หน้าแรก | เว็บบอร์ด | ข่าวเกม

คำเตือน
ห้ามนำบทความเหล่านี้ไปทำการดัดแปลง, แก้ไข หรือเผยแพร่ต่อไม่ว่าด้วยรูปแบบใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทสรุปและทีมงานเว็บไซต์ Gconsole มิฉะนั้นท่านมีสิทธิถูกดำเนินการฟ้องร้องทางกฏหมาย

 
 
 DmC Devil may cry
 เขียนโดย Decibel per - oxide 2013-01-17], 13:40:11 อ่านทั้งสิ้น 15212 ครั้ง
 แก้ไขโดย : Decibel per-oxide
 

เครื่อง : xbox360
ประเภท : action
ค่าย :




What is .. DmC Devil may cry


DmC Devil may cry คือเกมที่นำเอาข้อมูล ตัวละคร ของ Devil may cry เดิมที่ Capcom ได้ทำเอาไว้ 4 ภาคก่อนหน้านี้มาทำการ Reboot ใหม่หมด (หรือจะเรียก REBIRTH ก็สุดแล้วแต่ ) ปรับเปลี่ยนโครงเรื่อง โยกย้ายสถานภาพตัวละคร รวมทั้งออกแบบตัวละครหลักใหม่ทั้งหมด เสมือนว่า โครงเรื่องของ DmC Devil may cry นั้นเป็นอีกจักรวาลคู่ขนานซึ่งไม่เกี่ยวของกับ Devil may cry ทั้ง 4 ภาค ของ Hideki Kamiya จาก Capcom Japan (ซึ่งตอนนี้ออกจาก Capcom ไปแล่วแถมยังได้สร้างเกมใหม่อย่าง Beyonetta ที่ทำได้ดีกว่า DMC ซะด้วยซ้ำ ) ที่ผ่านมาแต่อย่างใด โดยทีมโปรดิวเซอร์ Tameem Antoniades Creative Director จาก Ninja Theory รวมกับ Alex Jones ทีมโปรดิวเซอร์จากทาง Capcom อเมริกา และ คุณ ฮิเดอากิ จาก Capcom Japan โดยแยกเป็นทีมจาก Ninja Theory 80 ชีวิต และ ทีมจากทาง Capcom อีก 10 กว่าชีวิต




Ninja Theory อธิบายเหตุผลถึงความจำเป็นเอาไว้ว่า ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นไม่ใช่ความคิดของพวกเขาเอง ที่เปลี่ยน Dante ไปในลักษณะเช่นนี้ แต่เป็นทาง Capcom เองต่างหากที่ต้องการจะเปลี่ยนโฉม Dante และเกม Devil May Cry เสียใหม่ ซึ่งพวกเขาต้องการเพิ่มยอดขายเกมซีรี่ยส์ Devil May Cry นี้ให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว หลังจากที่ DMC4 ขายไปได้เพียง 2.7 ล้านชุดทั่วโลก ซึ่งดูเหมือนว่า DMC แบบเดิมๆที่ Hideki Kamiya สร้างไว้นั้นมีแรงดึงดูดไม่พอ ที่จะทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้นกว่านี้แล้ว ทำให้ทาง Capcom ได้ตัดสินใจร่วมมือกับทาง Ninja Theory เพื่อจะหาทางเปลี่ยนแปลง DMC เสียใหม่ไปในทางที่สนุก ดิบและเถื่อนมากกว่าเดิม ซึ่งทาง Alex Jones โปรดิวเซอร์ของ Capcom อเมริกา บอกว่า เขาได้ไอเดียการเปลี่ยนโฉมของ Dante มาจากภาพยนตร์เรื่อง James Bond อย่างที่รู้กันว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวเอกจาก Pierce Brosnan ที่เป็นพระเอกแนวโรแมนติก มาเป็น Daniel Craig ที่ออกแนวเถื่อนและบู๊มากขึ้น นั่นเอง

ซึ่ง.. การเรียกขานก็จะแยกกันชัดเจนด้วยความเป็นเข้าใจกันอย่างสากลคือ ถ้าจะเอ่ยถึง Devil may cry 4 ภาคเดิมจะใช้ตัวย่อว่า DMC แต่ถ้าจะเอ่ยถึง DmC Devil may cry ก็จะใช้ตัวย่อว่า DmC หาใช่เรียกว่า Devil may cry 5 แต่อย่างใด โปรดเข้าใจก่อนเล่นด้วยน๊ะครับ ..



***************************************************************









บทสรุป DmC Devil may cry


By Decibel per - oxide


Limbo City เมืองหลวงที่มีความเจริญด้านเทคโนโลยีไฮเทคที่เติมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และว่ากันว่า เมืองนี้ถูกควบคุมด้วยพลังที่ทรงอำนาจของพวกปีศาจอยู่ อำนาจมืดที่ว่าได้กลืนกินไปกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์จนกลายเป็นความเชื่อขั้นพื้นฐานของมนุษย์ไปโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างคงดำเนินต่อไปจน เด็กหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา และก่อกบฎต่อระบบที่จอมปลอม และ สังคมที่มนุษย์ถูกล้างสมองด้วยพลังอำนาจของปีศาจ อาจจะเพื่อปลดปล่อยมวลมนุษย์จากปีศาจร้ายหรืออาจเพียงแค่ตามหาอดีตของตัวเอง และบนทางเดินที่เขาก้าวย่างไป บางครั้งอาจจะทำให้เหล่าปีศาจต้องหลั่งน้ำตา …..


Chapter 1: FOUND






ออฟิตหรู บนยอดหอคอย Sliver Sack Tower บริษัทที่ควบคุมด้านการเงิน สาธารณูปโภค อาหาร และทุกความจำเป็นที่พลเมืองในเมืองจำเป็นต้องใช้ Kyle Rider CEO ของบริษัทกำลังต่อรองทำข้อตกลงบางอย่างกับประธานาธิบดี และทุกอย่างกำลังไปได้สวย ขณะนั้นเขาก็ต้องชะวักไปชั่วครู่เมื่อรับรู้ถึงพลังงานบางอย่าง พลังงานที่เขากำลังค้นหาแทบพลิกแผ่นดิน พลังแห่งลูกชายจอมปีศาจ Sparda ที่เริ่มเคลื่อนไหวอยู่ในเมืองด้านนอก ซึ่งทำให้ ลิลิธ เลขาสาวต้องบอกขอเสนอเอาใจนายใหญ่ด้วยการจะส่งนักล่าฝีมือดีไปลากคอมันมาให้ในทันที ซึ่งไม่ว่าจะจับมันมาได้ด้วยวิธีไหน เขาก็จะลงมือควักหัวใจมันด้วยตัวของเขาเอง Kyle บอกออกมาพร้อมรอยยิ้มที่แสนจะชั่วช้าราวกับปีศาจร้าย …..




แสงสีในยามค่ำคืนคละคลุ้งผสมไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เด็กหนุ่มคนนึงต้องผ่านมันไปให้ได้ในแต่ละคืน ไม่ยากเกินไปกว่าความระห่ำของเขาจะนำพาไปเสมอเหมือนเขากำลังโกรธเกรี้ยวกับโลกใบนี้ โลกที่พรากบางอย่างจากเขาไป ซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวความทรงจำ …







ผ่านคืนหนึ่งไปอีกคืน เด็กหนุ่มหลับคาเตียงในบ้านรถตู้อย่างไม่ใยดีต่อข่าวทางโทรทัศน์ที่กำลังนำเสนอถึง กลุ่ม The Order ที่กำลังออกมาปลุกระดมให้มนุษย์ลุกขึ้นสู้กับปีศาจร้าย จนเสียงเคาะประตูพร้อมเสียงเรียกจากหญิงสาวที่หน้าบ้านทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ต้องลากสังขารที่เมาค้างและเปลือยเปล่าออกไปรับแขกที่เขาเองก็ไม่เคยรู้จัก






“ ดันเต้ “ รีบหนีออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้ !! เด็กสาวปริศนาตะโกนบอกดันเต้ให้รู้ตัวว่าจะมีภัยมาถึงตัว แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป ปีศาจขนาดใหญ่เข้าโจมตีใส่รถนอนของดันเต้จนพังพินาจทันทีจนเขาแทบหยิบเสื้อผ้ามาใส่ไม่ทัน “ ไม่โดนว่ะ “ ดันเต่บอกไปพร้อมมองไปที่เจ้าปีศาจร้ายที่เข้ามาหยิบยื่นความซวยให้ในเช้าวันที่เขากำลังเมาค้าง แม้จะแต่งตัวยังไม่ครบแต่ดาบ Rebellion คู่กายของเขาพร้อมแล้ว …พื้นที่ธรรมดาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นอีกมิติที่แสนสยดสยอง Limbo เส้นพรมแดนระหว่างโลกมนุษย์และโลกปีศาจ อีกมิตินึงที่ซ้อนทับอยู่ในมิติของโลกมนุษย์ ที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจะย่างกรายเข้ามาได้ ซึ่งคือหนึ่งในเหตุผลที่ปีศาจทำความเลวร้ายให้กับมนุษย์โดยที่พวกเขาไม่เคยรับรู้ถึงมันเลย ..





เรียนรู้การบังคับเบื้องต้น

A – กรโดด

B – สำรวจ / ท่างัดดาบ

X – ใช้ปืน Ebony & Ivory

Y – ใช้อาวุธ

LB – กลิ้งตัวหลบ

RB – กลิ้งตัวหลบ

LT – ใช้อาวุธเสริม 1

RT – ใช้อาวุธเสริม 2

LS แกนอนาล็อกซ้าย – บังคับทิศทาง

RS แกนอนาล็อกขวา – บังคับมุมกล้อง

ปุ่มทิศทาง D-pad - ปุ่มทิศทางซ้ายและขวาใช้ในการเปลี่ยนอาวุธเสริม



White Orb – ทุกครั้งกำจัดศัตรูหรือจบ Mission จะได้ White Orb เมื่อสะสมจนเต็มก็สามารถนำ Point ที่ได้ไป Upgrade Skill ใหม่ๆให้กับ Ability ส่วนตัวและอาวุธต่างๆได้
Red Orb – มีค่าเท่ากับเงิน เอาไว้ซื้อไอเทมต่างๆใน item Shop
Gold Orb – ใช้ในการชุบชีวิต 1 อันก็จะชุบชีวิตขึ้นมาได้ 1 ครั้งในขณะต่อสู้
Green Orb – เพิ่มพลังชีวิตให้บางส่วน เก็บได้จากศัตรูและสิ่งของในฉาก
Purole Orb – เพิ่มพลังเวยย์ให้บางส่วน เก็บได้จากศัตรูและสิ่งของในฉาก


Lost Soul – เป็นสิ่งนึงที่ผู้เล่นต้องตามค้นหามัน ซึ่งมันจะเกาะอยู่ตามพนังในจุดต่างๆของแต่ละ Stage ซึ่งมีจำนวนแตกต่างกันไปเมื่อทำลายมันได้นอกจากจะได้ Red Orb จำนวนมากแล้วยังจะได้Bonus หลังจบ Mission อีกด้วย ซึ่งยิ่งเก็บได้ครบตามจำนวนของแต่ละ Stage ก็จะได้ Bonus จำนวนยิ่งมากขึ้นและก็จะส่งผลให้ได้ Ability Point มากขึ้นตามไปด้วย ….


Item Shop
ร้านค้าจะตั้งอยู่ตามที่ต่างๆในแต่ละ Mission โดยจะสามารถเข้าไป Upgrade Ability ความสามารถส่วนตัว และท่าโจมตีต่างๆของอาวุธได้ด้วยการใช้ Point ที่ได้จากการเก็บสะสม White Orb ซึ่งเมื่ออัพเกรด Skill ต่างๆไปแล้วจะสามารถสลับสับเปลี่ยนไปมาได้ตามประโยชน์การใช้งานได้อย่างอิสระอีกด้วย และที่นี่ยังมีไอเทมเติมพลังต่างๆขายอีกด้วยโดยใช้ Red Orb ที่เก็บมาได้ในการแลกซื้อ

Secret key
กุญแจทองที่จะซ่อนอยู่ตาม Stage ต่างๆมีอยู่ 4 ชนิดตามประเภทของประตูสีทอง เช่น Cooper key , Gold Key ที่ผู้เล่นต้องออกตามหาให้เจอ เมื่อหาจนเจอแล้วก็จะสามารถนำมันไปไขเข้าประตูสีทองที่มีอยู่ตาม Stage ต่างๆเพื่อเข้าไปทำ Secret Mission ต่างๆที่ซ่อนอยู่ได้


Secret Mission
มิชชั่นลับของภาคนี้จะซ่อนอยู่ในประตูสีทองที่อยู่ในแต่ละ Stage ซึ่งจะเปิดได้ก้จะต้องหากุญแจ Secret key ที่ซ่อนอยู่ในฉากนั้นๆมาใช้ในการเปิดเข้าไป โดยภายในห้องจะต้องทำการกำจัดศัตรูและทำสิ่งต่างๆตามที่เงื่อนไขกำหนดให้สำเร็จก็จะได้ไอเทมดีๆอย่าง Health Cross Fragment มาครอบครอง


Secret Door
ประตูที่ต้องใช้ความสามารถของอาวุธต่างๆในการทำลายประตูเข้าไป เช่น ประตูสีแดงต้องใช้ขวาน , ประตูสีฟ้าต้องใช้เคียว เป็นต้น ซึ่งด้านในก็จะมี Red Orb จำนวนมากและอาจมีไอเทมดีๆให้เก็บอีกด้วย






หลังจากที่ดันเต้ลุยกับพวกปีศาจไปและเก็บปืน Ebony & Ivory และ เสื้อโค๊ทของเขามาใส่จนครบแล้ว ก็ลุยพวกปีศาจเข้าไปด้านใน ซึ่งหญิงสาวปริศนาก็แนะนำตัวว่าเธอชื่อ แคท และพยายามหาทางช่วยดันเต้อยู่ตลอดทาง ซึ่งแคทนั้นเธอมีความสามารถพิเศษที่สามารถมองเห็นมิติ Limbo ได้แต่เธอไม่สามารถเข้าไปในมิติ Limbo ได้และมีสเปรย์ที่เธอสร้างขึ้นมาเองจนนวัตกรรมของปีศาจ ทำให้เธอสามารถวาดสงเวทย์ด้วยสเปรย์ที่ทำให้ร่งงเธอเชื่อมโยงกับผู้ที่อยู่ใน Limbo ได้อีกด้วย

Demon Hunter ขนาดใหญ่ตามไล่ล่าดันเต้มาจนสุดทาง ซึ่งแคท พยายามบอกกับดันเต้ว่าไม่สามารถจัดการมันด้วยกระสุนได้ จนเธอให้ระเบิดเพลิงโจมตีมันจนมันเผยจุดอ่อนออกมาทำให้ ดันเต้ เข้าไปสู้กับมันได้ Boss Hunter จุดอ่อนมันอยู่ที่หัวโจตีไปเรื่อยๆสลับกับใช้ปืนยิงมันตอนมันเกาะที่ด้านบนจนร่วงลงมา เมื่อจัดการมันได้แล้ว เจ้าปีศาจพูดออกมาก่อนตาย ลูกของสปาร์ด้า พวกข้าเจอตัวเจ้าแล้ว และ เจ้าจะต้องตายเหมือนแม่ของแก ลูกใครน๊ะ ? ดันเต้ยังคงงงกับคำพูดของปีศาจ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจก่อนที่จะปลิดชีวิตมันลงไปทันที …



หลังจบการต่อสู้ที่ดุเดือด ดันเต้หลุดออกมาจากมิติ Limbo สวนสนุกในโลกแห่งความจริงก็ยังเยินแทบไม่เหลือชิ้นดี ขณะที่ดันเต้เดินไปตามถนนอย่างไม่ใยดี แคทก็ขับรถมารับและขอให้ช่วย เธออธิบายว่าเธอทำงานให้กับองค์กร The Order และหัวหน้าของเธอต้องการพบกับดันเต้ แน่นอนว่าดันเต้ไม่สนใจอะไรด้วยหรอก แคทจึงยื่นขอเสนอว่าจะบอกความจริงทุกอย่างที่ดันเต้อยากรู้ในเรื่องอดีตของเขา ทำให้ดันเต้ที่ไม่รู้เรื่องราวในอดีตของตัวเองเลยต้องหยุดคิด และขึ้นรถไปกับแคทในที่สุด …ในขณะที่ Kyle ก็ได้รับรู้ถึงความผิดพลาดของเหล่าปีศาจที่ลิลิธส่งไปแล้วเช่นกัน ..



Chapter 2: Home Truths






แคทพาดันเต้เข้ามายังทางเข้าลับที่ซากตึกร้างแห่งหนึ่งของเมือง ซึ่งด้านในจะพบว่าเป็นฐานลับขององค์กร The Order ชายในเสื้อโค๊ทสีน้ำเงินรีบออกมาทักทายดันเต้ ซึ่งแคทจะแนะนำว่าเข้าชื่อ เวอร์จิล และเป็นหัวหน้าขององค์กร The Order





ก่อนที่เวอร์จิลจะเล่าถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการพวกปีศาจที่หลบซ่อนอยู่ในหมู่มนุษย์ให้หมดไปและยังจะพยายามที่จะให้มนุษย์รู้ทันถึงการรุกรานของพวกปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในโลกแห่งความจริงมาเนินนาน และต้องการที่จะได้ดันเต้มาร่วมทำงานด้วย แต่ดูเหมือนดันเต้จะไม่ได้สนใจที่เวอร์จิลพูดมากนัก ที่สำคัญดันเต้นั้นจำเวอร์จิลไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เวอร์จิลจึงกระตุ้นความสนใจของดันเต้ด้วยการเล่าถึงเรื่องของดันเต้ว่า จริงๆแล้วเขาไม่ใช่มนุษย์ จนทำให้ดันเต้สนใจในความลับที่เวอร์จิลเก็บไว้จนตามมาที่คฤหาสถ์หลังหนึ่ง ที่ซึ่งเวอร์จิลบอกว่าที่นี่คือบ้านเก่าของดันเต้ และเพื่อให้ ดันเต้ เข้าไปเห็นความจริงด้วยตัวเอง เวอร์จึงสั่งให้แคททำวงแหวนเวทย์ที่เธอคิดค้นขึ้นเพื่อทำให้สามารถเข้าออกมิติ Limbo ได้ตามต้องการ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงเข้าออกมิติ Limbo ได้ทั้งๆที่เป็นมนุษย์ธรรมดา





ดันเต้วาร์ปเข้ามาในมิติ Limbo ในอณาเขตของคฤหาสถ์หลังนี้ เข้ามาจนถึงห้องโถงกลางสำรวจเก็บไอเทมให้ทั่วๆโดยเฉพาะ Cooper Key ที่อยู่ชั้น 2 เพื่อนำไปเปิดประตูสีทองเพื่อเข้าไปเล่น Secret Mission ได้ จากนั้นเข้าไปส่วนในของชั้น 2 ในห้องด้านในจัดการปีศาจให้หมดแล้วดันเต้จะเข้าไปสำรวจที่รูปของ Sparda จอมปีศาจที่ใครต่อใครก็บอกว่าคือพ่อของเขา ซึ่งดันเต้กลับยังจำอะไรถึงพ่อของเขาไม่ได้เลย แต่เมื่อดันเต้สัมผัสที่รูปเขาก็จะได้รีบ ขวานปีศาจ ARBITER อาวุธใหม่ของขวัญชิ้นแรกของพ่อมา




ขวานปีศาจ ARBITER ใช้โดยการกดปุ่ม[ RT + Y ]หรือ [ RT + B] อาวุธหนักที่ใช้ได้ดีกับศัตรูที่มีเกราะหนักและมีโล่ป้องกันอยู่ และยังสามารถใช้ทำลายประตูสีแดงในจุดต่างๆได้ด้วย โดยถือว่า ARBITER เป็นอาวุธในโหมด Demon ของดันเต้

จากนั้นจัดการปีศาจที่ออกมาให้หมดแล้วออกจากห้องย้อนกลับมาห้องโถงกลางอีกครั้ง ดันเต้จะพบภาพเงารางๆของเด็ก 2 คนที่กำลังวิ่งขึ้นไปที่ชั้น 2 ให้ใช้ท่า[ RT + B] ของขวาน ARBITER ทำลายประตูสีแดงเข้าไปด้านในดันเต้จะเริ่มจำได้ว่าที่นี่คือห้องของเขากับพี่ชายฝาดแฝดของเขานั่นเอง แล้วเมื่อดันเต้สำรวจที่ใต้เตียงจะเจอกับโล่ไม้ของเล่นสมัยเด็กที่มีตราประจำตระกูลอยู่ ซึ่งมันทำให้จิตของดันเต้ล่องลอยมาในสถานที่แห่งหนึ่งทันที




ดินแดนประหลาดเหมือนอยู่ในความฝัน ดันเต้เห็นรูปปั้นของ Sparda ขนาดใหญ่ถูกโซ่ตรึงอยู่กลางพื้นที่ ซึ่งเมื่อมาถึงเขาก็จะได้รับความสามารถใหม่ OPHION DEMON PULL มาใช้ โดยจะเป็นแส้ที่ใช้ในการดึงสิ่งต่างๆที่มีจุดสีส้มอยู่ได้ โดยการกด [RT + X] เอาไว้ใช้สำหรับดึงพื้นที่ต่างๆที่อยู่ไกลให้เข้ามาใกล้พอให้กระโดดถึง รวมถึงดึงตัวศัตรูที่อยู่ไกลๆให้เข้ามาใกล้พอจะโจมตีได้อีกด้วย โดยถือว่า OPHION DEMON PULL เป็นอาวุธในโหมด Demon ของดันเต้ จากนั้นก็ใช้ความสามารถที่ได้มาใหม่ดึงซากพื้นที่ให้เข้ามาชิดกันเพื่อทำทางโดดเข้าไปด้านในจนถึง แท่นหินที่ตรึงโซ่อยู่ ใช้ท่า [ RT + B] ของขวาน ARBITER ทำลายมันก็จะสามารถตัดโซ่ที่ยึดอยู่ออกได้ 1 เส้นแล้ว จากนั้นจิตของดันเต้ก็จะกลับมาที่คฤหาสถ์อีกครั้ง



เมื่อกลับมาที่คฤหาสถ์แล้วโดดเข้าไปด้านในต่อจนพบผู้หญิงคนนึงกำลังเข้าไปเตือน Sparda ถึงอันตรายจากพวกปีศาจที่เข้ามาหาทุกคนจนเจอ ซึ่งดันเต้จะเริ่มจำเสียงของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างลางๆแล้ว โดดตามไปจนถึงห้องชั้นบนจนพบประตูสีแดง ใช้ท่า [ RT + B] ของขวาน ARBITER ทำลายเข้าไปในห้อง จัดการศัตรูให้หมดแล้วดันเต้จะเข้าไปสำรวจรูปผู้หญิงคนนึงใต้รูปเขียนว่า EVA ซึ่งดันเต้เริ่มจำได้ว่าเธอคือแม่ของเขาเอง จากนั้นดันเต้จะได้รับเคียว OSIRIS อาวุธใหม่ชิ้นที่ 2 ของขวัญชิ้นแรกของแม่มา




เคียว OSIRIS นั้นใช้งานโดยการกด [LT + Y] หรือ [LT + B] โดยเคียว OSIRIS อาจจะมีพลังทำลายล้างต่ำแต่ก็สามารถโจมตีได้อย่างรวดเร็วและท่า PROPPARPY [LT + B] ก็ยังสามารถสะท้อนพลังของศัตรูที่โจมตีมากลับไปหาพวกมันเองได้ด้วย และยังสามารถใช้ทำลายประตูสีฟ้าในจุดต่างๆได้ด้วย โดยถือว่า OSIRIS เป็นอาวุธในโหมด Angel ของดันเต้

จัดการปีศาจที่ออกมาให้หมดแล้วโดดเข้าไปจนถึงด้านในใช้ ใช้ท่า [ RT + B] ของขวาน ARBITER และท่า [LT + B] ของ เคียว OSIRIS ทำลายประตูสีฟ้าเข้าไปในห้องด้านใน ดันเต้จะพบกับกุหลาบสีน้ำเงินตกอยู่ซึ่งมันเป็นดอกไม้ที่ EVA แม่ของเขาชื่นชอบ ซึ่งมันทำให้จิตของดันเต้ล่องลอยมาในสถานที่ประหลาดอีกครั้ง



ในอีกมิติที่มีรูปปั้นขนาดใหญ่ถูกพันธะนาการอยู่ คราวนี้ดันเต้ก็จะได้รับความสามารถใหม่ OPHION ANGEL PULL มาใช้ โดยจะเป็นแส้ที่ใช้ในการดึงตัวให้เข้าไปหาสิ่งต่างๆที่มีจุดสีฟ้าอยู่ได้ โดยการกด [LT + X] เอาไว้ใช้สำหรับดหนไปยังพื้นที่ต่างๆที่อยู่ไกลๆได้ รวมถึงดึงตัวเองเข้าไปหาศัตรูที่อยู่ไกลๆให้เข้ามาใกล้พอจะโจมตีได้อีกด้วย โดยถือว่า OPHION ANGEL PULL เป็นอาวุธในโหมด Angel ของดันเต้ จากนั้นโหนไปต่อตามทางด้วย OPHION ANGEL PULL จนถึง แท่นหินที่ตรึงโซ่อยู่ ใช้ท่า [ RT + B] ของขวาน ARBITER ทำลายมันก็จะสามารถตัดโซ่ที่ยึดอยู่ออกได้ 2 เส้นแล้ว จากนั้นจิตของดันเต้ก็จะกลับมาที่คฤหาสถ์อีกครั้ง จากนั้นจัดการศัตรูให้หมดก่อนออกจากห้องดันเต้จะเห็นรูปของครอบครัวของเขาที่เคยถ่ายร่วมกันอย่างมีความสุข ทำให้เขาเริ่มจดจำเรื่องครอบครัวได้บางส่วน เริ่มจำ Sparda และ EVA พ่อกับแม่ของเขาได้ เขาจำได้ว่าแม่ของเขาเคยให้สร้อยประจำตัวเอาไว้คนละเส้นกับพี่ชายฝาแฝดของเขา ก่อนที่เธอจะถูกปีศาจในร่างของมนุษย์คนนึงเข้ามาฆ่าและควักหัวใจแม่ของเขาจนตายไปต่อหน้าต่อตา และเขาเคยสาบานเอาไว้ตั้งแต่เด็กว่าจะตามล้างแค้นปีศาจร้ายที่ฆ่าแม่ของเขาอย่างเลือดเย็น ตอนนี้ดันเต้จดจำบางอย่างได้เท่านี้ แต่ก็เพียวพอแล้วที่จะทำให้ความแค้นที่สุ่มอกมานานเริ่มประทุขึ้นอีกครั้ง ..



จากนั้นโหนเข้าไปตามทางจนถึงวงเวทย์ที่แคททำเอาไว้เพื่อวาร์ปออกจากมิติ Limbo เมื่อกลับมาถึงโลกความเป็นจริง เมื่อดันเต้เห็นเวอร์จิลเดินเข้ามาเขาก็จำได้ทันทีว่า เวอร์จิล คือพี่ชายฝาแฝดของเขา ในขณะที่เวอร์จิลก็โชว์สร้อยสีฟ้าที่แม่ให้ไว้ก่อนตายให้ดูเพื่อเป็นการยืนยัน ดันเต้บอกกับเวอร์จิลว่าเขาต้องการรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่เหลือทั้งหมดรวมทั้งคนที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ทำเอาเวอร์จิลและแคทแอบยิ้มดีใจที่ได้ดันเต้มารวมทีมด้วยอีกคน





Chapter 3: Bloodline




เวอร์จิลพาดันเต้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นที่แม่เคยเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เวอร์จิลเล่าให้ฟังถึงเรื่องของเมื่อหลายพันปีมาแล้วมีราชาปีศาจตัวนึงที่ชื่อ Mundus มันเป็นราชาปีศาจที่ทรงพลังอำนาจและโหดเหี้ยม กับลูกน้องคนสนิทมือขวาของมันแม่ทัพปีศาจ Sparda แต่ต่อมา Sparda เกิดทรยศ Mundus โดยเข้าไปแอบรักใคร่กับเทวดาตนนึงที่ชื่อ EVA จนกำเนิดลูกออกมา ซึ่งตามเรื่องเล่าที่ตกทอดกันมาว่า คนที่จะสามารถกำจัดราชาปีศาจลงได้ก็คือเผ่าพันธ์ใหม่ที่เกิดจากปีศาจและเทวดาที่เรียกกันว่า Nephilim ด้วยความกลัวของ Mundus ที่จะโดนลูกๆของ Sparda ซึ่งเป็น Nephilim จะย้อนกลับมาชิงอำนาจของตน Mundus จึงตัดไฟแต่ต้นลมโดยการฆ่า EVA ภรรยาที่เป็นเทวดาของ Sparda ทิ้งแล้วจับ Sparda ไปจองจำเอาไว้ในขุมนรก แต่ก่อนที่เขาจะถูกจับตัวไป ดันเต้ก็ได้ถูก Sparda นำตัวเขาแยกจากเวอร์จิล นับแต่วันที่ Mundus จะมาพรากลูกชายของเขา โดยนำดันเต้ไปซ่อนในมิติ Limbo ส่วนเวอร์จิลถูกนำไปเลี้ยงในชีวิตแบบคนเมืองแบบปกติ เพื่อหนีจาก Mundus ไม่ให้หาตัวเจอ ( ซึ่งทำให้ Mundus มันไม่เคยรู้เลยว่า Sparda มีลูก 2 คน ) จากนั้น Sparda ก็ทำการลบความทรงจำของดันเต้ที่เกี่ยวกับครอบครัวทิ้งทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของตัวดันเต้เอง โดย Sparda จะมอบอาวุธประจำกายเป็นดาบคนละเล่มเพื่อให้ลูกทั้ง 2 เอาไว้ป้องกันตัวจากปีศาจร้าย คือ ดันเต้จะได้ดาบ Rebellion ส่วนเวอร์จิลจะได้ดาบ Yamato และดันเต้และเวอร์จิลก็คือ Nephilim ที่กล่าวถึง ..ดันเต้ฟังจบก็สรุปสั้นๆได้ว่า ไอ้คนฆ่าแม่และจับพ่อไปขังคือเจ้า Mundus แล้วจะกำจัดเจ้า Mundus ยังไง ยังไม่ทันได้บอกเหล่าปีศาจสมุนของ Mundus ก็หาทั้งคู่จนเจอ พวกมันลากทั้งคู่เข้าสู่มิติ Limbo ทันที เวอร์จิลจึงให้ดันเต้ต้านเอาไว้ก่อนแล้วเขาจะไปตามแคทให้มาพาตัวออกไปจากที่นี่ …


กำจัดปีศาจที่ออกมาให้หมดแล้วเข้าไปทื่ทางเดินกลางเพื่อไปหาแคทที่กำลังใช้วงเวทย์เปิดทางออกไว้ให้ แต่เส้นทางก็กลับขาดลงเสียก่อน จนดันเต้ต้องหาทางไปอีกทาง เมื่อย้อนกลับมาที่ลานกว้างกำจัดปีศาจที่ออกมาให้หมดแล้วจะมีทางให้ใช้ ANGEL PULL [LT + X] โหนขึ้นไปได้ บนทางเดินชั้น 2 จัดการปีศาจให้หมดแล้วโดดโหนไปด้านในโดดไปตามเศษหินที่ลอยอยู่ขึ้นไปที่ด้านบนของน้ำพุจะพบดอกไม้สีน้ำเงินวางอยู่ เมื่อสำรวจแล้วจิตของดันเต้จะถูกพามาที่ดินแดนในความนึกคิดของดันเต้อีกครั้ง



เมื่อมาถึงดินแดนในความนึกคิดของดันเต้แล้วครั้งนี้เขาจะได้รับความสมารถใหม่คือ Angel Boost โดยการกด [LT + A ] ซึ่งจะทำให้สามารถแดชกลางอากาศได้ในระยะที่ไกลขึ้น จากนั้นก็แดชเข้าไปตามทาง จนถึง แท่นหินที่ตรึงโซ่อยู่ ใช้ท่า [ RT + B] ของขวาน ARBITER ทำลายมันก็จะสามารถตัดโซ่ที่ยึดอยู่ออกได้ 3 เส้นแล้ว จากนั้นจิตของดันเต้ก็จะกลับมาที่มิติ Limbo อีกครั้ง กลับมาแล้วจัดการปีศาจที่ออกมาให้หมด แล้วใช้ความสามารถใหม่เก็บไอเทมในพื้นที่ให้หมด แล้วไปที่ถนนขาดให้ใช้ความสามารถใหม่โดดแดชข้ามไปจนถึงวงแหวนเวทย์ที่แคททำเอาไว้ได้สำเร็จ



เมื่อกลับมาแล้วทั้ง 3 จะกลับมาที่ฐาน เวอร์จิลจะเล่าต่อถึงแผนที่จะกำจัดเจ้า Mundus ซึ่งตอนนี้ Mundus มันได้ใช้ร่างของมนุษย์ที่ชื่อ Kyle Rider แฝงตัวอยู่ตอนนี้ ซึ่ง Kyle Rider เองก็เป็นถึง CEO ของธนาคารยักษ์ใหญ์ที่ทรงอำนาจเจ้าของตึกรูปทรงประหลาดที่เรียกกันว่า Silver Sack Tower โดยมันได้ใช้อำนาจทางการเงินยึดครองทุกอย่างในเมืองนี้มันอยู่ใต้การควบคุมของมันทั้งสาธารณูปโภคและอาหาร โดยมันได้ใช้ผลผลิตจากพลังงานปีศาจของมันผลิตน้ำดื่ม Virility ที่ผู้คนในเมืองแทบทุกคนดื่มมันจนโดนครอบงำอย่างไม่รู้ตัว (แม้แต่ดันเต้ก็ยังเผลอดื่มไปด้วยเหมือนกัน) ซึ่งถึงแม้ Mundus จะทรงพลังแค่ไหนแต่มันก็อ่อนแอมาในโลกมนุษย์มันจึงต้องใช้พลังงานมือที่ส่งผ่านมาทั้งประตูนรกเพื่อใช้สร้างความแข็งแกร่งให้มัน ซึ่งแผนของเวอร์จิลคือทำลายประตูนรกนั่นซะ แต่ก่อนที่จะถึงแผนนั้นเวอร์จิลต้องการจะเปิดโปงความลับของ น้ำดื่ม Virility ที่กำลังมอมเมาประชาชนอยู่ตอนนี้ก่อน ซึ่งการจะบุกเข้าไปถึงโรงงานผลิตน้ำ Virility นั้นยากมากเพราะ Mundus มันยังเป็นเจ้าของเครือข่ายดาวเทียมรวมทั้งสถานีโทรทัศน์ Raptor T.V และสื่อต่างๆไว้จนหมดโดยมันแอบเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวในเมืองด้วยกล้อง CCTV ตาปีศาจของมันที่มีอยู่ทั่วเมืองนั่นเอง เมื่อดันเต้ฟังจนจบเขาจึงพูดติดตลกว่า อืม แผนดีแต่คุณ 2 คนใครจะลุยก่อนล่ะ ซึ่งเวอร์จิลก็ได้แต่ยิ้มเป็นนัยๆว่าทั้งหมดที่ว่าไปดันเต้ต้องลุยไปจัดการมันให้หมดกับแคท 2 คนนั่นแหละ …



Chapter 4: Under Watch




ดันเต้และคทเดินทางมาตามถนนในเมืองเป้าหมายแรกคือหลบกล้องปีศาจของ Mundus ให้พ้น แต่ดันเต้ก็ดันไปเห็นคนกำลังดื่มน้ำ Virility อย่างอร่อยจนเขาต้องปัดมันทิ้งแล้วเตือนด้วยความหวังดีถึงอันตรายของมัน แต่นั่นทำให้อันตรายมาถึงตัวดันเต้เองแทน กล้องปีศาจจับภาพดันเต้เอาไว้ได้ เหล่าปีศาจจึงดึงดันเต้เข้าสู่มิติ Limbo ทันที จัดการปีศาจที่ออกมาให้หมดแล้วไปตามจุดที่มีกล้อง CCTV อยู่โดดขึ้นไปใช้ท่า DEMON PULL [ RT + X] ดึงทำลายมันซะก็จะผ่านเข้าไปยังพื้นที่ต่อไปได้ วิ่งตามแคทไปตามทางจนถึงจุดที่มีกล้อง CCTV ในถนนต่อไป จะพบกับศัตรูแบบใหม่ Frost Knight



ซึ่งจะไม่สามารถโจมตีมันแบบธรรมดาได้เพราะมันมีเกราะน้ำแข็งปกคลุมอยู่ แต่ก็สามารถกำจัดมันได้โดยใช้ท่า PROPPARPY [LT + B] ของเคียว OSIRIS ในการหมุนจนเกิดแรลมพัดน้ำแข็งที่มันพ่นมาให้สะท้อนกลับไปแช่งแข็งตัวมันจนมันขยับไม่ได้ จากนั้นก็ใช้ท่า PROPPARPY [LT + B] กระหน่ำให้มันลอยขึ้นด้านบนเรื่อยๆก็จะจัดการมันได้ ตรงนี้จะมีกล้อง CCTV อยู่ 2 จุด ทำลายมันให้หมด แล้วเข้าไปด้านในต่อ ท่ามกลางถนนหนทางในเมืองที่ต่างก็บีบเข้ามาหวังจะขัดขวางดันเต้ทุกทางที่ทำได้ โดนพุ่งตัวโหนไปตามทางจนถีงด้านในสุดดันเต้จะตกลงมาที่โบสถ์ จัดการปีศาจที่ออกมาให้หมด ปิดท้ายด้วยเจ้ายักษ์ Tyrant



ซึ่งจะไม่สามารถโจมตีผ่านเกราะหนาของมันจากด้านหน้าได้เลย ต้องกำจัดมันโดยหลบการโจมตีมันมาที่ด้านหลังของมัน แล้วใช้ท่า ANGEL PULL [LT + X] ดึงไปเกาะที่หลังของมันแล้วโจมตีตามด้วยคอมโบของเคียว หรือจะใช้ท่า DEMON PULL [RT + X] [ RT + B] ดึงมันให้หงายหลัง แล้วกระหน่ำต่อไปตามใจชอบได้เลยก็ย่อมได้ จากนั้นก้โหนพุ่งตัวไปที่วงเวทย์ที่แคททำเอาไว้ที่หน้าต่างกระจกของโบสถ์จนออกมาจากมิติ Limbo ได้สำเร็จ แต่ผลของการต่อสู้ก็ทำให้โบสถ์ในโลกความเป็นจริงพังจนยับเยินส่งผลให้ทาง Mundus ใช้อำนาจในสื่อโทรทัศน์ของมันรีบให้รายงานข่าวให้ร้ายว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายที่ชื่อ ดันเต้ ทันที ….



Chapter 5: VIRILITY

ดันเต้และแคทเดินทางเข้ามายังโรงงานผลิตน้ำอัดลม VIRILITY ได้สำเร็จ ระหว่างที่เข้ามาก็เห็นผู้คนมากมายกำลังดื่มกิน VIRILITY กันอย่างมีความสุขโดยไม่รู้ถึงพิษภัยของมันเลย ดันเต้ถามถึงความเป็นไปของเวอร์จิลก่อนหน้าที่จะกับเขา ซึ่งแคทก็บอกว่าเวอร์จิลเองชอบพูดให้ฟังถึงเรื่องดันเต้ มาตลอด เขารู้ว่าดันเต้ต้องสู้กับชีวิตด้วยความโดดเดี่ยวแบบปากกัดตีนถีบมากกว่าตัวเขาเองหลายเท่า ต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดและเพื่อสนองสันดานดิบของตัวเองอันด้วยหัวใจของปีศาจของเขามันร่ำร้องอยากทำลายทุกสิ่ง กับหัวใจอีกครึ่งนึงที่เปี่ยมไปด้วยความดีของเทวดา ไหนจะต้องอึดอัดกับความทรงจำที่หายไปของเขาอีก ทำให้เวอร์จิลรู้ถึงความเจ็บปวดของดันเต้ดี ส่วนเธอเองก็หนีฝันร้ายของเธอมาจากที่ที่นึงจนมาพบเวอร์จิลที่เมือง Limbo แห่งนี้แล้วเวอร์จิลก็ฉุดเธอขึ้นมาจากฝันร้ายได้สำเร็จทั้งคู่จึงร่วมงานกัน ส่วนดันเต้ก็อดคิดไม่ได้ที่ว่าแคทหนีจากฝันร้ายมาที่เมืองปีศาจอย่าง Limbo นี้ดูไม่สมเหตุสมผลซะเลย แคทพาดันเตลอบเข้าไปยังห้องใต้ดินของโรงงาน จนถึงโกดังสินค้าเธอก็เริ่มวาดวงเวทย์ส่งดันเต้เข้าสู่มิติ Limbo เพื่อค้นหาความจริงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น โรงงานผลิตน้ำอัดลม VIRILITY





เมื่อเข้าสู่มิติ Limbo นั้นจะแทบไม่มีที่ยืนกันเลยแถมเส้นทางก็ยังกว้างและซับซ้อนมากๆอีกด้วย พยายามโหนขึ้นไปจนถึงชั้นบนให้ได้ไม่ว่าจะเลือกไปทางไหน โดยแคทจะบอกให้ดันเต้ค้นหาห้องผสมน้ำให้เจอ ลุยเข้าไปด้านบนจนถึงหน้าห้อง Mixing Room จัดการปีศาจที่ออกมาให้หมด แล้วเข้าไปในห้อง Mixing Room จะพบกับปีศาจน่าขยะแขยงที่อย฿ในหลอดแก้วกลางห้องมันกำลังผลิตน้ำออกมาจำนวนมากส่งต่อขึ้นไปยังแท็งเก็บน้ำด้านบน ซึ่งมนุษย์หลายคนก็กำลังดื่มกินมันอยู่อย่างเมามัน ในขณะที่แคทกำลังหาทางเปิดทางเข้าด้านในพวกปีศาจมากมายก็ออกมา พยายามจัดการพวกปีศาจที่ออกมาให้หมด ปิดท้ายด้วยเจ้าอ้วน Tyrant 2 ตัวที่ออกมาพร้อมๆกัน ซึ่งพื้นที่ในห้องก็ค่อนข้างอันตรายเพราะมีน้ำเมือกของปีศาจทะลักออกจากหลอดมานองที่พื้นสร้างวคามเสียหายให้เมื่อเหยียบมันทุกครั้งอีกด้วย พยายามล่อให้เจ้าอ้วน Tyrant 2 ตัวมันวิ่งเข้าชนกันเองก็จะจัดการมันได้ง่ายที่สุด เมื่อจัดการปีศาจจนหมดแล้วแคทจะเปิดทางเข้าไปยังส่วนในของโรงงานต่อ ในขณะที่ปีศาจที่น่าขยะแขยงในหลอดกลางห้องก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ….



Chapter 6: SECRET INGREDIENT

แคทนำทางดันเต้ลงลึกเข้าไปด้านใต้โรงงานต่อ โดยผ่านทางลงของท่อระบายอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งแคทจะใช้เครื่องมือของเธอในการปรับทิศทางให้มิติของ Limbo ให้เอียงในแนวนอนเพื่อให้ดันเต้วิ่งผ่านท่อระบายอากาศไปได้ แต่ทำได้แค่ 2 นาทีเท่านั้น ดันเต้จึงต้องวิ่งฝ่าปีศาจตามทางโดดโหนไปให้ถึงทางเข้าที่สุดทางให้ทันเวลาให้ได้ เมื่อเข้ามาในแล้วเขาจะพบหนอนขนาดใหญ่ห้อยตัวอยู่กลางห้องที่มีลาวาล้อมรอบ ด้านในจะพบกับ Succubus หนอนปีศาจตัวการในการปล่อยเมือกปีศาจมอมเมาผู้คน และดูเหมือนมันเองก็จะรู้จักชื่อเสียงของดันเต้เป็นอย่างดีเช่นกัน Boss Succubus




จุดอ่อนของมันอยู่ที่จุดแดงที่หัว ในขณะต่อสู้สามารถใช้ ANGEL PULL [LT + X] ดึงตัวเองหลบไปมาระหว่างพื้นที่ได้ด้วย พยายามจัดการมันลงให้ได้ แล้วดันเต้ก็จะได้อาวุธใหม่มาใช้ หมัดเพลิง ERYX





หมัดเพลิง ERYX เป็นอาวุธในสายของโหมด Demon ซึ่งสามารถสลับสับเปลี่ยนกับขวาน ARBITER ได้โดยการกดปุ่มทิศทางไปทางขวา ERYX นั้นมีพลังทำลายล้างต่ำกว่าขวาน ARBITER แต่มันมีท่าการชาร์ทโจมตีที่หนักหน่วงมากๆขนาดเจ้า Tyrant เจอเข้าเต็มก็ต้องนอนเหมือนกัน โดย ERYX ยังสามารถใช้ต่อยทำลายสิ่งของที่มีรูปหมัดสีแดงตามที่ต่างๆได้ด้วย


ขณะที่ Mundus กำลังเย่ออยู่กับ ลิลิธด้วยความเมามันในห้องทำงาน เขาก็รู้สึกได้ถึงการสูญเสีย Succubus ลูกน้องคนสำคัญไปแล้ว ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้มันมากจนทำต่อไม่ได้เลย



Chapter 7: OVERTURN




ขณะที่แคทพาดันเต้ขับรถเดินทางมาหาเวอร์จิลที่จุดนัดพบ แคท พยายามถามดันเต้ว่าไม่อยากรู้เรื่องของเวอร์จิลอีกหรือ ดันเต้ตอบว่าไม่อยากรู้แต่อยากรู้เรื่องของเธอมากกว่า ทำเอาแคทถึงกับเงียบไปและเตรียมจะปฎิเสธตามเคย จนดันเต้พูดขึ้นมาว่าเธอเข้ามาขอร้องให้เขาช่วยเขาก็ยอมช่วยเพราะความเชื่อใจ แล้วแคทจะไม่เชื่อใจเขาบอกหรอ ทำเอาแคทต้องใจอ่อนยอมเล่าเรื่องของเธอ แคทเล่าว่าในอดีตเธอถูกพ่อแท้ๆที่กลายเป็นปีศาจเข้ามาฆ่าทุกคนในครอบครัวจนหมด ทำให้เธอต้องหนีจากฝันร้ายนี้มายังเมือง Limbo จนได้พบกับเวอร์จิลที่เข้ามาทำให้ความกลัวของเธอหมดไปด้วยพลังของเขาที่สามารถกำจัดปีศาจได้ แคทนั้นแค้นพวกปีศาจมากจึงเข้าร่วมกับกลุ่ม The Order ของเวอร์จิลเพราะอยากฆ่าพวกปีศาจให้หมด เพื่อล้างแค้นพวกปีศาจแทนครอบครัวของเธอ นั่นเอง ..เมื่อขับรถมาถึงจุดนัดพบกับเวอร์จิลที่หน้าตึก Raptor news Tower เวอร์จิลก็จะอิบายแผนต่อไปนั่นก็คือให้ดันเต้บุกเข้าไป ในตึกสถานีโทรทศัน์ Raptor news Tower เพื่อทำลาย Network ทั้งหมดของ Mundus และจัดการฆ่าเจ้าผู้ประกาศข่าว Bob Barbas ซะด้วยซึ่งมันก็เป็นปีศาจเหมือนกัน คุยจบแคทก็จะสร้างวงเวทย์ขึ้นเพื่อส่งดันเต้เข้าสู่มิติ Limbo ทันที




มิติ Limbo ในเส้นทางที่จะมุ่งสู่ตึก Raptor news Tower นั่นก็ค่อนข้างจะวุ่นวาย ซึ่งสามารถใช้ความสามารถของ หมัดเพลิง ERYX ที่ได้มาใหม่ในการต่อยทำลายจุดที่มีรูปหมัดสีแดงเพื่อเปิดทางไปต่อไปได้ เดินทางโดยใช้การกระโดดแดช [LT + X] แล้วตามด้วย A พุ่งตัวไปตามพื้นที่ยืนต่างๆที่ลอยไปมา ระหว่างทางจะเจอกับ RAGE ปีศาจแบบใหม่ที่มีความรวดเร็วมาก ต้องใช้ปืนยิงมันไปเรื่อยๆจนนิ่งก่อนแล้วค่อยเข้าไปอัดมันได้ เข้าไปจนถึงช่องลิฟต์ลุยขึ้นไปชั้นบนใช้ท่า [RT + B] ของ หมัดเพลิง ERYX ต่อยพื้นลิฟต์ให้มันตกลงมาชั้นล่างสุดจะพบทางไปต่อ ด้านในดันเต้จะเห็นพวก Harpy กำลังรุมโจมตีชายแก่คนนึงอยู่ เมื่อดันเต้ลุยเข้าไปช่วยเขาได้แล้ว เขาจะถามหาทางเข้าตึกกับชายแก่ตาบอด ซึ่งชายแก่ตาบอดยินดีจะพาเข้าตึกหอคอยนั่นได้แต่ต้องให้ดันเต้ช่วยอะไรเขานิดนึงก่อน ทำเอาดันเต้ต้องถอนหายใจยอมช่วยอย่างเสียไม่ได้ …



Chapter 8: EYELESS

ชายแก่ตาบอดต้องการให้ดันเต้ช่วยไปเอาดวงตาอีกข้างนึงของเขากลับมาให้หน่อยดูเหมือนพวกปีศาจนก Harpy จะขโมยมันไปไว้ที่รังของมัน เขาจะร้องเรียกล่อให้พวก Harpy ออกมาแล้วดันเต้ก็รีบโดดตามมันพวกมันที่กำลังหนีเข้าโพรงไปเลย ลุยเข้ามาตามโพรงเรื่อยๆผ่านเส้นทางรถไฟใต้ดินเข้ามาด้านในสุดจนพบรังของพวก Harvy ซึ่งมันเป็นปีศาจแบบบินได้ที่รวดเร็วมาก ทางที่ดีก็ครวใช้ปืนยิงรัวไปจนกว่ามันจะนิ่งก่อนแล้วถึงจะดึงมันมาอัดได้ไม่ยาก จัดการพวกมันให้หมดแล้วดันเต้ก็จะพบตาจักรกลของชายแก่ จากนั้นก็ลุยย้อนกลับมาตามทางเดิมจนเอาตากลับมาให้ชายแก่ได้ เมื่อเขาได้ตากลับมาแล้วทันทีที่มองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า เขากลับเรียกชื่อ ดันเต้ ขึ้นมาทำให้ดันเต้งงว่าทำไมชายแก่คนนี้ถึงรู้จักเขา ชายแก่บอกว่าเขาไม่รู้จักดันเต้แต่รู้จักพ่อของดันเต้ Sparda ก่อนจะแนะนำตัวว่าเขาชื่อ Phineas เป็นปีศาจที่เคยสู้ร่วมกันกับ Sparda เมื่อนานมากแล้ว แต่สิ่งที่




Phineas คิดเหมือนกับดันเต้ก็คืออยากจะกำจัด Mundus เพื่อแก้แค้นให้เพื่อนของเขาเช่นกัน จากนั้นเขาก็ช่วยนำทางไปที่หอคอยให้ดันเต้ตามที่สัญญาเอาไว้



Chapter 9: DEVIL INSIDE

Phineas ใช้ตาจักรกลของเขาจัดวางพื้นที่ในมิติ Limbo เสียใหม่จนเป็นเส้นทางที่ทำให้ดันเต้เข้าไปด้านในต่อได้ โดดโหนเข้ามาจนถึงซากรูปปั้นที่ลอยอยู่ Phineas จะบอกว่านั่นคือ Assiel ซึ่งเป็นลูกครึ่งเทพและปีศาจเหมือนกับ Nephilim หรือดันเต้นั่นเอง และสิ่งที่ดันเต้ต้องไปเอาคือกุญแจของ Assiel ที่ด้านบน จากนั้นก็โดด โหน พุ่งตัวขึ้นไปจนถึงด้านบนให้ได้ก็จะพบ กุญแจของ Assiel และเมื่อดันเต้สัมผัสโดนมัน จิตของดันเต้ก็ถูกส่งมาที่สถนที่ในจิตใจของเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากเข้าไปจัดการทำลายแท่นหินเพื่อตัดโซ่เส้นสุดท้ายที่มันรูปปั้นอยู่ เมื่อโซ่ถูกตัดออกแล้วรูปปั้นของ Sparda ก็เป็นอิสระและมันก็เปล่งพลังออกมาทันที ดันเต้จะได้พบEva แม่ของเขาอีกครั้ง Eva มาส่งต่อพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของจอมปีศาจ Sparda ให้ลูกชายของเธอ ก่อนจะจากไปพร้อมคำอวยพรให้ดันเต้เข้มแข็งให้มากๆ พลังที่ดันเต้ได้มาคือ Devil Trigger




การใช้ Devil Trigger นั้นต้องทำการโจมตีศัตรูไปเรื่อยๆจน Trigger gauge ที่อยู่ใต้เกทพลังชีวิตเต็มจึงจะสามารถกดแกนอนาล็อกซ้ายและขวาลงไปพร้อมๆกัน [L + R ] ดันเต้ก็จะระเบิดพลังปีศาจออกมาจนผมเขากลายเป็นสีขาวและทำให้ปีศาจทั้งหมดในพื้นที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศในระยะเวลานึง มากพอที่ให้ดึงมากระหน่ำจนมันตายได้โดยง่ายดาย ซึ่งจะสามารถใช้ได้จนกว่าพลังใน Trigger gauge จะหมดลงไปเท่านั้น แต่ Trigger gauge ก็สามารถเพิ่มให้ยามขึ้นได้โดยการเก็บหรือซื้อไอเทม Trigger gauge Fragment ใน item shop




หลังจากได้พลังที่ยิ่งใหญ่มาแล้ว เมื่อกลับมาหา Phineas เขาจะเตือนดันเต้ถึงเรื่องการใช้พลังปีศาจที่ได้มาอย่างระมัดระวัง ซึ่งดันเต้ก็บอกว่าเขาต้องการใช้มันกำจัด Mundus เท่านั้น Phineas ตอบกลับ แล้วถ้ากำจัด Mundus ไปแล้วคิดว่าใครจะเป็นผู้ครอบครอง Limbo ต่อกัน ทำเอาดันเต้ถึงกับเงียบไปเมื่อได้ฟังที่ Phineas ให้แง่คิดออกมา …



Chapter 10: BAD NEWS

ก่อนที่ Phineas จะทำทางให้ดันเต้ไปต่อ เขาก็ได้พูดถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของ Mundus พลังที่ไม่มีวันหมดสิ้นของมัน แต่ยังไงมันก็ยังมีจุดอ่อน ซึ่งจุดอ่อนของ Mundus ที่ Phineas รู้มาคือ ลิลิธ ปีศาจสาวที่อยู่คู่กับมัน แต่หาใช่เพราะความรักไม่ แต่เพราะลูกที่ลิลิธกำลังจะให้กำเนอดต่างหาก ถ้าต้องการตัดพลังของ Mundus ก็ต้องฆ่าลิลิธและลูกของมัน นั่นเป็นทางเดียวที่จะจัดการ Mundus ได้ ทางเดียวเท่านั้น Phineas แนะนำดันเต้ก่อนออกเดินทางต่อ จากนั้นก็ลุยไปตามฉากกลับหัวของทางรถไฟ โดดหลบการโจมตีของไฟจากหอคอยเข้าไปจนถึงด้านในสุด ดันเต้จะกระโดดเข้าไปในจอโทรทัศน์บนยอดตึกทันที



เมื่อเข้ามาก็จะพบจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ที่ Bob Barmas ผู้ประกาศข่าวกำลังรายงานข่าวบิดเบือนความเชื่อของผู้คนไปเรื่อยๆตามคำสั่งของ Mundus ดันเต้จึงเข้าไปจัดการมันทันที Boss Bob Barmas




มันจะเข้ามาสู้ด้วยรูปแบบของภาพจากจอโทรทัศน์ โดยจะไม่สามารถเข้าไปโจมตีมันตรงๆได้ ซึ่งต้องใช้ท่า [RT + B] ของ หมัดเพลิง ERYX ต่อยตรงพื้นที่เป็นสีแดงซึ่งก็คือปลั๊คส่งพลังงานของมัน ต่อยให้ครบทุกจุดมันก็จะหยุดนิ่งให้เข้าไปอัดมันได้แล้ว ระหว่างการต่อสู้มันก็รายงานข่าวให้ดันเต้ดูถึงภาพข่าวที่หน่วย Swat ของเมืองที่กำลังบุกเข้าจู่โจมที่ซ่อนลับขององค์กร The Order แล้ว เมื่อดันเต้พยายามจัดการมันลงไปได้ ในขณะที่ถาพมายาสลายไปก็หลงเหลือแต่ถาพความจริงที่ดันเต้บุกขึ้นไปหา Bob Barmas ถึงในห้องรายงานข่าวทำเอาทุกคนแตกตื่นจนหมด “ข่าวร้าย Bob แกถูกไล่ออก “ ก่อนที่ดันเต้จะกระหน่ำยิงไม่ยั้งจนมันตายคาที่ หลังจากจัดการ Bob ได้ดันเต้ก็จะได้อาวุธใหม่มาอีกชิ้น





กงจักร์มาร AQUILA เป็นอาวุธในสายของโหมด Angel ซึ่งสามารถสลับสับเปลี่ยนกับเคียว OSIRIS ได้โดยการกดปุ่มทิศทางไปทางซ้าย AQUILA นั้นมีพลังทำลายล้างต่ำกว่า OSIRIS แต่สามารถโจมตีได้ไกลกว่า และยังมีความสามารถในการทำลายประตูฟ้าที่อยู่ในระยะไกลที่ เคียว OSIRIS ไม่สามารถทำลายถึงได้อีกด้วย

การกระทำของดันเต้ในครั้งนี้ทำให้ความหงุดหงิดของ Mundus ที่เฝ้ามองอยู่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ




Chapter 11: THE ORDER

ดันเต้รีบมาที่ฐานของ The Order ที่ซากตึกร้างทันที ซึ่งก็จะพบหน่วย Octagon หน่วย Swat ของเมือง Limbo กำลังบุกเข้าพื้นที่เพื่อจับทุกคนด้านใน ทันทีที่ดันเต้ลงไปที่หน้าทางเข้าจู่มิติ Limbo ก็เริ่มทำงานทันที ดันเต้เริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเข้ามนมิติ Limbo ได้โดยที่พวกปีศาจยังไม่ทันได้เห็นตัวเขาเลย เข้าไปทดลองใช้ กงจักร์มาร AQUILA อาวุธใหม่ที่ได้มากับปีศาจที่บุกเข้ามาให้หมดปิดท้ายด้วยเจ้าตัวใหญ่ Butcher ปีศาจตัวใหม่ที่เข้ามา

โดยจุดอ่อนมันจะอยู่ที่ท้องของมัน จัดการปีศาจให้หมดแล้วทางโหนตัวจะออกมาให้โหนตัวขึ้นด้านบน จะพบประตูสีฟ้าที่ต้องใช้อาวุธสาย Angel ในการเปิดซึ่งมันอยู่ไกลออกไปมาก ซึ่งก็ต้องใช้ท่า [LT+B] ของกงจักร์มาร AQUILA ขว้างไปทำลายประตูจากระยะไกลได้ โดดโหนตัวเข้าไปที่ซากตึกตรงข้ามต่อเข้าไปจัดการปีศาจให้หมด รวมทั้ง Witch ปีศาจตัวใหม่ที่มีบาเรียป้องกันตัว ซึ่งสามารถใช้ท่า [LT+B ค้าง] ของกงจักร์มาร AQUILA ทำลายบาเรียของมันได้

ดันเต้ลุยเข้าไปด้านในผ่านทางมิติ Limbo พร้อมๆกับหน่วย Octagon ที่กำลังบุกเข้ามาเพื่อจับตัวเวอร์จิลในโลกแห่งความจริง แต่ที่ดันเต้ที่ลุยเข้ามาอย่างร้อนใจนั้นเป็นเพราะเป็นห่วงแคทมากกว่าเวอร์จิลแน่นอน ระหว่างทางดันเต้จะเริ่มเห็นพวกปีศาจกำลังสร้างวงแหวนเวทย์อยู่ทุกที่เหมือนพวกมันมีแผนการจะทำอะไรบางอย่าง ดันเต้พยายามลุยพวกปีศาจเข้าไปด้านในอย่างเร่งรีบซึ่งก้โชคดีที่ยังพบ แคท แอบอยู่ใต้โต๊ะทำงานอย่างปลอดภัย



Chapter 12: Under Siege

ดันเต้เข้าไปพบตัวแคทที่กำลังตื่นตระหนกกับการดจมตีที่เกิดขึ้น เธอบอกดันเต้ว่าระบบทุกอย่างในฐานลับนี้เสียหายจนหมดเพราะพวกปีศาจได้สร้างวงเวทย์เวทย์ประหลาดขึ้นมาเพื่อกักตัวดันเต้และเวอร์จิลให้อยู่ในมิติ Limbo ไม่สามารถออกไปได้เลย และแคทเองก็เหลือเครื่องมือที่จะเข้าไปมิติ Limbo ได้เหมือนกัน ดันเต้จึงพยายามคุ้มกันเธอจากพวกหน่วย Octagon ที่บุกเข้ามาในโลกความเป็นจริงโดยผ่านทางสเปรย์พลังปีศาจอุปกรณ์ที่เหลืออยู่ของแคท ซึ่งทำให้เขาสามารถทำลายสิ่งของเพื่อช่วยถ่วงเวลาให้แคทได้ จากนั้นแคทจะนำทางดันเต้เข้าไปด้านในจนถึงห้องควบคุมซึ่งจะพบเวอร์จิลโดนปีศาจกักขังไว้ด้วยวงเวทย์ให้เขาติดอยู่ใน Limbo เช่นกัน เข้าไปจัดการ Butcher และปีศาจให้หมดเพื่อช่วยเวอร์จิลออกมา เขาพยายามบอกให้แคทที่อยู่ในโลกแห่งความจริงรีบเปิดระบบรักษาความปลอดภัยขึ้นใหม่ให้ได้โดยให้ดันเต้พยายามต้านพวกปีศาจเอาไว้ก่อน จากนั้นปีศาจมากมายจะบุกเข้ามา จัดการมันให้หมดชุดแรกเวอร์จิลก็จะส่งปืน REVENANT ให้ดันเต้เอาไว้ใช้ต้านศัตรูต่อ




ปืน REVENANT ปืน Shot Gun ความรุนแรงสูงที่สามารถยิงศัตรูได้ในวงกว้างด้วยท่า Crowd Cleared [A+X] ซึ่งสามารถใช้สลับกับปืน Ebony & Ivory ได้ด้วยหารกดปุ่มทิศทางขึ้นบน

เมื่อต้านพวกปีศาจเอาไว้จนแคททำการเปิดระบบรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว เวอร์จิลจะบอกให้ดันเต้หนีออกจากที่นี่ทันทีก่อนที่หน่วย Octagon จะพังประตูเข้ามาได้ แต่ดันเต้ไม่ยอมทิ้งแคทเอาไว้คนเดียวแน่นอน แต่เวอร์จิลบอกว่าไม่มีทางเลือกเพราะแคทยังไม่สามารถหนีเข้ามาใน Limbo ได้ ดันเต้เองก็หมดปัญญาจะช่วยอะไรได้เหมือนกันเขาเพียงได้แต่บอกให้แคทรู้สึกหายหวดกลัวแต่พยายามยอมให้หน่วย Octagon จับไปโดยอย่าไปสู้ขัดขืนจะได้ไม่บาดเจ็บ แล้วดันเต้รับปากว่าจะรีบหาทางไปช่วยเธอทันที ในขณะที่หน่วย Octagon ที่พังประตูเข้ามาได้สำเร็จพวกมันตรงเข้ามายิงใส้แคทจนบาดเจ็บแถมยังกระทืบซ้ำอย่างไม่ยั้งก่อนจะลากตัวเธอไปต่อหน้าต่อตาดันเต้ที่ร้องตะโกนด้วยคว่มเจ็บใจอยู่ในมิติ Limbo โดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย ก่อนที่เวอร์จิลจะพาดันเต้หนีออกจากตึกแล้วรีบวาร์ปหนีออกจากพื้นที่ทันที



Chapter 13: DEVIL’S DALLIANCE

ดันเต้และเวอร์จิลในที่หลบซ่อนแห่งใหม่พวกเขาได้รับข้อความภาพส่งตรงจาก Mundus .เห็นทั้ง 2 คนเห็นมันทรมานแคทให้ยอมบอกชื่อหัวหน้าองค์กร The Order ที่บังอาจออกมาต่อต้านปีศาจ จนเธอยอมบอกออกไปว่าชื่อ เวอร์จิล จากนั้น Mundus จะเริ่มต่อรองกับเวอร์จิลทันทีว่าเขาต้องการตัว Nephilim หรือดันเต้นั่นเองมาแลกตัวกับแคทที่มันจับเอาไว้ แน่นอนว่าเวอร์จิลไม่ยอมที่จะแลกตัวแบบนี้แต่ดูเหมือนดันเต้จะไมาสนใจเขาพยายามจะช่วยแคทให้ได้ โดยที่เวอร์จิลพยายามจะบอกว่ามันไม่คุ้มเลยที่จะเอาพลังของตัวเองไปแลกกับมนุษย์ผู้หญิงแค่คนเดียว แต่ดันเต้ไม่สนใจเขาบอกว่ายังมีทางแลกตัวทางอื่นอีก โดยดันเต้จะมีแผนที่จะไปจับตัวลิลิธและลูกของ Mundus จุดอ่อนเดียวของมันเอามาเป็นตัวต่อรองแทน ซึ่งดันเต้ได้บอกเวอร์จิลไปว่าเขารู้ความลับเรื่องจุดอ่อนของ Mundus มาจาก Phineas นั่นเอง ถึงแม้ไม่ค่อยพอใจแต่เวอร์จิลก็ยอมตกลงตามแผนตามที่ดันเต้ว่า โดยเขาจะทำการหาข้อมูลจนพบที่อยู่ของลิลิธว่าเธอจะหลบอยู่ใน Club downtown ประจำของเธอในทุกค่ำคืน ดันเต้จึงรีบเดินทางไปที่นั่นทันที




ที่ Club downtown ดันเต้เดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวแต่ก็ต้องโดนการ์ดห้ามเอาไว้เพราะเข้าไม่มีชื่ออยู่ใน List รายชื่อสามาชิก ก่อนที่ดันเต้จะเสยหมัดเข้าที่คางจนมันกระเด็นสลบไปก่อนที่จะลงมือเซ้นชื่อเพิ่มไปใน List “ ตอนนี้มีแล้วน๊ะ “ ดันเต้บอกกับการ์ดที่นอนสลบอยู่ก่อนเข้าไปด้านในฟอร์เต้นรำ ทันทีที่เข้าไปดันเต้ก้เห็บลิลิธกำลังเต้นยั่วหนุ่มๆอยู่บนชั้น 2 ของคลับ ทันที่ที่พวกปีศาจในนั้นเห็นว่าเป็นดันเต้พวกมันก็ลากเขาเข้าสู่ Limbo ทันที เหล่านักเที่ยวที่กำลังเต้นอย่างเมามันเปลี่ยนสภาพกลายเป็นปีศาจกระหายเลือดในทันที จัดการพวกมันให้หมด แล้วลิลิธจะเข้ามาเยาะเย้ยดันเต้ว่ายังเร็วเกินไปมั๊ยที่จะจัดการกับเธอ ก่อนที่จะให้ดันเต้เล่นเกมส์โชว์ของเธอก่อน




กติกาง่ายๆก็คือในขณะกำลังสู้กับพวกปีศาจ เมื่อพื้นเปลี่ยนเป็นสีแดงก็ให้ใช้ท่าของอาวุธในสาย Demon (RT + Y) ในการจัดการ และถ้าพื้นเปลี่ยนเป็นสีฟ้าก็ให้ใช้ท่าของอาวุธสาย Angle (LT + Y) จัดการพวกมัน ดันเต้ต้องลุยผ่านด่านทดสอบถึง 5 ด่านในสภาพแวดล้อมของฟอร์เต้นรำในมิติ Limbo ที่แสงสีเสียงชวนเวียนหัวยิ่งนัก เมื่อลุยจบครบแล้วดันเต้จะวนกลับมาที่ฟอร์เต้นรำอีกครั้ง ในด่านที่ 6 ลิลิธจะส่งปีศาจ 2 ตัวออกมาเล่นงานดันเต้ โดยเจ้า Ghost Rage ตัวสีขาว ให้ใช้ท่าของอาวุธสาย Angle (LT + Y) จัดการ ส่วน Blood Rage ก็ให้ใช้ท่าของอาวุธในสาย Demon (RT + Y) ในการจัดการมัน ไม่งั้นโจมตียังไงมันก็ไม่ตาย เมื่อจัดการพวกมันจนหมดแล้วสุดท้ายก็ถึงคิวลิลิธแล้วล่ะ …




Chapter 14: LAST DANCE




ในขณะที่ลิลิธกำลังเจ็บครรภเธอก็ยังต้องลงมาจัดการสู้กับดันเต้ด้วยตัวเอง Boss Lilith & Mundus’s Spawn โดยที่มันจะใช้ลูกในท้องของมันเป็นตัวช่วยสู้ Mundus’s Spawn จะออกมาจากท้องลิลิธและขยายตัวขนาดใหญ่แล้วเอาลิลิธแม่ของมันไปซ่อนไว้ในท้องของมันแทน การโจมตีหลักๆคือทุบพื้นอย่างรุนแรงทำให้เข้าถึงตัวมันยากมาก ซึ่งต้องหาจังหวะใช้ท่า [LT + X ] ดึงตัวเองขึ้นไปหาตัวของมันถึงจะเข้าไปโจมตีมันได้แบบจะๆ เมื่อพลังมันหมดหลอดแล้วก็จะการใช้ท่า [RT + X] ลากตัวลิลิธที่อยู่ในท้อง Mundus’s Spawn ออกมาโจมตีได้ จากนั้นเธอจะกลับเข้าไปในร่างของ Mundus’s Spawn ใหม่ ทำแบบนี้ไปเรื่อยจนจัดการลิลิธลงได้ ดันเต้จะเข้าไปต่อรองกับลิลิธว่าถ้าไม่ทำตามในสิ่งที่เขาบอกก็เตรียมตัวตายทั้งแม่และลูกได้เลย ..

จากนั้นดันเต้ก็ส่งข้อความภาพกลับไปหา Mundus ว่าถ้าต้องการได้ตัวลิลิลธและลูกของแกคืนก็ให้เอาตัวแคทมาแลก Mundus เจอแผนย้อนกลับของดันเต่แบบนี้มันจึงเจ็บใจจนแทบบ้าไปเลย ..



Chapter 15: THE TRADE

การแลกตัวประกันของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดขึ้นที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง โดย Mundus มันจะส่งทีมลูกน้องของมันพาตัวแคทมาแลกเปลี่ยนแทน ในขณะที่ดันเต้และเวอร์จิลก็พาลิลิธมาส่งให้ ทั้ง 2 ฝ่ายระแวดระวังอย่างตรึงเครียดขณะที่ตัวประกันของท้ง 2 ฝ่ายกำลังเดินแลกเปลี่ยนตัวกัน แต่ขณะนั้นเองเวอร์จิลก็ใช้ปืนยิงเข้าที่ด้านหลังทะลุท้องของลิลิธทำให้มันตายทั้งแม่ทั้งลูกทันทีโดยที่ดันเต้ยังไม่เคยรู้มก่อนว่าเวอร์จิลจะทำแบบนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงเริ่มกระหน่ำกระสุนเข้าหากัน ทำให้ดันเต้ต้องใช้ตัวเองบังกระสุนเข้าไปพาแคทออกมาจากดงกระสุนจนเธอปลอดภัย Mundus ที่เฝ้ามองอยู่ที่หอคอยของมันก็แค้นมากในสิ่งที่พวกดันเต้ทำ มันจึงใช้พลังงานจาก Hell Gate เปลี่ยนสภาพเมืองทั้งเมืองให้เป็นมิติ Limbo ทำให้ถนนหนทางเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ดันเต้จึงให้เวอร์จิลพาแคทขับรถหนีไปให้เร็วที่สุด ซึ่งรถของเวอร์จิลก็โดนซากปรักหักพังขวางทางจนแทบจะหนีไม่รอด ดันเต้เห็นว่าโลกแห่ง Limbo นั่นช้ากว่าโลกแห่งความจริง จึงน่าจะพอทันที่เขาจะช่วยเคลียเส้นทางให้เวอร์จิลได้ ใช้การโหน {LT + X] และ [RT + X] ในการทำลายสิ่งกีดขวางที่เข้ามาขวางทางรถของเวอร์จิลไม่ให้ได้รับอันตรายจนทำให้ขับหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโกรธแค้นจนแทบทะลุจุดเดือดของ Mundus



Chapter 16: THE PLAN


ตอนนีถึงเวลาแล้วที่ต้องจัดการ Mundus ให้สิ้นซาก ทั้ง 3 กลับมาวางแผนการบุกเข้าตึก Sliver Sack Tower ของ Mundus โดยแคทจะแสดงความฉลาดของเธอออกมาด้วยการจดจำแผนที่ในตึกของ Mundus ได้อย่างละเอียดรวมทั้งตำแหน่งของ Hell Gate ด้วยเมื่อตอนที่เธอถูกจับตัวเข้าไปขังไว้ในตึก โดยเธอจะให้ดันเต้และเวอร์จิลแยกกันไปทำงานโดยให้ดันเต้เข้าไปสร้างความวุ่นวายจากทางหน้าตึกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แล้วให้เวอร์จิล ที่ Mundus ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นพี่ชายของดันเต้ลอบเข้าไปอีกด้าน เพื่อเข้าไปแฮกเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของตึกเพื่อเปิดประตูให้ดันเต้ เมื่อฟังแผนจบแล้วดันเต้กับเวอร์จิลจึงออกลุยทันที …



ที่หน้าตึก Sliver Sack Tower ดันเต้ออกมาสร้างความปั่นป่วนตามแผน เขาล่อปีศาจออกมาให้มาสู้กับเขาจนเวอร์จิลลอบเข้าไปในตัวตึกได้สำเร็จ เมื่อจัดการปีศาจจนหมดแล้วเวอร์จิลที่แฮกเข้าระบบได้แล้วก็จะเปิดประตูหน้าตึกให้ดันเต้เข้าไปด้านใน จัดการเจ้า Dreamrunner ที่ห้องด้านใน ลุยพวกปีศาจเข้าไปด้านในจนถึงลิฟต์ที่ชั้น 67 จะพบเวอร์จิลรออยู่ ระหว่างที่ขึ้นลิฟต์ไปต่อแคทจะบอกแผนต่อไปโดยให้ดันเต้มุ่งหน้าไปที่ฝั่งตะวันออกของตึก แล้วให้เวอร์จิลไปที่ห้องควบคุม Server หลักทางฝั่งตะวันตกของตึก เพื่อคอยปิดระบบรักษาความปลอดภัยให้ดันเต้ ลุยต่อไปทางฝั่งขวาของตึกลุยเข้าไปตามทางจนถึงลิฟต์ของชั้น 105 ขึ้นไปด้านบนต่อจนพบเลเซอร์รักษาความปลอดภัย ขณะที่เวอร์จิลแฮกเข้าระบบมากเกินไปจนระบบของตึกสร้างระบบป้องกันออกมา ทำให้ดันเต้ต้องโดดหลบฝ่าเลเซอร์รักษาความปลอดภัยเข้าไปด้วยตัวเอง ลุยเข้าไปจนถึงลิฟต์ในชั้น 106 จะพบเวอร์จิลรออยู่ ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 114 ต่อ เวอร์จิลจะให้ปืนดันเต้อีกกระบอก




ปืน KABLOOEY ซึ่งเป็นปืนที่สามารถยิงลูกระเบิดขนาดเล็กออกไปแล้วทำการกดระเบิดด้วยปุ่ม [A + X ] จะสร้างความเสียหายกับปีศาจที่บินได้อย่างมาก หรือแม้กระทั้งเจ้า Tyrant ก็สามารถยิงไปติดที่หลังของมันแล้วกดระเบิดจะทำให้มันตายได้อย่างไมายากนัก โโยสามารถใช้สลับกับปืน Ebony & Ivory และ ปืน REVENANT ได้ด้วยหารกดปุ่มทิศทางขึ้นบน เมื่อลิฟต์ขึ้นมาจนถึงชั้น 159 ดาดฟ้า จัดการปีศาจที่ออกมาให้หมดแล้วโดดไปตามซากปรักหักพังจนขึ้นไปที่กระจกในห้องชั้นบนของหอคอย ดันเต้ก็จะโดนเข้าไปต่อยกระจกแทนการมารยาทการเคาะประตูแล้วโดดเข้าไปด้านในทันที



Chapter 17: FLRNACE OF SOULS

ตรงหน้าดันเต้คือส่วนของ Mundus Chamble ที่นี่นั่นสุดแสนอันตรายที่เส้นทางที่ต้องโดดโหนผ่านไปมีทั้งไฟนรกที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นเป็นระยะและศัตรูบินที่เข้ามารบกวนอีกมากมาย เส้นทางก็ค่อนข้างกว้าง สิ่งดีๆที่ต้องเก็บก็มีซ่อนอยู้หลายจุด พยายามองหากะจังหวะโดดโหนไปเก้บไอเทมดีๆมาให้หมดก่อน แล้วค่อยโดดโหนลุยปีศาจเข้าไปด้านในสุดก็จะพบทางวาร์ปเข้าไปสู่ช่วงต่อไป



Chapter 18: DEMONS DEN





ดันเต้และเวอร์จิลบุกเข้ามาถึงหน้าห้อง The Vault ของ Mundus แล้วแต่ระบบรักษาความปลอดภัยก็ปิดประตูไม่ให้ทั้งคู่ไปต่อทันที ที่ห้องโถงในถ้ำตรงนี้ที่หน้าประตูห้องของ Mundus จะตราสัญลักษณ์ที่พื้นอยู่ 4 แบบและมีเสารูปปั้นอยู่ 4 ด้าน สิ่งที่ต้องทำก็คือ สังเกตดูด้านหลังของเสารูปปั้นทุกอันจะมีถ้ำอยู่ ให้เข้าไปด้านในก็จะพบผลึกสัญลักษณ์ เข้าไปปลดล็อกโดยการดึงด้วยท่า [RT + X] เพื่อเปิดระบบมัน ลำแสงสัญลักษณ์ก็จะฉายแสงไปยังเสาที่หน้าประตูทำให้เสาสัญลักษณ์โผล่ขึ้นมาจากพื้น จัดการปีศาจที่ออกมาให้หมดแ ล้วเข้าไปเปิดของระบบผลึกสัญลักษณ์ ในถ้ำอีก 3 ถ้ำที่เหลือให้หมดจน ให้เสาสัญลักษณ์โผล่ขึ้นมาจากพื้นครบ 4 เสา จากนั้นสังเกตดูที่เสาจะมีตราสัญลักษณ์ต่างๆอยู่ ทั้ง รูปดาว – รูปพระอาทิตย์ – รูปพระจันทร์ และ สัญลักษณ์ รูปลม




จากนั้นมองที่พื้นก็จะพบตราสัญลักษณ์รูปต่างๆอยู่ ใช้ท่า [RT + B] ของ หมัดเพลิง ERYX ต่อยตรงวงกลมแดงเพื่อเลื่อน ตราสัญลักษณ์รูปต่างๆให้รูปไปตรงกับรูปบนเสาตราสัญลักษณ์ ให้ครบ 4 เสาประตู The Vault ห้องของ Mundus ก็จะเปิดออกแล้ว



Chapter 19: FACE OF THE DEMON





ดันเต้และเวอร์จิลเข้าไปด้านในห้องของ Mundus ได้สำเร็จโดยเวอร์จิลจะย้ำเตือนแผนที่ให้ดันเต้ล่อ Mundus ให้ออกไปสู้นอกห้องเพื่อเข้าลอบเข้าไปทำลาย Hell gate เพื่อตัดกำลังของมัน เมื่อ Mundus เห็นดันเต้คำถามที่เขาถามซ้ำไปซ้ำมากับดันเต้คือ ฆ่าลูกของมันทำไม ? แต่คำตอบเดียวที่ดันเต้ตอบกลับไปมีอย่างเดียวคือ เพราะแกฆ่าแม่ของชั้น !! เท่านั้นเอง ถึงแม้ Mundus จะสบประมาทว่าสิ่งที่ทำไปก็แค่อยากล้างแค้นให้แม่เท่านั้นไม่ได้มีเป้าหมายยิ่งใหญ่อะไรเลย Musdus พยายามบอกกับดันเต้ว่าสมควรแล้วหรือที่จะต่อสู้เพื่อปดดปล่อยพวกมนุษย์ให้ได้รับอิสระเสรีภาพ แลัวพวกมนุษย์มันสนใจในเสรรีภาพของปีศาจอย่างดันเต้อย่างนั้นหรือ ? ดันเต้เองก็แสร้งพูดว่าทำเพื่อมวลมนุษย์ไม่ได้นานก็ต้องบอกไปด้วยความแค้นว่า สุดท้ายมันก็แค่แก้แค้นนั่นแหละ และก็สะใจมากที่ได้ฆ่าลูกของแกทิ้งซะถึงมันจะไม่คุ้มที่จะแลกกันก็เถอะ ทำเอา Mundus ยั้วสุดขีดพุ่งเข้าไปอัดดันเต้จนกระเด็นจากหน้าต่างไปในเมืองเลย สบโอกาศให้เวอร์จิลลอบเข้าไปถึง Hell gate ได้สำเร็จแล้วเข้าก็เริ่มทำลายมันทันทีด้วยรอยยิ้มที่สะใจ ผลของการทำลาย Hell gate ทำให้มิติต่างๆเริ่มปั่นป่วนจนทำให้มิติ Limbo เริ่มที่จะหลอมรวมกันโลกแห่งความจริง ทำให้ผู้คนต่างเริ่มเห็นปีศาจที่ปะปนแฝงตัวอยู่เผ่นพ่านไปมาอย่างเต็มตาจนเกิดความโกลาหลไปทั่ว



ในขณะที่ดันเต่กำลังถูก Mundus ตรึงอยู่เตรียมที่จะควักหัวใจเหมือนที่มันทำกับ EVA แม่ของดันเต้ จู่ๆ Mundus ก้รู้สึกได้ถึงพลังนรกที่หลังไหลออกมาจาก Hell Gate เพื่อส่งพลังให้เขาเริ่มหยุดลง ยังไม่ทันขาดคำเวอร์จิลก็ใช้ดาบพุ่งเข้าเสียบ Mundus จากด้านหลังตอนมันหมดพลังและไม่ทันระวังตัวจนร่วงไปบนถนนด้านล่างพร้อมกับน้ำลายของดันเต้ที่ถ่มตามลงไปตกลงที่ใบหน้าพอดี …แต่ทุกอย่างไม่จบแค่นั้น Mundus รวบรวมพลังที่หลงเหลืออยู่ของมันเข้าทำการร่วมร่างกับซากปีกหักพังของเมืองทั้งหมดนำมาสร้างเป็นร่างกายขนาดใหญ่มหึมาห่อหุ้มร่างของมัน แล้วเข้ามาโจมตีใส่ดันเต้และเวอร์จิลทันที ถึงตอนนี้ Mundus รู้แล้วว่าลูกของ Sparda ไม่ได้มีแค่หนึ่งเดียว แต่กลับมือถึง 2 คนฝาแฝดเท่ากับว่ามีถึง 2 Nephilim แต่นั้นก็ไม่สำคัยแล้วสำหรับ Mundus เพราะทั้ง 2 Nephilim อยู่ตรงหน้ามันพร้อมที่จะโดนมันขยี้แล้ว



“ Me, a god...versus you, a piece of shit! ”



Boss Mundus ขณะที่ดันเต้และเวอร์จิลพยายามสู้กับมันอย่างสูสี เวอร์จิลก็โดนมันดูดเข้าไปด้านในร่างกายของมัน ซึ่งตรงกับใจเวอร์จิลพอดี เขารีบบอกกับดันเต้ว่าให้ดันเต้ทำลายร่างกายภายนอกของมันส่วนเข้าจะจัดการเจ้า Mundus จากภายในเอง Mundus มันจะใช้มือขนาดใหญ่ทุบลงบนพื้นด้วยความรุนแรงแต่ก็สามารถหลบไปมาได้ไม่ยาก จากนั้นก็รอจังหวะใช้ท่า [LT + X] โหนตัวเข้าไปหามือของมันแล้วจัดการโจมตีมันไปเรื่อยๆ ทำลายไปทีละมือจนทำลายได้ 2 มือระหว่างนั้นก็ใช้ท่า [RT + X] ดึงที่ตาของมันให้มันเสียจังหวะพอให้เวอร์จิลมีจังหวะที่จะเข้าไปจัดการสับร่าง Mundus ที่อยู่ด้านในจนขาดเป็น 2 ท่อนตายสลายไปในที่สุด




การต่อสู้จบลงแล้วด้วยพี่มือของ 2 พี่น้องดันเต้และเวอร์จิล ถึงแม้ดันเต้จะตู่ว่าเป็นฝีมือของเขาเพียงคนเดียวก็แล้วแต่ ซึ่งนั่นก็มากพอที่จะเรียกรอยยิ้มจาก 2 พี่น้องที่จากกันไปนานได้ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่จนจัดการศัตรูของพ่อแม่ลงได้ ท่ามกลางแสงสว่างวันใหม่ของมวลมนุษย์ วันที่มนุษยืได้รับการปลอดปล่อยจากการโดนมอมเมาถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยรู้ตัวเลยก็ตาม ….



Chapter 20: THE END

ท่ามกลางแสงสว่างของวันแห่งอิสระภาพของมวลมนุษย์ที่ต้องแลกมาด้วยความเสียหายจนเกินบรรยายของบ้านเมือง ทำเอาแคทเห็นแล้วอดใจหายไม่ได้




แคท – สภาพของเมืองพังแทบไม่เหลือเลยน๊ะ เกิดอะไรขึ้นน่ะ

เวอร์จิล – การวิวัฒนาการ มิติ Limbo ถูกหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงไง หรือน่าจะเรียกว่า การปลดปล่อย ดี

ดันเต้ –อิสระภาพของมวลมนุษย์ชาติ พวกมนุษย์จะได้รับการปลดปล่อยเสียที …

เวอร์จิล – ใช่ แต่พวกปีศาจก็ถูกปลอดปล่อยเช่นกัน แต่ก็ถือว่าเป็นบุกเบิกที่ดีสำหรับ การปกครอง ของเรา

ดันเต้ – เดี๋ยว นายพูดว่าอะไรน๊ะ ?

เวอร์จิล – เป็นสิ่งที่ดีสำหรับ การปกครอง ของเรา

ดันเต้ – การปกครอง ? ..การปกครองอะไร เวอร์จิล ?

เวอร์จิล – ทั้งหมด ทั้งหมดที่เห็นนี่ไง

ดันเต้ – นี่นายหมายถึง.. เหมือนกับ Mundus น่ะหรอ ?

เวอร์จิล – ไม่เหมือน เราจะปกครองประชากร ไม่ใช่กักขังพวกเขา

ดันเต้ – ประชากร ! นายหมายถึง มนุษย์น่ะหรอ ?

เวอร์จิล – ดันเต้ พวกมนุษย์น่ะ อ่อนแอและแสนโง่เขลาเหมือนพวกเด็กๆที่ต้องการพ่อแม่เป็นผู้ชี้นำน๊ะ พวกเราสามารถปกครองพวกเขาได้น๊ะ เราก็บอกว่าพวกเราเป็นคนช่วยพวกเขาจากพวกปีศาจ ใครจะรู้

ดันเต้ – แคท นี่ไงรู้ ในฐานะที่เธอก็เป็นมนุษย์คนนึง

เวอร์จิล – แคทหรอ เธอก็แค่เครื่องมือไว้สำหรับใช้งานเท่านั้น

แคท - เครื่องมือหยั่งงั้นหรอ ?

ดันเต้ – ที่ผ่านมาถ้าไม่ได้แคทคอยช่วยวางแผนต่างๆพวกเราคงไม่ได้มาไกลถึงขนาดนี้หรอกน๊ะเวอร์จิล !

แคท – ที่ผ่านมานี่นายไม่ได้สู้เพื่ออิสระภาพหรอกหรือเวอร์จิล ?

ดันเต้ – ขึ้นอยู่กับอิสระภาพสำหรับใครมากกว่า ใช่มั๊ยเวอร์จิล แต่ชั้นคงรับไม่ได้หรอกน๊ะ

เวอร์จิล – งั้นนายก็ต้องเลือกข้างแล้วล่ะ น้องชาย ..

ดันเต้ – ไม่ใช่ข้างเดียวกับนายแน่นอน พี่ชาย …!!





หลังพูดคุยจบทั้ง 2 พี่น้องดันเต้และเวอร์จิลต่างค่อยๆขักดาบขึ้นช้าๆ ทั้งคู่พร้อมแล้วที่จะห่ำหั่นกันเพื่อตัดสินความขัดแย้งทางความคิด ทั้งคู่มองตากันเสมือนกับอยากให้อีกฝ่ายหยุดการคุกคาม แต่ไม่มีใครที่จะหยุดการต่อสู้ครั้งนี้ได้อีกแล้วแม้แต่จิตใต้สำนึกความเป็นพี่น้อง …Boss เวอร์จิล การต่อสู้กับเวอร์จิลนั้นดันเต้จะต้องเจอกับการเคลื่อนที่และการโจมตีด้วยดาบคลืนแสงที่แสนจะรวดเร็วและการ์ดที่แสนแข็งแกร่งของเวอร์จิลจนแทบไม่มีจังหวะให้ดันเต้เข้าโจมตีได้เลย แต่ก็พอมีทางถ้าเลือกใช้ ดาบ Rebellion ฟันพลังคลื่นแสงของเวอร์จิลให้สะท้อนกลับไปทำลายมันเอง ซึ่งจะรุนแรงกว่าเข้าไปฟันมันเองที่ยากจะโดนเยอะเลย เมื่อพลังของเวอร์จิลลดลงเหลือหลอดสุดท้าย มันจะใช้ท่าแยกร่างให้ร่างสีดำของมันออกมาคุ้มครองมัน พยายามโจมตีเวอร์จิลในร่างสีขาวจนพลังมันเหลือแค่ขีดเดียว แล้วระเบิดพลัง Devil Trigger เข้าไปจัดการมันได้เลย




การต่อสู้ของ 2 พี่น้องมาถึงจุดที่ต้องตัดสินความเป็นความตาย พลังปีศาจ Devil Trigger ของดันเต้ชี้นำให้ปักดาบ Rebellion เสียบหน้าอกเพื่อปลิดชีพของเวอร์จิลโดยเร็ว แต่แคทก็มาช่วยพูดให้จิตฝ่ายเทวดาของดันเต้กลับคืนมา พอที่จะหยุดยั้งดาบที่กำลังปักทะลุร่างพี่ชายฝาแฝดของเขาให้ตายคาที่ เมื่อดันเต้ได้สติกลับคืนมาแล้ว เขายื่นมือให้เวอร์จิลดึงตัวขึ้นมาเหมือนตอนที่เขาเล่นสู้กันในวัยเด็ก






เวอร์จิล – นายเลือกข้างผิดแล้วน้องรัก นายไม่ใช่มนุษย์และไม่มีวันเป็นได้ด้วยซ้ำ

แต่ อย่างน้อยเวอร์จิลก็บอกรักดันเต้น้องของเขาเป็นคำร่ำลาก่อนจะหายตัวไปในอีกมิติอย่างบอบช้ำ …

ดันเต้ – ตอนนี้ชั้นรู้สึกสับสนกันสิ่งที่เกิดขึ้นและทุกสิ่งที่เขาทำลงไปจริงๆ

แคท – ทุกสิ่งที่นายทำนั้นดีที่สุดแล้ว นายทำในสิ่งที่ต้องทำแล้ว ทุกสิ่งที่นายทำลงไปบ่งบอกความเป็นตัวตนของนายเอง วึ่งแตกต่างและคนละความหมายกับเวอร์จิลพี่ชายของนาย ยังไงนายก็คือ ดันเต้ ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้อีกแล้ว






ท่ามกลางแสงสว่างแห่งวันใหม่ของมวลมนุษย์ชาติ วันที่มนุษยืได้รับการปลอดปล่อยจากการโดนครอบงำของปีศาจที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อน อิสระภาพของมนุษย์ที่ต้องแลกด้วย สัมพันธ์ภาพของปีศาจ ตำนานบทใหม่ของลูกชายของสปาร์ด้าอาจจะเริ่มต้นจากที่นี่ก็เป็นได้ ……?


----------------------------------------- THE END -------------------------------------------



กระทู้หลัก DmC Devil May Cry - Face Your Demons [Official Thread] ของคุณ devilexe

http://www.gconsole.com/forum/show.php?page=topicdetail&id=133198&cat=1

...................................................................................................................................

พูดคุยกับผมได้ที่

Blog http://decibelperoxide.exteen.com/

Facebook - http://www.facebook.com/Oxidezz


| Share

 


STAFF | CONTACT US | ABOUT US
Copyright Gconsole.com 2000 - 2010 All rights reserved
Contact Webmaster & Feedback :
Host By InternetCyber