง La Valette หรือช่วยทหาร ของ Temmeria จัดการทหารของ La Valette ตามจุดต่างๆในเมืองให้หมด จากนั้นค่อยเดินลงไปขนถึงช่วงล่างของเมืองจะพบทหารศัตรูนำเอารถเข็นมากั้นช่องทางเอาไว้ และจะเริ่มมีจุดเป้าหมายสีเหลืองขึ้นมาในแผนที่ อ้อมไปอีกด้านจนถึงจุดเหลืองเข้าไปในบ้านกด Y ใช้เวทย์ทำลายพนังทะลุออกไปหลังบ้านจะพบทหารกำลังคุ้มกันบ่อน้ำบาดาลอยู่ เข้าไปจัดการพวกมันให้หมดแล้วลงไปในบ่อน้ำบาดาลจะพบว่าเป็นเส้นทางลับใต้ปราสาท


ลงมาตามท่อระบายน้ำใต้ดินที่เป็นเส้นทางลับใต้ปราสาท จะพบพวกตัวประหลาดมากมายที่เข้ามาโจมตี ลุยเข้าไปด้านในจนถึงบันไดขึ้นชั้นบนจะออกมาที่ด้านในหอคอยของปราสาท เข้าไปตามทางปีนกำแพงด้านขวาออกมาที่ประตูฝั่งขวาของปราสาท จัดการทหารให้หมดแล้วเข้าไปด้านใน จะพบห้องควบคุมที่ประตูปิดอยู่ เลยออกไปที่ทางเดินหน้าประตูก่อนแล้วจัดการหัวหน้าทหารเก็บเอากุญแจกลับมาไขเข้าห้องควบคุม หมุนคันโยกเปิดประตูใหญ่ กองทัพของพระราชา Foltest ก็จะตามเข้ามาได้แล้ว




ราชา Foltest และ Geralt จะเข้าไปในวิหารด้านในของปราสาท La Valette เพื่อเข้ามาพบ Arthur Tailles และ Arcpriest เพื่อถามถึงพวกลูกๆของพระองค์ที่ถูกซ่อนเอาไว้ แต่ Tailles และ Arcpriest ไม่ยอมบอกอะไรมากจนทำให้ Geralt ต้องพา ราชา Foltest เข้าไปค้นหาที่ด้านในต่อ ระหว่างทาง ราชา Foltest , Geralt และ Vernon โดนมังกรเข้าโจมตีจนทางขาดต้องผลัดกับ Vernon Geralt จึงรีบพา ราชา Foltest หนีเข้าไปจนถึงปราสาทด้านใน เมื่อขึ้นไปชั้นบนของปราสาทจะพบ Boussy และ Anais ลูกทั้ง 2 คนของพระองค์อยู่อย่างปลอดภัยกับนักบวชชราคนนึง ราชา Foltest บอกให้ลูกของพระองค์รีบหนีไปก่อน ในขณะที่กำลังพุดคุยกันอยู่ ปรากฎว่านักบวชชราคนนั้นเป็นนักฆ่าปลอมตัวมาแล้วจัดการสังหาร ราชา Foltest ได้สำเร็จโดยที่ Geralt ไม่สามารถช่วยพระองค์ไว้ทัน มันโดดหน้าต่างหนีไปได้แต่ Geralt กลับต้องถูกป้ายความผิดเป็นผู้ต้องสงสัยในการสังหารพระราชาและถูกตั้งข้อหาให้เป็น Kingslyer ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้



**********************************************************


Vernon เองก็หลังจากพยายามสอบสวน Geralt อย่างหนัก ด้วยเพราะหน่วยของเขาต้องการจะล้างแค้นให้ราชาของเขา ในขณะที่ Vernon ก็เชื่อใจในความสื่อสัตย์ที่ Geralt มีต่อราชา Foltest มาแต่ก่อนเขาจึงวางแผนให้ Geralt หลบหนีไปเพื่อช่วยกันสืบหาจัดการกับฆาตกรตัวจริงให้ได้ โดยเขาจะให้กุญแจกับ Geralt และจะไปรอที่ท่าเรือให้ Geralt หาทางหนีเอาเอง จากนั้น Geralt ก็ใช้กุญแจและโอกาสที่ได้จัดการผู้คุมแล้วเก็บอาวุธเท่าที่หาได้หน้าห้องขัง แล้วลอบออกไปจากคุกใต้ดินทันที



La Valette Castle Dungeons





ตามทางในคุกใต้ดินนั้นสามารถดับไฟเพื่อพรางตัวลอบจัดการยามได้ด้วย ลอบเข้าไปตามทางจนถึงด้านในจะพบ Aryan La Valette ที่กำลังโดนคุมตัวเข้าห้องขังแต่ Aryan ก็ฉวยโอกาสจัดการทหารจนหนีออกมาได้ Geralt จึงรีบเข้าไปช่วย ถึงแม้ Aryan จะเป็นศัตรูกับ Geralt แต่ตอนนี้เขาก็จำเป็นต้องให้ Geralt พาหนีออกไปก่อน Aryan นั้นบาดเจ็บเขานั่งรอให้ Geralt เข้าไปจัดการทหารที่ 2 ห้องด้านในให้หมดก่อนแล้วค่อยกลับมารับตัว Aryan พยุงเขาขึ้นไปห้องด้านบนเขาจะเปิดทางลับที่เก็บดินปืนของปราสาทนี้ โดยเขาจะชี้ทางออกไปที่ทาเรือให้ Geralt หนีไปก่อนที่เขาจะจุดระเบิดทำลายไปพร้อมกับปราสาทที่กำลังเดิมไฟไหม้ไปทั่ว Geralt ฉวยโอกาสที่ทหารกำลังวุ่นวายหลบออกไปจนถึงท่าเรือได้สำเร็จ เขาจะพบ Vernon และ Triss เอาเรือมารับแล้วทั้งหมดก็จะหนีออกจาก ปราสาท La Valette ที่กำลังลุกไหม้และระเบิดเป็นจุลได้ในที่สุด



ACT I


………..……….. 4 เดือนต่อมา ……………………..




…Kingslyer Letho ฆาตกรฆ่ากษัตริย์ตัวจริงได้เอาหัวของพระราชาที่เขาฆ่าเอาไปให้ Iorveth หัวหน้าทหารของ Elf ดูเพื่อหมายที่จะข่มขู่ปนขอร้องให้ยอมช่วยจัดการพวกของ Geralt ที่กำลังผ่านทางมาในอีกไม่นาน …



.. เรือของ Vernon พาทุกคนเดินทางมาจนถึงเมือง Flotsam เพื่อเข้าพบ Bernard Loredo เจ้าเมือง Flotsam เพื่อจะหารือเกี่ยวกับเรื่องฆาตกรฆ่ากษัตริย์ก่อนที่จะรุกรามใหญ่โต แต่เรือก็เข้ามาได้แค่ป่ากลางหนองน้ำใกล้ๆเมือง ทั้งหมดจึงต้องลุยน้ำเข้าไปต่อ ระหว่างทางจะเจอกับกองทัพ Elf ของ Iorveth ที่ทั้งยิงเวทย์และธนูใส่จนทำให้ Triss ต้องกางบาเรียบป้องกันจนเธอต้องบาดเจ็บ Vernon จะแบก Triss หนีเข้าไปที่เมืองข้างหน้าส่วน Geralt ต้องจัดการศัตรูที่บุกเข้ามาให้หมดจนถึงทางเข้าเมือง Flotsam









เมือง Flotsam




เข้ามาแล้วสำรวจให้ทั่วๆแล้วมาที่ลานกลางเมืองจะพบ Dandelion และ Zoltan Chiway ชาว Dwarf เพื่อนเก่าของ Geralt 2 คนกำลังจะโดนแขวนคอ Geralt จึงต้องเข้าไปเจรจา พยายามเลือกพูดจนกว่าทหารจะยอมปล่อยตัวทั้ง 2 คนให้ได้ จากนั้นทุกคนจะเข้าไปที่บาร์ในโรงแรม ** ที่หน้าบาร์มีป้ายรับงาน เควสย่อยอยู่มากมายถ้าอยากทำก็เก็บมาทำได้เลย **



หลังจากทำทุกอย่างจนพอใจแล้วก็ค่อยเข้าไปคุยกับเพื่อนทุกคนในบาร์ คุยจบจะเกิดเหตุการ์ณที่มีมอนสเตอร์เข้ามาบุกเมือง ทุกคนจึงออกไปดูที่ท่าเรือจะพบมอนสเตอร์ที่เป็นปลาหมึกที่มีหนวดขนาดใหญ่กำลังจะเข้ามาโจมตีเมือง แต่นักเวทย์คนนึงได้เข้ามาช่วยจัดการมันจนมันหนีไปได้ เข้าไปคุยจะพบกว่าเธอคือ Sile de Tansarville เพื่อนของ Triss นั่นเอง Sile จะบอกว่ามอนสเตอร์ยักษ์ที่ว่ามันชื่อ Kayran ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทย์มนต์จากใครคนนึง จากนั้นพวกพ่อค้าที่เดือดร้อนจากการออกเดินเรือจึงตั้งค่าหัวของ Kayran ทันที ทำให้พวกของ Geralt และ Sile เริ่มสนใจขึ้นมาทันที



ระบบการรับเควส

เควสต่างๆในเกมนี้จะประกอบด้วย เควสหลักและเควสย่อย เหมือนเกมแนวเดียวกันทั่วๆไปแต่ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีจุดหมายกำหนดให้ในแผนที่ต้องอาศัยการอ่านแล้วทำตามเงื่อนไขที่เควสบอกเอาเอง รวมทั้งเควสทั้งหมดไม่ได้ถุกแยกแยะให้เป็นสัดส่วนจึงทำให้ทั้งเควสหลักและเควสย่อยปะปนรวมกันจนหมด หรือ บางครั้งเควสหลักก็จะมีเควสย่อยเป็นทางเลือกทำเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย ฉะนั้นสิ่งที่ผู้เล่นต้องทำเป็นพิเศษคือ จดจำเควสหลักและย่อยให้ดีๆและยังต้องอ่านและตีความหมายเงื่อนไขในการทำเควสให้ออกด้วย


ซึ่งตอนนี้จะมีเควสที่เกี่ยวกับการจัดการเจ้า Kayran ขึ้นมาใหม่ 3 เควส คือ

1. The Kayran

2. The Kayran Ostmurk

3. The Kayran A Matter of Price

ซึ่งจริงๆแล้ว 3 เควสนี้มันเกี่ยวข้องและต่อเนื่องกัน



The Kayran Ostmurk

ให้เลือกกำหนดไปที่เควส The Kayran Ostmurk ก่อน จะมีจุดเหลืองขึ้นมาให้ไปคุยกับ Triss ที่จุดนัดพบเธอจะนำทางพาไปที่ริมทะสาปที่มีซากเรืออยู่ ที่นี่จะเต็มไปด้วยม่านพลังเวทย์ปิดกั้นอยู่ จัดการศัตรูให้หมดแล้วไปสำรวจไข่ของ Kayran แล้วเก็บไอเทมกลับมา จากนั้นไปที่จุดเหลืองคุยกับ Cedrit ชาว Elf ที่อยู่บนต้นไม้ในป่าด้านนอกเมือง คุยจบแล้วมุ่งหน้าไปที่จุดเหลืองในแผนที่จนถึงถ้ำน้ำตก เข้าไปด้านในที่เต็มไปด้วยพวกมอนสเตอร์ ลุยเข้าไปจนสุดทางเก็บไอเทม Mongoose ที่เป้าหมายกลับออกมาจากถ้ำ แล้วกดปุ่ม LB เรียกเมนูขึ้นมากดไปที่เมนูวงกลมตรงกลางเพื่อเข้าไปที่เมนู Alchemy จะทีเมนูในการผสม Mongoose ขึ้นมา จัดการผสมมันจะได้ Potion Ostmurk มา



ตอนนี้จะมีจุดเหลืองขึ้นมาในแผนที่ตรงโรงแรมในเมือง กลับเข้าไปคุยกับ Sile de Tansarville ที่ห้องชั้น 2 ของโรงแรม(ขึ้นบันไดด้านหน้าโรงแรม) สอบถามให้หมดแล้วเมื่อตอบข้อแรกเพื่อเดินทางไปปราบ Kayran เธอจะให้ไปตกลงราคากับผู้ว่าจ้างอีกทีก่อน เดินออกไปที่ท่าเรือจนสุดด้านในจะพบ Gaspar ผู้ว่าจ้างอยู่ คุยกับเขาตรงนี้สามารถใช้พลังจิตทำให้เขาให้เงิน 2 เท่าสำหรับค่าจ้างได้ด้วย จากนั้นกลับไปคุยกับ Sile de Tansarville ที่ห้องชั้น 2 ของโรงแรมตอบข้อแรกเพื่อออกเดินทาง Sile จะพามาที่ชายฝั่งทะเลสาปเธอจะเข้าไปยืนบนซากสะพานแล้วให้ Geralt ลงไปที่ทะเลสาปด้านล่าง เธอจะใช้เวทย์ทำให้ม่านพลังเวทย์บาเรียในพื้นที่ออกจะทำให้เห็นตัว Kayran ปรากฏออกมา



Boss Kayran วิธีจัดการมันคือให้ใช้เวทย์กับดัก YRDEN วางที่พื้นตรงที่หนวดที่มีเมือกสีแดงจะฟาดลงมา เมื่อหนวดฟาดมาโดนมันจะโดนช็อตติดกับพื้นให้เข้าไปฟันมันจนขาดได้ จัดการฟันให้หมด 3 หนวดที่มีเมือกแดง




แล้ว Kayran จะโดนซากสะพานทับเอาไว้ หลบการโจมตีของมันขึ้นไปบนซากสะพานด้านบนตัวมันให้ได้ Geralt ก็จะโดดเอาระเบิดเข้าไปยัดปากมันจนระเบิดตายได้สำเร็จ จากนั้นกลับไปหา Gaspar ผู้ว่าจ้าง เพื่อรับรางวัลได้เลย [ได้เงิน 1000 G Kayran Trophy (สวมใส่ได้) และแบบแปลนชุด Kayran Skill Armor ]



Indecent Proposal

ตามเควส Indecent Proposal ซึ่ง Bernard Loredo เคยเชิญพวกของ Geralt ไปที่บ้านของเขา เข้าไปที่บ้านของ Bernard Loredo ตามจุดหมายที่ขึ้นมาให้ แต่ทหารยามจะบอกให้มา 21.00 น ถ้าขี้เกียจรอเวลา ก็กด LB เลือกไปที่ Wait / Rest เลือกช่วงเวลา Midnight เป็นตอนกลางคืน แล้วยามก็จะให้เข้าไปได้ (แต่ต้องฝากอาวุธเอาไว้ที่กล่องด้านนอก) เข้าไปแล้วเมื่อ Vernon เห็นเครื่องยิง Ballista เขาไม่อยากให้ Loredo นั้นได้เปรียบในน่านน้ำนี้แค่คนเดียวจึงให้ Geralt ไปจัดการกับ Ballista ซะก่อน ไปคุยกับหญิงบริการให้เงินเธอไป 50 ให้เธอไปล่อยามออกมาจากเครื่องยิง Ballista แล้วเช้าไปหยิบเอาแกนหมุนของเครื่องมาซะเลย



จากนั้นตาม Vernon เข้าไปที่บ้านของ Loredo แต่ยามหน้าบ้านก็จะไม่ให้เข้าอีก เข้าไปคุยกับ Vernon ให้เขาไปล่อยามออกมาคุยแล้วรีบลอบจัดการยามที่ทางเดินหลังบ้านก็จะเข้าบ้านทางด้านหลังได้ ( ซึ่งไม่ว่าจะถูกจับได้หรือไม่ก็ได้เข้าแน่อยู่แล้ว ) เข้าไปพบ Bernard Loredo ที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านกำลังคุยวางแผนอยู่กับ Sile de Tansarville Vernon พยายามเตือนถึงภัยร้ายของ Kingslyer แต่ดูเหมือน Loredo จะไม่สนใจอะไรมากเพราะความเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองสูงนั่นเอง แต่เขาก็ยอมจะช่วยถ้าพวกของ Geralt ทำงานให้เข้าชิ้นนึงคือไปจับตัว Iorveth มาให้เขาก่อน โดยให้ Zoltan เพื่อนชาว Dwarf ของ Geralt มาช่วยด้วย ซึ่ง Geralt ก็ตกลงจะทำให้ คุยจบแล้วออกมานอกบ้าน (อย่าลืมเอาอาวุธที่ฝากไว้ในกล่องหน้าบ้านคืนมาด้วยล่ะ) ออกมาด้านหน้าบ้านจะพบ Triss เพื่อทำเควส The Assassin King ต่อเลย



** เควสที่ห้ามพลาดคือ เควส Witcher Silver Crafting คือเควสตีดาบ Silver Sword ของ Geralt ที่หายไปมาใหม่ ถึงตรงนี้ก็จะมีวัตถุดิบครบพอจะตีดาบเงินใหม่ได้แล้ว ซึ่งก็จะทำให้มีดาบสองเล่มไว้ใช้ได้ด้วย **


The Assassin King

เมื่อออกมาจากบ้านของ Triss จะเข้ามาบอกข่าวว่ามือขวาของ Iorveth นั้นตอนนี้ถูกจับอยู่บนเรือถ้าลอบเข้าไปคุยได้อาจะทำให้รู้อะไรมากขึ้นเกี่ยวกับ Iorveth ไปจนถึงเจ้า Kingslayer ได้ด้วย จากนั้นเดินไปที่ท่าเรือตรงที่รับรางวัลจาดพ่อค้านั้นแหละ เข้าไปที่เรือด้านในทหารจะไม่ยอมให้เข้าแต่ Geralt จะอ้างว่า Loredo สั่งให้มาทหารจึงยอมให้เข้าไป เดินลงไปจนถึงชั้นล่างของเรือจะพบ Cieran aep Easnillen นอนบาดเจ็บอยู่ จน Geralt ต้องใช้เวทย์มนต์ (Axii) ช่วยรักษาให้จนทำให้ Cieran หายดี แต่เขาก้ไม่เชื่อใจ Geralt พอที่จะพูดทุกอย่างออกมา ซึ่งคุณจะพูดข่มขู่ โน้มน้าว หรือใช้ เวทย์มนต์ (Axii) บังคับให้มันพูดออกมาก็สุดแล้วแต่คุณ เมื่อทำให้เขาพูดจนได้แล้วจะทำให้รู้ว่า Kingslayer นั้นชื่อ Letho ซึ่งมันเคยสังหารกษัตริย์มาแล้วทั้ง Demavend (ตอนต้นเรื่อง) และ Foltest มันเคยมาขอการสนับสนุนจาก Scoia ‘ tael ของ Iorveth แต่เมื่อมันฆ่า Foltest ไปแล้วมันดันจะย้อนกลับมาจัดการกับ Iorveth พื่อยึดเอา Scoia ‘ tael มาเป็นของมัน ซึ่งเขาบาดเจ็บเพราะไม่เห็นด้วยกับ Letho และลุกขึ้นต่อต้านจนพวกเขาต้องตายหมดที่สวนแห่งเอลฟ์ Roses of Remembrance ซึ่ง Geralt จะต้องไปตรวจดูที่นั่นโดยที่ Triss จะขอเดินทางไปด้วย ซึ่งคุณจะยอมให้ไปหรือไม่ก็ได้



ภารกิจ Roses of Remembrance
- ถ้าคุณไม่ยอมให้ Triss เดินทางไปด้วย ก็เดินทางไปตามจุดหมายที่ขึ้นมาทางน้ำตกแล้วขึ้นไปทางด้านซ้ายจะมาที่สวนด้านบน เก็บดอกไม้สีม่วงที่รูปปั้นกลับมาให้ Triss ก็เป็นอันจบ

- แต่ถ้าคุณยอมให้ Triss เดินทางไปด้วย ก็จะมีเหตุการ์ณสู้กับโจรป่าเสริมเข้ามาและมันจะนำพาให้ Geralt และ Triss ตกลงไปบ่อน้ำของเอลฟ์ซึ่งคุณก็สามารถจะเลือกที่ทำสงครามในน้ำกับ Triss ได้



หลังจากได้ Roses of Remembrance มาแล้ว กลับไปคุยกับ Zoltan ที่โรงแรม เลือกตอบ I need to find Iorveth ซึ่ง Zoltan นั้นมีเอี่ยวกับพวก Scoia ‘ tael แต่เขาก็ยอมพาไปที่จุดนัดพบ ซึ่งแม้จะมี Zoltan มาด้วยแต่ก็โดนพวก Scoia ‘ tael ต่อต้านอย่างหนักเมื่อทั้งคู่พยายามจะขอพบ Iorveth ผู้นำของเขา แต่พวกมันก็พาไปที่นัดพบอยู่ดี แต่เป้นนัดพบกับตัว Arachas แทน ทั้งค่ถูกหลอกให้มาปล่อยที่รังของ Arachas จนต้อมวิ่งหนีมาตั้งหลักด้านในก่อนแล้ว Geralt ก็จะต้องไปสู้กับมัน



Boss – Arachas ซึ่งจะมีเกราะหนาที่แสนจะทนทาน วิธีจัดการกับมันก็ต้องใช้น้ำยาเคลือบดาบ Insectoil oil ที่เพิ่มพลังโจมตีพวกแมลงอีก 20 % มาเคลือบดาบแล้วเข้าไปฟันมันจากด้านข้างและด้านหลังเท่านั้น และมี Zoltan ร่วมสู้ด้วยแล้วก็เอาชนะได้ไม่ยากมากนัก

เมื่อจัดการ Arachas ได้แล้ว Iorveth และ พวก Scoia ‘ tael ถึงจะออกมาคุยด้วย ซึ่งการคุยกับ Iorveth นั้นต้องเลือกตอบดีๆเพราะเขายังมอง Geralt เป็นศัตรูอยู่ ให้เลือกตอบว่า Letho want you Dead เพื่อเตือนเข้าถึงแผนร้ายของ Letho และเล่าทุกอย่างที่รู้จาก Cieran ซึ่งทำให้ Iorveth เริ่มเชื่อและตกลงจะพา Geralt ไปหา Letho ในป่าเอลฟ์ด้านใน


** ก่อนจะตกลงไปกับ Iorveth อะไรต้องทำ Side Quest ต่างๆของ Act 1 นี้ถ้าอยากทำต้องทำให้หมดเพราะถ้าผ่านแต่ละ Act ไปแล้วมันจะย้อนกลับมาทำไม่ได้อีกแล้ว **


เมื่อเดินทางไปกับ Iorveth เขาจะให้ Geralt แกล้งจับเขามันเพื่อตบตาหลอก Letho เมื่อทั้งคู่เดินทางเข้าไปในป่าจนพบ Letho ที่ฐานของรูปปั้น ซึ่ง Geralt นั้นแปลกใจที่เขาดูเป็นมิตรมากกว่าศัตรูและดูเหมือนจะมีความทรงจำบางอย่างของ Geralt ที่ยังหลงลืมเรื่องราวระหว่างเขากับ Letho อยู่ แต่ระหว่างนั้นเอง Vernon และกองทหาร Blue Stripes ที่ซุ่มอยู่ก็เข้าจู่โจมทันที และ Iorveth จะขอให้ส่งดาบให้เขาเพื่อตัดเชือก ซึ่งตรงนี้สามารถเลือกได้ว่าจะส่งดาบให้เขาหรือไม่

- ถ้าเลือก ส่งดาบให้ Iorveth เขาจะตัดเชือกแล้วหนีไปซึ่งจะทำให้เกิดสงครามใน เมือง Flotsam

- ถ้าเลือก ไม่ส่งดาบให้ Iorveth เขาก็จะโดน Vernon จับไปและมีการเลี้ยงฉลองใหญ่ใน เมือง Flotsam

[โดยผมจะเขียนตามทางเลือกที่ผมเลือก ซึ่งก็คือ ส่งดาบให้ Iorveth]

ไม่ว่าจะเลิกทางไหนสุดท้าย Geralt ก็ต้องปะทะกับ Letho ในที่สุด Boss Letho อันตรายสุดๆมีทั้งเวทย์และระเบิดสารพัดที่มันงัดออกมาสู้ เมื่อพยายามสู้กับมันจนพลังชีวิตมันลดครึ่งนึงแล้ว Geralt ก็ต้องพลาดท่าเสียทีกับ Letho ในที่สุด แต่มันไม่คิดจะฆ่า Geralt ได้แต่เดินจากไปพร้อมทั้งบอกว่าจะไปตามหา Triss เพื่อให้พาเขา Tellepot วาร์ปเดินทางไปที่ Aedirm ต่อ จากนี้จะมีใครมาช่วย Geralt ระหว่าง Iorveth หรือ Vernon ก็สุดแล้วแต่คุณจะเลือกทำที่จะให้ดาบกับ Iorveth หรือเปล่านั่นแหละ เมื่อลุกขึ้นได้เก็บดาบและระเบิดแถวๆนี้มาให้หมดแล้วรีบเดินทางกลับไปที่หา Triss ที่ เมือง Flotsam ทันที









Where is Triss Merigold ?

เดินทางกลับมาที่เมือง Flotsam โดยที่สถานะการ์ณในเมืองตอนนี้จะเป็นยังไงก็อยู่ตอนที่คุณตัดสินใจที่จะส่งดาบให้ Iorveth หรือไม่นั่นแหละ [โดยผมจะเขียนตามทางเลือกที่ผมเลือก ซึ่งก็คือ ส่งดาบให้ Iorveth]

เมือง Flotsam กำลังเกิดความวุ่นวายเพราะพวกมนุษย์กำลังจะออกไล่ล่าพวกที่ไม่ใช่มนุษย์ทั้งหมดใน เมือง Flotsam เดินเข้ามาจนถึงโรงแรมจะพบ Dandelion กำลังมีปัญหากับพวกชาวบ้านเพราะเขาดันไปช่วยพวกเอลฟ์เอาไว้ ซึ่งสามารถเข้าไปช่วยด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่คุณ (ซึ่งแน่นอนผมเลือกที่จะข่มขู่พวกมัน) หลังจบปัญหา

Dandelion จะพาขึ้นไปหา Triss ที่ชั้น 2 ของโรงแรมแต่กลับไม่พบแต่จะมีรอยเลือดและสพของลูกน้อง Sile ออกมาเข้าห้องข้างๆ Margot จะบอกว่า Triss มาที่นี่พร้อม Cedric แล้วพอเกิดความวุ่นวายเธอก็หายไปแล้ว


จากนั้นให้ดื่ม Potion Cat แล้วตามรอยเลือดไปเรื่อยๆ จนพบ Cedric นอนบาดเจ็บอยู่ตรงน้ำตกเขาจะบอกว่า Letho บุกเข้ามาบังคับให้ Triss ใช้เครื่อง Megascope พาเดินทางไปที่ Aedirm เล่ายังไม่ทันจบ Cedric ก็ขาดใจตายไปซะก่อน



At a Crossroad

หลังจากที่ Cedric ตายไปแล้ว Dandelion กับ Zoltan ก็ตามมาหาเพื่อเล่าเหตุการ์ณต่างๆที่เกิดขึ้นในเมืองให้ฟัง

- Dandelion บอกว่า Vernon กำลังมีแผนที่จะจัดการกับ Loredo เคย

- Zoltan บอกว่าตอนนี้ พวก Scoia ‘ tael ของ Iorveth กำลังจะไปปลอดปล่อยพวกเชลยในเรือคุก

ทำให้ Geralt ต้องเลือกว่าจะไปช่วยพวกของใคร


*** ตรงนี้เป็นทางแยกสำคัญมากในเกมน๊ะครับ โดยตรงนี้ถ้าคุณเลือกที่จะไปช่วยใครระหว่าง Vernon Roche หรือ Iorveth จะทำให้ใน Act 2 และ 3 จะถูกแบ่งออกเป็น Iorveth Path และ Roche Path ในทันที Geralt ก็จะได้เดินทางร่วมกับคนนั้นตลอดเลย โดยแต่ละคนแต่ละทางเลือกก็ย่อมมีเหตุการ์ณแตกต่างกันมากมาย จะเลือกทางไหนก็ตามใจคุณ ***


[ บทสรุปนี้นั้น ผมเลือกไปช่วย Scoia ‘ tael ของ Iorveth ก็จะเข้าสู่การเล่นในส่วน Iorveth Path น๊ะครับ ซึ่งเหตุผลที่ผมเลือกที่เล่นฝ่าย Iorveth ก็คงเพราะฝ่ายอมนุษย์นั้นโดนเอาเปรียบจากพวกมนุษย์มานานแล้ว และการที่จะเดินทางกับ Vernon Roche ออกตามหาความจริงเพื่อลบล้างความผิดให้ตัวก็ดูเหมือนจะอยู่ใต้เงาของพวกทหารรักษาพระองค์อยู่ตลอดเวลา ขาดความเป็นตัวของตัวเองของผมมาก นั่นเอง ซึ่งการจะเล่นเกมนี้ให้สมบูรณ์100 % นั้นต้องเล่นทั้ง 2 Path ครับ แม้แต่ Side Quest มันแยก Path ใคร Path มันเลย ปริศนาทั้งหมดของเนื้อเรื่องถึงจะกระจ่างครับ ซึ่งถ้ามีเวลาคงจะพูดถึงเรื่องราวของ Roche Path ในภายหลังน๊ะครับ ]


The Floating Prison

Iorveth นั้นมีแผนที่จะเดินทางไปเมือง Vergen ของพวก Draft ที่ Aedirm เพื่อช่วย Draft รบกับ King Henselt โดย Iorveth หวังว่าถ้าพวกที่ไม่ใช่มนุษย์ชนะสงครามกับ King Henselt ก็จะทำให้เหล่าเอลฟ์ไม่ต้องขึ้นกับมนุษย์อีกต่อไป แต่การจะไปที่ Aedirm ได้ก็ต้องใช้เรือทาสของ Loredo นี่แหละ จากนั้น Geralt ก็ต้องลุยจากป่าทางตะวันตกของเมือง โดยสามารถที่จะเลือกใช้แผนของ Iorveth หรือ แผนของเขาเองก็ได้ [ผมเลือกที่ใช้แผนของ Geralt เอง] ซึ่งก็คือลุยเข้าไปตรงๆเลยนี่แหละ โดยพวก Scoia ‘ tael บุกเสริมเข้ามาทางตะวันตกของเมือง จากนั้นก็ลุยเข้าไปตามทางจนถึงเรือของขนทาสของ Loredo แล้วจัดการพวกทหารยามให้หมด พวก Scoia ‘ tael ก็จะยึดเรือเอาไว้ได้ และ Iorveth ก็จะสั่งออกเรือมุ่งหน้าไป Aedirm ทันที แต่ในขณะนั้นเองบนยอดประภาคารก็จะพบ Loredo จับเอลฟ์สาวไว้เป็นตัวประกันพร้อมที่จะเผาเธอทั้งเป็น แต่ Iorveth ก็ใจแข็งไม่ยอมหยุดเรือไปช่วย ทำให้ Geralt ต้องโดดลงจากเรือเพื่อไปช่วยเอง ตรงนี้ก็จะมีทางเลือกให้คุณเลือกว่า

- เข้าไปช่วยเอลฟ์สาวที่กำลังจะตายก่อน

[ก็เข้าไปจัดการทหารยามที่หน้าประภาคารให้หมดแล้วเข้าไปด้านในลุยไฟขึ้นไปด้านบนสุดแล้วตัดเชือกช่วยพวกเอลฟ์สาวออกมา แต่เจ้า Loredo ก็จะหนีไปได้]

- ไล่ตาม Loredo ไปโดยไม่ไปช่วยพวกเอลฟ์สาวที่กำลังโดนเผา

[ ตามมันไปจนถึงกลางเมือง Geralt ต้องสู้กับ Loredo และทหารของมัน ซึ่งเมื่อจัดการมันลงได้ก็ต้องปล่อยให้พวกเอลฟ์สาวถูกไฟเผาตายทั้งเป็น ]



**************************************************************************



ACT II


Iorveth Path


Prelude to War: Aedim

….. ในช่วงแรกนี้จะได้เปลี่ยนมุมมองเป็น Stennis ลูกชายของราชา Demavend ที่เพิ่งถูก Letho ตัดหัวบนเรือในตอนต้นเรื่อง และ Stennis จะได้ดวลกับ Henselt จนพ่ายแพ้ทำให้เกิดคำสาปที่เป็นหมอกปิดกันระหว่างค่ายทหาร Kaedwani แบะ Vergen ขึ้นมา ก่อนที่ Dethmold จะรีบพา Henselt หนีไปก่อน แล้วปล่อยให้ Stennis ที่พ่ายแพ้และบาดเจ็บนอนรอความตายต่อไป โชคดีที่ Geralt กับ Iorveth เดินทางมาถึงที่นี่แล้วช่วยเอาไว้ได้ทัน และได้ Philippa มากางเวทย์คุ้มกันจนทั้งหมดผ่านเข้าไปจนถึงดินแดน Vergen ได้สำเร็จ ….


เมื่อ Geralt กับ Iorveth มาถึงที่ Vergen Saskia ก็เตรียมเรียกประชุมใหญ่ถึงเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น ตอนนี้ Geralt ก็ต้องออกไปเดินเล่นรอเวลาจนถึงตอนมืดก็จะถึงได้เข้าประชุม



The War Council

ในการประชุมได้ความว่า Saskia หัวหน้าการประชุมตัดสินใจให้ Geralt กับ Philippa เป็นคนเข้าไปแก้คำสาปหมอกควัน โดย Iorveth เป็นหน่วยธนูช่วยเสริมทีมด้วยอีกคน หลังจากตกลงกันได้ทั้งหมดก็ได้ดื่มฉลองกัน จนสุดท้าย Saskia ก็โดนวางยาพิษแต่ก็ยังพอรอดชีวิตอยู่ หน้าที่ผู้นำก็ต้องตกเป็นความรับผิดชอบของ Philippa แทน โดยเขายังต้องเพิ่มภาระกิจให้กับ Geralt อีกก็คิอการหาสมุนไพรมาผสมยาแก้พิษ ซึ่งวัตถุดิบสมุนไพรคือ

Dwarven Immortelle / Source of power / Royal Blood และ Roses of Remembrance ที่อยู่กับ Triss นั่นเอง



Hey, Work’ in mine

ประชุมจบแล้วเดินกลับไปที่โรงแรมพบกับ Zoltan กับพวกของเขาและ นายกเทศมนตรี Cecil ได้ร่วมกันดื่มเหล้า เล่าความหลังกัน และคุยถึงเรื่องเหมืองของชาว Draft ที่ถูกยึดไปโดยพวก Rotfiends นายกเทศมนตรี Cecil จึงยอมให้พวก Geralt เข้าไปในเหมืองและยึดคืนมาจากพวก Rotfiends เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว เดินทางไปหาชาว Draft ที่หน้าเหมืองเป้าหมายได้เลย (พกระเบิด Grapeshot ที่เหมาะเอาไว้จัดการศัตรูในที่แคบ และ Potion Cat ที่ดื่มแล้วมองเห็นในความมืด ไปเยอะๆน๊ะเพราะในเหมืองมืดมากๆ) เมื่อพร้อมแล้วก็ลุยเข้าไปในเหมืองได้เลย ด้านในมีแต่พวก Rotfiends มากมาย ใช้ระเบิด Grapeshot จัดการมันให้หมดทุกจุด แล้วลุยเข้าไปด้านใน ค้นหา Dwarven Immortelle สมุนไฟรเป้าหมายในนี้ให้เจอ ก่อนที่จะออกจากเหมืองแล้วไปรับรางวัลจาก นายกเทศมนตรี Cecil ที่บ้านของเขาบนเนินทิศเหนือจากทางเข้าเหมืองด้วย



Hunting Magic

หลังจากได้ Dwarven Immortelle มาแล้วเป้าหมายต่อไปก็คือ Source of power โดยมันจะอยู่ที่หอคอยนักเวทย์ทางทิศเหนือของ Vergen โดยปีนกำแพงของเมืองที่ประตูหน้าก็จะพบเส้นทางที่ออกไปยังชานเมืองด้านเหนือได้ เดินไปตามทางข้ามลำธารเล็กๆไปต่อเรื่อยๆก็จะพบซากหอคอยนักเวทย์ซึ่งตอนนี้มันเป็นนังของพวก Harpy ไปแล้ว เข้าไปด้านในแล้วเก็บ Dream Crystal ที่สามารถเอามาทำ Source of power ได้ เมื่อได้มาแล้วนำกลับไปให้ Philippa ดูปรากฎว่ามันไม่พอ ซึ่ง Geralt ก็ต้องเดินทางไปหามาเพิ่มอีก โดยมันจะหาได้จากรังของ Harpy ที่อยู่ทางใต้ ซึ่งก่อนจะไปได้ต้องไปข้อร้องผสมข่มขู่กับ นายกเทศมนตรี Cecil ให้เปิดทางด้านทิศใต้ของเมืองให้ซะก่อน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปได้เลย

*** Dream Crystal เกิดจากความทรงจำที่พวก Harpy ขโมยไปจากมนุษย์ ซึ่งถ้าเจ้าของความทรงจำไหนแข็งแกร่งมากเท่าไหร์ Dream Crystal ก็จะทรงอณุภาพมาเท่านั้น ***


ออกเดินทางไปทางประตูหน้าของเมืองเดินไปตามทางจนถึงจุดที่มีหมอกคำสาปกั้นทางอยู่ก็เลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยจะพบทางลงไปยังหุบเขาที่เป็นรังใหญ่ของพวก Harpy จากนั้นก็ลุยพวก harpy เข้าไปด้านในเรื่อยๆ เก็บ Dream Crystal สีฟ้าซึ่งเป็นความทรงจำของ Iorveth ระหว่างทางมาด้วย ลุยเข้าไปจนถึงด้านสุดจะพบ Queen Harpy ที่ครอบครอง Dream Crystal อยู่ เข้าไปเก็บ Dream Crystal มาจากเครื่องดูความทรงจำซึ่งมันก็คือ Dream Crystal ความทรงจำของ Letho นั่นเอง เมื่อดึงออกมาจากเครื่องแล้ว ก็เตรียมพบกับ Boss Queen Harpy พร้อมกองทัพ Harpy ได้เลย พยายามไล่จัดการลูก Harpy ไปทีละตัวเรื่อยๆห้ามสดเข้าไปฟันบวกมั่วๆเด้ดขาดเพราะจะตายทันทีแน่นอน เมื่อจัดการ Queen Harpy ลงได้แล้ว เข้าไปด้านในต่อจนถึงรังด้านในจะมี Queen Harpy อีกอันให้เก็บและดูเหมือนมันจะเป็นความทรงจำของมังกรเสียด้วย เมื่อได้มาครบแล้วก็เดินทางกลับไปหา Philippa ซึ่งเขาพอใจแล้วกับ Dream Crystal ทรงพลังทั้ง 3 อันที่ได้มา ทีนี้ก็เหลือเพียง Royal Blood และ Roses of Remembrance ที่ต้องไปหาต่อ



Where is Triss Merigold ?

เนื่องจาก Roses of Remembrance นั้นอยู่กับ Triss ก็ต้องมาสานต่อเควสนี้กันต่อจากที่ทำค้างเอาไว้ เริ่มจากเข้าไปคุยกับ Philippa แล้วเขาจะให้ไปคุยกับชาว Draft ในโรงแรมเพราะว่าเขาเคยเห็นหญิงผมแดงที่มาจากท้องฟ้า จากนั้นก็เข้าไปคุยกับชาว Draft คนนี้ในโรงแรมได้เลย ซึ่งเราต้องให้เงินเขาเพื่อขอซื้อข่าวด้วยค่าเหล้าก่อนด้วย หลังจากนั้นเขาจะเล่าว่าหยิงผมแดงไม่ได้มาคนเดียวแต่ตกลงมาจากฟ้ากับชายอีกคนนึงด้วย และแน่นอนที่สุด Geralt รู้ทันทีว่านั่นคือ Letho คุยจบก็เดินทางไปตรงจุดที่ชาว Draft พบเห็นนั่นก็คือ ทางเลี้ยวก่อนถึงซากเรือโดยไปทางเดียวกับตอนไปรังพวก Harpy เมื่อมาถึง Geralt ไม้พบร่องรอยอะไรจาก Triss นอกจาก Troll แก่ตัสวนึงกำลังทำอาหารอยู่ มันจะเล่าให้ฟังว่ามันได้จับ Triss เอาไว้ช่วยทำงานไม่ได้ฆ่าทิ้งแต่ตอนนี้เธอได้หนีไปแล้ว แต่ก็ทิ้งกระเป๋าเอาไว้ Geralt รู้ดีว่าด้านในมี Roses of Remembrance ที่ต้องการอยู่ด้วย แต่ก็น๊ะ กระเป๋าถูกเมียของ Troll เอาไปก่อนที่จะหนีออกไปจากรังเพราะหึง Troll ตัวผู้ที่ชอบ Triss มากกว่า



เดินออกจากรัง Troll ตามทางไม่นานมากนักก็จะเจอ Troll ตัวเมียที่กำลังโดนทหารรับจ้างรุมทำร้ายอยู่ พวกทหารจะขอให้ Geralt ช่วยกำจัด Troll ซึ่งตอนนี้คุฯต้องจัดสินใจเลือกระหว่าง

- เลือก ช่วย Troll ก็ต้องจัดการพวกทหารให้หมดจนมันหนีไปและยังสามารถชักจูงให้ร่วมสงครามในถายหลังได้อีกด้วย แล้ว Troll จัวเมียก็จะกลับไปหาตัวผู้ที่รังก่อนที่ทั้งคู่จะขอบคุณและมอบกระเป็าของ Triss คืนให้กับ Geralt

- เลือก ช่วย ทหารรับจ้าง จัดการฆ่าตัวเมียและเอากระเป๋า Triss คืนมา และก็จะได้ทหารรับจ้างเป็นพวกในการทำสงครามในภายหลัง

** เลือกข้อแรกนั้นดีที่สุดเพราะจะได้ทั้ง Troll และ ทหารรับจ้างเป็นพวกทั้งคู่ในยามสงคราม **


จากนั้นนำเอากระเป๋าของ Triss ที่มี Roses of Remembrance อยู่กลับไปหา Philippa เพื่อทำการรักษา Saskia ต่อ จากนั้นจะมีลูกน้องของ Stennis มาแจ้งว่า Stennis กำลังมีปัญหาบางอย่างจะให้ Geralt ช่วย เข้าทางพอดีเลยเพราะจะได้เอาเลือดของมันมาใช้ทำ Royal Blood ได้ด้วย



Royal Blood

เมื่อ Geralt เดินทางมาจนถึงบ้านของ Stennis จะพบชาวบ้านมากมายที่มาชุมนุมกันเพราะพวกเขาคิดว่า Stennis อยุ่เบื้องหลังการวางยาพิษกับ Saskia โดยที่ Iorveth จะออกมาถ่วงเวลาพวกชาวบ้านเอาไว้และให้ Geralt รีบไปสืบหาหลักฐานความจริงมาโดยด่วน จากนั้นก็คุยกับชาวบ้านตรงนี้ให้ทั่วๆก็จะได้ข้อมูลคนปล่อยข่าวมาว่าคือเด็กเสริ์ฟในงานประชุมนั่นเอง ภาระกิจ The wall have ears ก็จะขึ้นมาทันที


** แต่..ตรงนี้คุณสามารถใช้เวทย์ Axii ในการทำให้ทหารยอมให้เข้าไปคุยกับ Stennis ที่ด้านในซึ่งมันจะติดสินบน Geralt ให้ช่วยตัดสินเข้าข้างมันด้วย ) จริงๆเควสนี้ไม่มีอะไรที่สำคัญถ้าคุณขี้เกียจทำก็สามารถตัดสินคดีด้วยการเดาสุ่มไปเลยก็ได้ **


**The wall have ears และ Baltimore Nightmare 2 ภาระกิจนี้เป็น Side Quest ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับ เควสหลัก ซึ่งจำเป็นต้องทำถ้าต้องการจะไขคดีของ tennis อย่างยุติธรรม ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องทำก็ได้เพราะผลของมันก็แค่ให้แน่ใจว่า Stennis นั้นผิดจริงดั่งคำกล่าวหรือไม่ ซึ่ง บอกให้ได้เลยว่า Stennis นั่นผิดจริงเพราะเคยพูดคุยกับช่างตีเหล็กที่ชื่อ Thorak ให้เป็นออกแบบถ้วยเคลือบยาพิษนั่นเอง **


ย้อนกลับมาที่หน้าห้อง Stennis หลังจากที่เขาออกมาที่หน้าห้องเพื่อพูดแก้ต่างให้ตัว Geralt ที่รู้ความจริงอยู่แล้วหรือมั่วถูกก็ตามที ซึ่งตรงนี้จะต้องเลือกว่าจะทำอย่างไรกับคำพูดของ Stennis

- เลือก ช่วย Stennis Geralt ก็จะไม่ได้เลือดของมันมาทำยา และก็ต้องไปเอา Royal Blood จาก Henselt อีกฝากหนึ่งของหมอกนั่นแหละ และ Stennis มันก็จะได้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไปของ Aedirn และเป็นศัตรูตัวฉกาจของ Saskia ต่อไป

- เลือกไม่ ช่วย Stennis มันก็จะโดนชาวบ้านรุมกระทืบ และ Geralt ก็จะได้เลือดของมันมาทำ Royal Blood รักษา Saskia ได้

** เลือกข้อไหนก็แล้วแต่ผู้เล่น แต่เลือกข้อ 2 น่าจะเหมาะสมที่สุด **


Where is Triss Merigold ?

กลับมาทำเควสนี้ต่อ หลังจากได้ส่วนผสมทำยาแก้พิษครบแล้วเอากลับไปให้ Philippa แล้วเธอจะบอกที่อยู่ของ Triss ให้นั่นคิดเธอจะอยู่อีกฝากหนึ่งของหมอกคำสาป ซึ่ง Philippa จะอาสาพา Geralt ไปด้วยการแปลงร่างเป็นนกฮูกแล้วคอยกาวบาเรียเวทย์ป้องกันให้แล้วพาไปจนถึงอีกฝังของหมอก เมื่อมาถึงแล้วเข้าไปสำรวจศพเก็บรูปแกะสลักจากศพมาแล้วจะพบกับ Vernon Roche อีกครั้ง ถึงแม้ว่า Roche จะออกมาต่อว่า Geralt มากมายแต่เขาก็ยอมอภัยให้เพราะเห็นว่ามีเป้าหมายเดียวกัน คือตามล่า Letho และตามหา Triss ซึ่ง Roche จะบอกเส้นทางที่จะเข้าไปยังค่ายของพวก Nilfgaard คือ บุกทางใต้ดินทาใต้ของค่าย และ บุกไปทางชายหาดด้านหลังค่าย ซึ่งจะเลือกทางไหนก็สุดแล้วแต่ผู้ซึ่งผลลัพท์มันก็เหมือนกัน แต่ใช้เส้นทางบุกทางใต้ดินทาใต้ของค่ายจะง่ายที่สุด โดยให้เข้าไปที่เต๊นท์แดงเพื่อคุยกับ Carol เจ้าของซ่องโสเภณีที่สามารถติดสินบนให้นิดหน่อยเธอก็จะบอกถึงทางลับใต้ดินที่อยุ่ข้างเต๊นท์ของเธอเองนี่แหละ เมื่อผ่านเข้ามาจนถึงค่ายทหาร Nilfgaard ได้แล้ว แต่สุดท้ยก็ต้องถูกพวก Nilfgaard จำได้อยู่ดี



Geralt จะถูกนำตัวไปพบ Shilard และทำให้รู้ว่า Shilard และ Nilfgaard มีส่วนในเบื้องหลังการสังหารราชาทั้ง 2 พระองค์ด้วย และรูปแกะสลักที่ Geralt เก็บได้จากศพก็คือ Triss ที่โดนเวทย์บีบให้กลายเป็นตุ๊กตาอยู่ด้านในนั่นเอง และในขณะที่มันกำลังจะลงมือฆ่า Geralt ทิ้ง Roche และ Ves ก็บุกเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันพอดี เมื่อหลุดออกมาแล้วก็จัดการพวกทหารและนักเวทย์ของ Nilfgaard ให้หมด เก็บไอเมต่างๆในนี้มาให้หมดก่อนแล้วจึงมาคุยกับ Roche เพื่อออกจากที่นี่

** ในกรณีนี้ตามทางเลือกของผมได้เลือดของ Stennis มาแล้ว ก็จะได้บังคับเป็น Roche เพื่อแกล้งจับกุม Geralt เพื่อตบตาพวกทหาร **

พยายามเดินไปแบบปกติที่สุดและไม่เข้าใกล้พวกทหาร Kaedweni มากจนเกินไป เมื่อมาถึงประตูทางออกทหารยามจะถามรหัส ให้ตอบว่า Play – Remain Silent ก็จะออกจากค่ายทหาร Kaedweni ได้ จากนั้นเมื่อกลับไปหา Philippa เพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แล้วตามไปหาเธอที่บ้านอีกครั้งเพื่อเริ่มการรักษา Saskia จนทำให้ Saskia นั้นหายเป็นปกติแล้ว Saskia จึงมอบดาบ Vandergrift Sword ให้กับ Geralt เพื่อนำไปทำลายคำสาป โดยมีสิ่งที่ยังขาดอีกหนึ่งอย่างก็คือ Dun Banner Standard



Death Symbolized

หลังจากได้ดาบ Vandergrift Sword และปลายหอกของ Yahon มาแล้วก็ออกไปล่า Dun Banner ต่อโดยออกไปสู่ทางชานเมืองทางทิศเหนือของ Vergen เดินไปตามทางจนสุดก็จะพบสุสานในช่องเขา เมื่อเข้ามาในสุสานแล้วจะพบว่าที่นี่ค่อนข้างซับซ้อนแล้ววกวน พยายามหาทางเข้าไปจนถึงด้านในให้ได้ก็จะพบ วิญญาณของ Ekhart ซึ่งเขาจะถามคำถามกับ Geralt 5 ข้อเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็น Dun Banner จริงหรือเปล่า ซึ่งถ้าตอบผิดแม้แต่ข้อเดียวเขาจดจมตีทันที โดยตอบคำถามดังนี้

1. You got it wrong

2. Menno Coehoom

3. Coehroom is dead

4. Vandergrift and Seltkirk

5. A priest led me to safety

หรือถ้าขี้เกียจตอบก็ใช้ดาบเงินจัดการมันได้เลย ซึ่งไม่ว่าวิธีไหนก็จะได้ Dun Banner Standard ที่อยู่ในโลงเขาอยู่ดี แต่ถ้าตอบคำถามถูกหมดนอกจากจะได้ Dun Banner Standard มาแล้วยังจะได้ดาบ Sword of Dun Banner ที่อยู่ในโลงมาใช้น๊ะ และเมื่อได้ของที่ต้องการมาแล้วก็กลับไปหา Philippa เพื่อทำพิธีทำลายคำสาปต่อ



The Eternal Battle

เมื่อได้ของมาครบ 4 ชิ้นแล้วก็เข้าไปสู่ด้านในหมอกตำสาปได้เลย โดยจะต้องเล่นเป็นเจ้าของสิ่งของต่างๆทั้ง 4 ที่นำมา

- เล่นเป็นเป็นทหารธรรมดาในการสู้รบกับพวกศัตรูที่ถือธงของอีกฝ่าย

- เล่นเป็นทหารม้าเร็ววิ่งผ่าดงธนูเพลิงเพื่อนำข่าวไปบอกกับแม่ทัพฝ่ายเรา

- เล่นเป็น Seltkirk ที่นำทัพลุยพวกศัตรูเพื่อเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ Vandergrift เพื่อให้ชนะ

- พบกับ Boss Draug วิญญาณชั่วร้าย




- เล่นเป็นนักบวชที่ต้องพาทหาร Kaedwen หนีออกจากการยิงธนูไฟของศัตรู เมื่อหลบธนูเข้าไปจนถึงจุดหมายแล้ว หมอกก็ะหายไปแล้ว Geralt ก็จะสลบลงไปทันที



Vergen Besieged

หลังจากคำสาปของหมอกหายไปแล้วเมื่อ Geralt ตื่นขึ้นมา Philippa ก็จะบอกว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมเพราะว่าสงครามกำลังจะเริ่มแล้ว โดย Siskia ก็แข็งแรงพอที่จะนำทัพออกไปรบกับ Henselt ด้วยตัวเองแล้ว จากนั้นก้ไปเตรียมอาวุธปรุงยา จัดระเบิดให้พร้อมแล้วก้ไปสมทบกับ Zoltan และ Saskia ที่ประตูหน้าได้เลย เมื่อสงครามเริ่มแล้วหน้าที่แรกก็คือเปิดการทำงานของกับดักโดยจัดการทหารศัตรูให้หมดก่อนแล้วจึงเข้าไปหมุนลอก เมื่อเปิดกับดักได้แล้วทหารของ Kaedwen ก็จะโดนน้ำมันร้อนลวกจนตายหมด แต่เจ้า Dethmold ก็เรียกฝนให้ตกลงมาดับไฟแล้วสั่งให้ทหารพังประตูหน้าเข้าไปให้ได้ Saskia จะสั่งให้ถอยทัพเข้าไปมี่ประตูเมืองชั้นใน แล้วขึ้น/ปจัดการทหารศัตรูบนแนวกำแพงให้หมด แล้ว Saskia จะนำกำลังไปจัดการศัตรูที่ทางเข้าอีกทางของเมืองก็คิอเหมืองใต้ดิน โดยจะให้ Geralt ตามร่วมทีมไปด้วย



วิ่งตาม Saskia เข้าไปจนถึงในเหมืองก็จะพบทหาร ของ Kaedwen บุกเข้ามาทางนี้ด้วยจริงๆ ซึ่งเมื่อเข้ามาจนถึงห้องโถงใหญ่ของเหมืองจะพบกองร้อยของ Dethmold นั่นเองที่บุกเข้ามาทางนี้ Geralt จึงต้องเข้าไปสู้กับมันทันที Boss Dethmold และลูกสมุน พยายามจัดการพวกทหารรับจ้างของมันให้หมดก่อนโดยใช้ให้มันเป็นกำบังคาถาของ Dethmold ที่ยิงมาจนมันตายจนหมด แต่ Geralt ก็ต้องพลาดท่าให้กับคาถาของ Dethmold จนทำให้ Saskia ต้องกลายร่างเป็นมังกรเข้ามาช่วย Geralt ซึ่งก็คือมังกรที่ออกมาในตอนแรกที่บุกปราสาท La Valette นั่นแหละ เมื่อ Dethmold และทหารหนีไปหมดแล้ว Saskia เธอจะบอกว่าที่เธอแปลงเป็นมังกรเข้าโจมตีในตอนแรกก็เพื่อช่วย La Valette จาก Foltest และคิดว่า La Valette จะเป็นพันธะมิตรกับเธอมากกว่านั่นเอง



เมื่อ Geralt และ Saskia ออกมาจากเหมือง Zotan จะเข้ามารายงานสถานะการณ์การรบ ซึ่งถ้า Geralt ได้ช่วย Troll ตัวเมียเอาไว้ที่ผ่าน พวก Troll ก็จะมาร่วมสู้ในสงครามครั้งนี้ด้วย มาที่ประตูหน้าเพื่อตั้งรับการโจมตีของทหาร Kaedwen ที่บุกเข้ามาอย่างไม่ยั้ง จนกองทัพ Scoia ‘ tael ของ Iorveth ก็จะเข้ามายิงธนูสนับสนุนได้ทันเวลา Saskia ได้โอกาศจึงได้สั่งให้ปิดประตูตีแมว ซึ่งนอกเหนือจากพวกทหาร Kaedwen ที่ติดอยู่ด้านใน Henselt ก็เข้ามาติดอยู่ด้วยเหมือนกัน เมื่อโดนกดดันจากทุกด้าน Henselt ก็จะตัดสินใจยอมแพ้ในที่สุด



หลังจากสงครามจบสิ้น Henselt จะถูกจับบังคับมอบอำนาจให้ Saskia เป็นผู้ปกครอง Vergen และ Pontar Valley แล้วสั่งให้ Henselt จัดการประหาร Dethmold คนของเขาเสียด้วย ก่อนที่จะปล่อยตัว Henselt ออกไป เมื่อจบเรื่องแล้ว Saskia และ Philippa ก็จะวาร์ปไปที่ Loc Muinne ทันที หลังจากนั้น Iorveth จะเข้ามาหาและอยากให้ Geralt ไปสำรวจในห้อง Saskia เพราะเขาเองสงสัยในตัว Saskia อยู่ว่าทำไมอยู่ก็เหี้ยมโหดขึ้นมาทันที เมื่อเข้าไปในห้องของ Saskia ก็จะพบหนังสือ Venom and Poison ที่เกี่ยวกับยาพิษและวิธีรักษา ซึ่งเมื่ออ่านดูจะพบว่า วัตถุดิบที่ Philippa สั่งให้ไปหามามันผิดไปจากในตำรา จึงทำให้รู้ว่า Saskia ถูกมนต์ดำของ Philippa ควบคุมเอาไว้ได้แล้ว เมื่อรู้แบบนี้แล้ว Geralt และ Iorveth ก็มุ่งหน้าตามไปที่ Loc Muinne ทันที



**************************************************************************



ACT III


ไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเดินทางสายไหนติดตามใครมาทั้ง Iorveth Path และ Roche Path Act สุดท้ายนี้ปลายทางของทั้ง 2 ทางแยกก็คือที่ Loc Muinne โดยทั้ง 2 เส้นทางจะแตกต่างกันที่จุดหมายเล็กน้อย

- โดยเส้นทางของ Roche พวกเขาจะเดินทางมาเพื่อช่วยเหลือ Anais ลูกสาวของ Foltest จาก Dethmold และตามหา Triss ที่โดนลักพาตัวไป

- เส้นทางของ Iorveth ก็มีจุดหมายคือช่วยเหลือ saskia จากคำสาปของ Philippa และตามหา Triss ที่ถูก Letho ลักพาตัวมา



Iorveth Path


For a Higher Cause

Geralt และ Iorveth จะเดินทางมาถึงที่หน้าผาใกล้ๆกับ Loc Muinne โดยต้องลุยฝ่าดงพวก Harpy จำนวนมาก ลุยตาม Iorveth มาจนถึงด้านล่างของหุบเขาจะพบกับพวก The order of the Flaming ซึ่งถ้ามากับ Iorveth ละก็จะไม่สามารถผ่านประตูไปอย่างสบายได้แน่ (แต่ถ้ามากับ Roche จะสามารถผ่านประตูไปได้เลย) Geralt และ Iorveth ก็จำต้องลุยเข้าไปในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยตัวประหลาดอย่างไม่มีทางเลือก ลุยเข้าไปจนถึงจุดที่ได้ยินทหาร Redania คุยกันถึงเรื่อง Philippa Eilhart ที่ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน ทำให้ Iorveth ที่ต้องการจะพาตัว Philippa ไปถอยสะกดให้ Saskia ต้องมุ่งหน้าไปทางทางน้ำใต้ดินต่อจนถึงจุดที่คุมขัง Philippa ที่เต็มไปด้วยทหารของ Redania ซึ่ง Iorveth จะคิดแผนที่เราต้องเลือกออกมา 2 แผนคือ

- บุกลุยเข้าไปตามทางน้ำใต้ดินจนถึงด้านในต่อ

- ยอมให้ทหาร Redania จับ

ซึ่งใช้วิธีบุกเข้าไปตามทางน้ำใต้ดินจะดีที่สุด เพราะถึงแม้ถ้าเลือกยอมให้ทหารจับไปที่กรงขังข้างๆ Philippa แต่ Geralt ก็จะโดนยึดอาวุธไปจนหมดซึ่งยากในการต่อสู้ครั้งต่อไปมากๆ โดยทางลงทางระบายน้ำอยู่ที่หอคอยที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆนั่นแหละ เข้าหอคอยมาจะเป็นทางลงใต้ดิน ลุยเข้าไปตามทางนำใต้ดินที่เต็มไปด้วยพวกตัวประหลาด และเส้นทางที่แสนจะวกวนมากๆ แต่เมื่อลุยเข้ามาจนถึงทางออกแล้ว จะเห็น Philippa ถูกจับโดยราชา Radovid และก้กำลังถูกควักลูกตาออกมาด้วยช้อน เมื่อราชา Radovid ไปแล้ว Geralt ก็จะออกมาจัดการพวกทหารจนหมดแล้วเจ้า Shilard ก็จะหนีไป เมื่อเข้าไปคุยกับ Philippa ที่ตอนนี้เธอตาบอดแล้ว เธอจะพยายามขอแลกเปลี่ยนโดยขอให้ช่วยเธอหนีออกไปแลกกับการปลดปล่อย Saskia จากมนต์สะกด แต่ในขณะนั้น Geralt ก็คิดขึ้นมาว่า Triss เองก็คงกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอยู่เหมือน ตรงนี้ต้องตัดสินใจว่าจะช่วยใครระหว่าง

- เลือกที่จะช่วย Philippa เพื่อไปปลดปล่อยมนต์สะกด Saskia

- เลือกที่จะช่วย Triss ที่หายตัวไป

** แน่นอนที่สุด ผมเลือกที่จะไปช่วย Triss เพราะจุดประสงค์แรกที่มาที่นี่ก็เพื่องานนี้ **


Where is Triss Merigold ?

ในกรณีถ้าเลือกไปช่วย Triss ก็เลือกทำเควส Where is Triss Merigold ? ต่อเนื่องได้เลย จากนั้นมุ่งหน้าไปที่ค่ายทหาร Nifgaard ลุยเข้ามาจนถึงประตูด้านหน้าจะพบ Shilard อยู่กับพวกทหาร เข้าไปจัดการทหารให้หมดแล้วจับตัว Shilard เป็นตัวประกัน ทันใดนั้นทหารของ Nifgaard ก็ออกมาล้อม Geralt มากมายแต่เขาก็ยังใจเย็นเพราะมี Shilard เป็นตัวประกันอยู่ แต่ Renuald aep Matsen ผู้บัญชาการณ์ของทหาร Nifgaard ก็สั่งยิง Shilard ให้ตายไปต่อหน้าต่อตา Geralt เลย ไม่มีทางเลือก Geralt ก็ต้องลุยกับทหาร Nifgaard เมื่อจัดการทหารชุดแรกจนหมดแล้ว Renuald มันก็จะหนีไป รีบไล่ตามมันไปโดยออกทางซ้ายปีนข้ามซากกำแพงไปจนถึงบ่อน้ำ จัดการทหาร Nifgaard ชุดที่สองที่ออกมาให้หมด แล้วปีนขึ้นไปด้านบนเข้าไปสู้กับ Boss Renuald aep Matsen ได้เลย เมื่อจัดการกับ Renuald และทหารของมันจนหมดแล้วก็เก็บกุญแจจากศพมันลงไปไขช่วย Triss ที่ถูกขังในคุกใต้ดินใกล้ๆได้เลย เมื่อช่วย Triss ออกมาได้แล้วเธอจะแยกตัวไปรอที่หน้าห้องประชุม



The Debate

** ไม่ว่าคุณจะเลือกไปช่วยใครระหว่าง Triss หรือ Anais ก็ตามเหตุการ์ณทั้งหมดก็จะมาบรรจบกันที่ตรงนี้เหมือนๆกัน โดยถ้าคุณเลือกไปช่วย Triss เธอก็จะมายืนรอที่หน้าที่ประชุม แต่ถ้าเลือกไปช่วย Anais Roche ก็จะมายืนรอที่หน้าที่ประชุม **

Geralt และ Triss จะบุกเข้ามาในการประชุมแล้วเธอจะแฉ Sile de Tansarville จนหมดเปลือกซึ่งแม้ว่า Rodavid จะไม่ค่อยเชื่อ Triss ซักเท่าไหร์แต่เขาก็เรียกให้พวก The order of the Flaming เข้ามาจับตัว Sile ไปสอบสวนเอาไว้ก่อน



Enter the Dragon

ในขณะที่ Rodavid เรียกให้พวก The order of the Flaming เข้ามาจับตัว Sile ไปจู่ Sile ก็เรียกมังกรออกมาแล้วพาตัวเธอหนีออกไปที่หอคอยที่อยู่ใกล้ๆ หลังจากที่ พวก The order of the Flaming หนีกระเจิงไม่เป็นท่าไปแล้ว Geralt ก็มุ่งหน้าตาม Sile ไปที่หอคอยนั่นทันที เมื่อเดินทางเข้ามาจนถึงหอคอยแล้วก็ลุยขึ้นบันไดไปได้เลย ระวังมังกรที่จะทะลุกำแพงเข้ามาโจมตีเป็นระยะด้วย เมื่อขึ้นมาจนถึงยอดหอคอยแล้วจะพบ Sile ที่กำลังจะทำการวาร์ปหนีไปพอดี ซึ่ง Sile จะเฉลยให้ฟังว่า จริงๆแล้ว Letho ไม่ได้ทำงานให้เธอแต่มันทำงานให้ nilfgaard และมังกรนี่ก็ไม่ได้เกิดจากเวทย์ของเธอเลย แต่แท้จริงแล้วมังกรก็คือ saskia นั่นเอง Sile ขู่ที่จะเผาทุกอย่างให้ราบคาบก่อนที่พยายามจะวาร์ปหนีไป แต่เครื่อง Telescope เกิดขัดข้อง ตรงนี้สามารถที่จะช่วยพลิกกระจกของเครื่องให้กลับมาใช้ได้เพื่อช่วยชีวิต Sile เอาไว้ก็ได้ ซึ่งเธอก็จะขอบคุณ และเตือนเขาว่าถ้ารอดจากมังกรได้ให้เดินทางลงใต้เพื่อไปเจอกับ แม่มด Yennefer of vengerberg ที่ Geralt ตามหามันอยู่ที่นั่น พูดจบแล้ว Sile ก็วาร์ปหนีไป ทันใดนั้นมังกรก็จะพังพนังเข้ามาโจมตี Geralt ทันที




Boss Dragon Saesenthessis การต่อสู้กับมังกรนั้นพยายามใช้คาถา Quen เอาไว้ตลอดเพื่อลดการโจมตีของมันและพยายามอย่าอยู่นิ่ง โจมตีหนักและฉากหลบออกให้พ้นการงับของมันด้วยเพราะ Quen กันได้แค่ไฟเท่านั้น เมื่อจัดการจนพลังชีวิตมันลดไปครึ่งแล้วมังกรจะหนีไป จากนั้นปีนซากหอคอยขึ้นไปจนถึงด้านบนเพื่อตามไปสู้กับมังกรต่ออีกรอบ โดยครั้งนี้จะสู้กับมันได้ยากขึ้นเพราะที่ยืนค่อนข้างน้อยแต่มงกรจะโจมตีมาได้ทุกทิศทาง ช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ต้องกดปุ่มที่ขึ้นมาให้ทันและถูกต้องเพื่อจัดการปลอดชีพมังกรอย่างสวยงามไปซะ ซึ่งมันจะร่วงลงไปถูกไม้เสียบอยู่ด้านล่าง Geralt สามารถเลือกได้ว่าจะจัดการมันให้ไม่ต้องทรมานหรือจะปล่อยให้มันถูกเสียบประจานอยู่แบบนั้นก็ตามใจคุณ..








EPILOGUE


Assassins of Kings

หลังจากจัดการมังกร Saskia ลงได้แล้ว Geralt ก็เดินทางกลับไปยัง Loc Muinne โดยจะมีใครก็ตามที่เข้าไปถึงที่ประชุมพร้อมกับ Geralt ซึ่งในที่นี้จะเป็น Triss ที่รออยู่ ซึ่งท้ายที่สุดก็เหลือคนสุดท้ายที่ Geralt ต้องไปคุยนั่นก็คือ Letho โดยเดินทางไปยังจุดขึ้นมาในแผนที่ ในก็คือที่ Temerian Camp นั่นเอง


** โดยระหว่างที่เดินทางไปก็จะพบเหตุการ์ณสำคัญที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าคุรได้เลือกตัดสินใจมาในส่วนของ Path หรือ ตัดสินใจไปช่วยใคร นั่นเอง**


ในส่วนของบทสรุปนี้ ผมเลือกที่จะช่วย Triss ในส่วนของ Iorveth Path ก็จะได้พบ Iorveth ถูกทหาร Kaedwen ล้อมอยู่ Geralt ต้องเข้าไปช่วยจัดการทหาร Kaedwen ให้หมดเพื่อช่วยให้ Iorveth หนีไป จากนั้นก็จะพบ Letho อยู่ที่ Temerian Camp แล้ว Geralt จะขอเข้าไปคุยกับ Letho ตามลำพัง (ซึ่งถ้าช่วงแรกเลือกไม่ไปช่วย Triss แล้ว Letho จะเป็นคนช่วยเธอออกมาอยู่ที่นี่ ) ตรงนี้จะสามารถเลือกได้ระหว่าง

- Let Finish This ฆ่า Letho ทิ้งเพื่อจบเรื่องทั้งหมด

- I Chased you With many Reasons ฟังเรื่องราวและเหตุผลทั้งหมด

แน่นอนไม่ว่าใครหน้าไหนก็ต้องเลือก I chased you with many Reasons แน่นอน เพื่อรู้ความจริงทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่


ชะตากรรมของ Sile de Tansarville ซึ่งจะบอกว่า Letho เหตุการ์ณที่เครื่อง telescope ขัดข้องนั้นเป็นพี่มือของเขาเอง แต่เพราะว่า เขารู้ดีว่านับแต่นี้ Sile จะโดนจักรวรรดิ Nilfgaard ตามไล่ล่าจนเธอต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส เขาจึงตัดสินใจฆ่า Sile ไปก่อนเพื่อให้หมดเคราะห์ไปก่อนนั่นเอง (แต่ Geralt ก็ได้แก้สถานะการ์ณนี้ให้เธอไปแล้ว )



** Yennefer คือใคร ? **




Yennefer ก็คือ ภรรยาของ Geralt ที่เป็นตัวเอกในส่วนของนิยายนั่นเอง ซึ่งก่อนที่เนื้อเรื่องของ The Witcher จะเริ่มขึ้น Geralt นั้นได้ถูกฆ่าตายในเหตุการ์ณความวุ่นวายใน Rivia เพื่อปกป้องพวกที่ไม่ใช่มนุษย์ จนร่างของ Geralt ถูกนำลงเรือแล้วหายไป สิ่งที่ชาวบ้านได้รับรู้กันก็คือ Yennefer กับ Geralt ได้อยู่กันอย่างมีความสุขในที่แห่งใดไม่มีใครรู้ จนกระทั้งพวก Wild Hunt ได้เข้ามาชิงตัว Yennefer ไปและ Geralt ก็ต้องออกมาไล่ล่าชิงตัวคืน ช่วงเวลานี้เองที่ Geralt ได้พบกับ Letho และได้ช่วยชีวิต Letho เอาไว้ เขาจึงตอบแทนด้วยการช่วย Geralt ไล่ล่า




Wild Hunt จนสามารถชิงตัว Yennefer คืนมาได้ แต่เขาก็ต้องแลกมาด้วยข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างทำให้เขาสูญเสียความทรงจำในที่สุด


เมื่อ Geralt ถามถึง Yennefer Letho จะบอกว่าเธอยังอยู่ดี Yennefer อยู่ในการควบคุมดูแลจาก จักรวรรดิ Nilfgaard ถึงแม้เธอจะกลายเป็นคนที่ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาอีกเลย แต่อย่างน้อยเธอก็สบายดี ซึ่งทำให้ Geralt รู้ทันทีเลยว่าที่ Sile พูดก่อนวาร์ปหนีไปนั้นเป็นความจริง ซึ่งนี่เป็นเหตผลที่ทำให้ Shilard Fitz – Oesterlen และ Nilfgaard บุกมาที่ดินแดนทางเหนือก็เพราะได้รู้เรื่องราวมากมายมาจาก Yennefer นั่นเอง เพื่อให้ดินแดนทางเหนือเกิดความวุ่นวายจึงจ้าง Letho ให้มาไล่สังหารราชาที่ดินแดนเหนือให้หมด เพื่อแลกเปลี่ยนกับการฟื้นฟูสร้างโรงเรียนฝึกสอน The Witcher (School of the Viper) ของพวก Letho ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นั้นก็เพราะว่า The Witcher ที่ดินแดนใต้นั้นถูกต่อต้านและเป็นสิ่งต้องห้ามมานานแล้ว จึงยอมทำงานให้ Shilard นั่นเอง



ซึ่งงานแรกของ Letho ก็คือลอบสังหารราชา Demavand ในตอนฉากเปิดเกมนั้น กว่าจะสำเร็จก็เล่นเอา Letho เกือบจะแย่ จึงเป็นเหตุให้เขาต้องไปขอให้ Scoia ‘ tael และ Iorveth มาช่วย อย่างที่เห็นๆกันนั่นแหละ ขณะที่เขามาถึงที่ Flotsam ก็ได้บังเอิญพบกับ Sile หนึ่งใน The Lodge โดย Letho จึงวางแผนที่จะเข้าไปยื่นข้อเสนอให้แก่เธอให้มาร่วมงานด้วย ซึ่งเมื่อเขากำจัดราชาในแดนเหนือจนหมดเขาก็จะได้มีแพะรับบาปอย่าง Sile และ The Lodge นั่นเอง แผนดำเนินต่อไปจน Letho ลอบเข้าไปสังหารราชา Foltest ซึ่งเมื่อ Letho เห็นว่า Geralt อยู่กับองค์ราชาด้วยก็ทำเอาเขาใจเสียไปเลยว่าแผนจะไม่สำเร็จ แต่โชคดีที่ Geralt ดันความจำเสื่อมจำเขาไม่ได้เลย




เมื่อ Letho เล่าเรื่องราวทั้งหมดจบแล้ว ก็อยู่ที่ Geralt นั่นแหละจะตัดสินใจเอายังไงกับ Letho โดยตรงนี้จะสามารถเลือกได้ระหว่าง

- Give it Your Shot สู้กันตัวต่อตัวให้มันรู้กันไปอีกรอบ

- Go Somewhere far away ปล่อยให้ Letho หนีไป

หลังจากที่จบเรื่องราวกับ Letho แล้ว Geralt ก็จะออกมาพบกับ Triss แล้วเดินทางออกจาก Loc Muinne ไปด้วยกัน



------------------------------------------------ THE END ----------------------------------------



http://witcher.wikia.com/wiki/The_Witcher_2

http://www.ign.com/blogs/fecal-lord/2011/06/28/the-witcher-2-assassins-of-kings-walkthrough-ch1

| Share

 


STAFF | CONTACT US | ABOUT US
Copyright Gconsole.com 2000 - 2010 All rights reserved
Contact Webmaster & Feedback :
Host By InternetCyber