Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
บทสรุป แบทเทิลฟิลด์ 1 (Battlefield 1 2016)

<<
<
1
Reply
Vote
# Tue 21 Jul 2020 : 8:28PM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(3471 post)
บทสรุป แบทเทิลฟิลด์ 1 (Battlefield 1 2016)

โหมดเนื้อเรื่องแคมเปญ (Campaign) 

โดย"MnemoniC"



แบทเทิลฟิลด์ 1 จะเป็นเรื่องราวของหลายๆตัวละครในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยจะแบ่งแชปเตอร์หลักเป็น 5 แชปเตอร์ และอีก 2 แชปเตอร์ย่อยคือบทเกริ่นนำเนื้อหาและบทสรุปตอนจบของเกม ซึ่งในสงครามแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรมีศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี ได้แก่ จักรวรรดิบริติช สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3และจักรวรรดิรัสเซีย ส่วนอีกฝ่ายคือฝ่ายมหาอำนาจกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ จักรวรรดิเยอรมนี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออตโตมันและราชอาณาจักรบัลแกเรีย



แชปเตอร์ "สตอร์ม ออฟ สตีล (Storm of steel)

บทเริ่มต้นของของเกมที่อยู่ในสมรภูมิที่มีการสู้รบและสูญเสียมากมายในสงครามโลกครั้งที่ 1 บริเวณเขตสู้รบที่เรียกว่า "โน แมน แลนด์" (No man's land)

"เบรค ออฟ ดอว์น" (Break of dawn)- จะเป็นเเชปเตอร์โฆษณาตัวเกมอีก 5 ตัวละครที่เราจะได้เล่นจริงๆ โดยภารกิจนี้คือให้เราตายในสนามรบหลายๆรูปแบบเพื่อที่ตัวเกมจะได้เล่าสตอรี่ของเกมโดยรวมๆ
หลังจบคัตซีนเราจะเข้ามาอยู่บริเวณสนามรบให้ตามเพื่อนออกไปช่วยกันยิงทหารฝ่ายเยอรมนี เพื่อเรียนรู้พื้นฐานการบังคับตัวละคร เมื่อเราโดนยิงหรือถูกเผาจนตายเราจะเปลี่ยนไปบังคับพลฯปืนกลใหญ่ ให้ยิงศัตรูไปเรื่อยๆเรียนรู้วิธีใช้ฐานป้อมปืนติดตั้ง จนทหารเยอรมนียิงเราแล้วตกออกมาจากป้อมปืน ให้ใช้ปืนลูกซองยิงทหารเยอรมันต่อจนเราตาย จากนั้นเราจะมาเป็นทหารพลปืนในรถถังเรียนรู้วิธีเปลี่ยนปืนและกำจัดศัตรูต่อจนรถถังระเบิด เราจะกลับไปบังคับทหารราบอีกครั้ง จนตายครบ 3-4 คนเป็นอันเสร็จจบในแชปเตอร์เกริ่นนำโพรล็อกนี้



แชปเตอร์ 1 "ธรู มัด แอนด์ บลัด" (Through Mud and Blood)

"ธรู มัด แอนด์ บลัด"จะเป็นเรื่องราวของ "แดนนี่ เอ็ดเวิร์ด"(Danny Edward) หนุ่มอังกฤษอดีตคนขับรถที่ต้องมาควบคุมรถถังชื่อ"บิ๊ก เบสส์หรือแบล็ค เบสส์"ชื่อที่เขียนติดรถถังของจักรวรรดิบริติชต่อสู้กับทหารจักรวรรดิเยอรมนี ในสมรภูมิสงครามทางตอนเหนือของฝรั่งเศส

"โอเวอร์ เดอะ ท็อป" (Over the top)- เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ.1918 เอ็ดเวิร์ดจะเป็นพลขับ"บิ๊ก เบสส์"รถถังมาร์คไฟว์ของกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร ร่วมกับผู้บัญชาการทาวน์เซนด์ (Townsend) แม็คมานัส (McManus) พลปืนประจำรถถัง และ ทีมช่างคนอื่นๆ ภารกิจของทุกคนคือใช้รถถังเจาะแนวทหารเยอรมนีไปเฟรนช์ ทาวน์ของแคมบราย

เมื่อบังคับรถถังได้ให้ขับไปด้านหน้าเรื่อยๆจนมีพิกัดจุดเอ(A)สีแดงซ้ายล่างของแผนที่ขึ้นมา ให้ไปที่นั่นโดยให้เราคอยใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้ฐานปืนใหญ่เยอรมนี (Field gun) ถ้าเป็นทหารราบเยอรมนีให้ใช้ปืนกลรถถังกำจัดตามทาง พอถึงจุดเอจะพบธงทหารเยอรมันให้เราอยู่บริเวณใกล้ๆธง ยิงป้อมปืนและศัตรูรอบๆจะเห็นสีธงของจุดเอจากสีแดงจะทึบเข้มลง และกลายเป็นสีน้ำเงินสว่างจนเปลี่ยนธงจักรวรรดิเยอรมนีเป็นธงสหราชอาณาจักร แสดงว่าเรายึดจุดเอของศัตรูได้แล้ว ให้ทำอย่างเดิมทั้งจุดบีและซี (B&C) หากรถถังเราเสียหายตรงเกจเปอร์เซ็นต์พลังขวาล่าง ให้หยุดรถและกดปุ่มซ่อมแซมก่อน แต่ควรระวังขณะซ่อมรถถังเราจะไม่สามารถใช้อะไรรถถังได้ (ยานพาหนะในเกมนี้จะไม่มีระบบฟื้นฟูเลือด อัตโนมัติหรือรีเจนเนอเรตติ้ง เฮลธ์ Regenerating Health เหมือนตอนบังคับตัวละครคนธรรมดา)

เมื่อยึดจุดเป้าหมายได้ครบเราจะพบรถถังเยอรมนีขวางทางให้เคลื่อนที่ไปไม่ได้ จนโดนระเบิดด้วยกันทั้งสองฝ่าย จะมีคัตซีนที่ช่างซ่อมบิ๊ก เบสส์ออกมาซ่อมรถถังแต่โดนโจมตีจนตาย เราจึงต้องกดปุ่มเพื่อซ่อมบิ๊ก เบสส์เองและกลับเข้ารถถัง พอกลับขึ้นไปจะมีเป้าหมายใหม่คือให้ทำลายปืนใหญ่ระยะไกลของเยอรมนีทั้งหมด 3 จุดใหญ่ ให้ขับบิ๊ก เบสส์ฝ่าปืนใหญ่ฟิลด์ กันและรถถังขนาดเล็กของเยอรมนีไปทำลายปืนใหญ่ระยะไกลให้หมด จากนั้นจะปรากฎธงเยอรมนีจุดดี (D) ให้เราไปยึดพื้นที่ที่นั่น

ทำการยึดจุดดีเสร็จเรียบร้อยให้ฝ่าแนวรถถัง ป้อมปืน และ ทหารราบเยอรมนี จนข้ามสะพานไปจุดเป้าหมายในแผนที่อันใหม่ แต่ขณะกำลังเดินทางบิ๊ก เบสส์จะติดหล่มโคลน และคัตซีนจะตัดมาที่ทหารเยอรมนีกำลังทำลายบิ๊ก เบสส์ ทาวน์เซนด์จึงสั่งเอ็ดเวิร์ดให้ปล่อยพิราบสื่อสารไปฐานบัญชาการ เพื่อระดมยิงปืนใหญ่ระยะไกลมาที่รถถังบิ๊ก เบสส์บริเวณที่ข้าศึกศัตรูกำลังโอบล้อมกลุ่มของเอ็ดเวิร์ดอยู่
ให้เราบังคับพิราบกลับฐานบัญชาการจะพบคัตซีน

"ฟ็อก ออฟ วอร์" (Fog of war)- หลังจากบิ๊ก เบสส์ส่งสาส์นพิกัดของศัตรูออกไป ฐานบัญชาการจะระดมยิงปืนใหญ่ระยะไกลใส่บิ๊ก เบสส์ทันที แต่เป็นโชคดีในโชคร้ายของเอ็ดเวิร์ดที่การโจมตีของฐานบัญชาการกำจัดทหารเยอรมันจนหมด เหลือบิ๊ก เบสส์ไว้ในแดนข้าศึกขณะที่แม็คมานัสเริ่มสงสัยคำสั่งในภารกิจนี้ของทาวน์เซนด์ที่จะต้องไปแคมบราย เพราะสถานการณ์ของบิ๊ก เบสส์และทาวน์เซนด์ไม่น่าจะพร้อมกับการทำศึกอีกตอนนี้

ขณะบิ๊ก เบสส์สกำลังเคลื่อนที่สภาพอากาศจะบดบังวิสัยทัศน์ของพื้นที่ ทาวน์เซนด์จะสั่งเอ็ดเวิร์ดลาดตระเวณดูพื้นที่รอบๆบิ๊ก เบสส์
เมื่อบังคับตัวละครได้ให้เดินนำหน้าบิ๊ก เบสส์ไปตามเข็มทิศแผนที่ที่กระพริบๆทางซ้ายล่าง จนพบกับด่านตรวจค้นของทหารเยอรมนี การผ่านด่านจะทำได้สองวิธีคือ 1.บุกโจมตีทหารตรงๆทั้งด่านกั้นทั้งค่าย บางด่านบิ๊ก เบสส์จะฝ่าด่านมาโจมตีช่วยเราด้วย และเมื่อทำลายด่านนั้นๆเสร็จควรกลับมากดปุ่มซ่อมบิ๊ก เบสส์ทุกๆด่านเป็นระยะๆ หรือ 2.ให้ลอบเร้นเล่นแบบสเตลค่อยๆเสียเวลาเดินหาทหารทั้งค่าย ทั้งด่าน แล้วเข้าไปโจมตีระยะใกล้(เมลี แอทแท็ค Melee attack) หรือ ใช้อาวุธประเภทเก็บเสียงชนิดอื่นๆ ส่วนตัวแนะนำให้เล่นแบบสเตลให้ชินเพราะเราจะได้เล่นแบบนี้เกือบ 70% ของเกม และดีกว่าเล่นแบบ 1 ออกไปรุม 10 แน่นอน

พอกำจัดศัตรูจนหมดด่านบิ๊ก เบสส์จะขับเข้ามาและทาวน์เซนด์จะขึ้นมาบอกให้เราไปตามหลังเขา พอตามไปซักระยะทาวน์เซนด์จะให้เรานำอีกพร้อมกับเป้าหมายภารกิจใหม่ (อย่าลืมแวะซ่อมบิ๊ก เบสส์ก่อนด้วย)
เดินตามเข็มทิศไปจะพบกับด่านกั้นทหารเยอรมนีอีก แต่ด่านนี้ค่อนข้างกว้างและมีปืนใหญ่ฟิลด์ กันทำลายบิ๊ก เบสส์หลายกระบอก ฉะนั้นควรลอบเร้นเข้าจู่โจมระยะประชิดจะดีที่สุดเพราะที่หลบมีอยู่เยอะ และไม่เป็นอันตรายต่อบิ๊ก เบสส์ เมื่อเคลียร์ทหารในพื้นที่เสร็จเอ็ดเวิร์ดจะผิวปากเรียกบิ๊ก เบสส์ผ่านเข้าไป

ตามแผนที่ต่อมาเรื่อยๆจะเจอด่านกั้นที่ 3 ด่านนี้จะซับซ้อนมากควรสเตลแค่ป้อมปืนฟิลด์ กันรอบๆ จากนั้นโจมตีทหารเยอรมันเดี๋ยวบิ๊ก เบสส์จะบุกเข้ามาช่วยยิงถล่มและให้เราออกตามบิ๊ก เบสส์ อย่าลืมซ่อมบิ๊ก เบสส์กันด้วย พอเดินตามไปซักพักบิ๊ก เบสส์จะข้ามสะพานแล้วเข้าปะทะกับด่านกั้นเยอรมนีอีกจุด จากตรงนี้ไปวิสัยทัศน์การมองเห็นของบิ๊ก เบสส์เริ่มดีขึ้น แต่เราก็ยังต้องนำทางให้ทาวน์เซนด์ต่อ ให้เดินต่อไปถึงลานกว้างๆของเข็มทิศแผนที่
อย่าเพิ่งรีบร้อนออกไปเพราะบนอาคารคลังอาวุธมีทหารเยอรมันสอดส่องอยู่ ค่อยๆสเตลแล้วแอบไปเอารถถังเล็กของเยอรมนีมาช่วยบิ๊ก เบสส์ หรือ โจมตีไปเลยก็ได้เพราะด่านกั้นนี้เราต้องทำลายเพื่อเรียกกำลังเสริมของเยอรมนีออกมาอยู่แล้ว

เมื่อจบภารกิจทาวน์เซนด์จะให้เอ็ดเวิร์ดกลับเข้าบิ๊ก เบสส์แล้วออกเดินทางต่อ

"เบรคดอว์น" (Breakdown)- บิ๊ก เบสส์เดินทางออกมาอีกซักระยะหนึ่งรถถังเกิดมีปัญหาขึ้น เอ็ดเวิร์ดแจ้งกับทาวน์เซนด์ว่าเราควรเปลี่ยนหัวเทียน โดยเข้าไปเอาหัวเทียนรถถังอังกฤษที่ทหารเยอรมันยึดเอาไว้ในหมู่บ้านข้างหน้า ทาวน์เซนด์จึงสั่งเอ็ดเวิร์ดและแม็คมานัสออกไปหาหัวเทียนมาเปลี่ยน แต่เมื่อทั้งคู่กำลังจะออกไปเอาหัวเทียนแม็คมานัสกลับบอกเอ็ดเวิร์ดว่าควรหนีดีกว่า ทำให้เอ็ดเวิร์ดโกรธแม็คมานัสและไล่แม็คมานัสให้หนีไปคนเดียว

เมื่อบังคับตัวละครได้เราจะเห็นเป้าหมายที่ต้องเข้าไปเอาหัวเทียนในแผนที่ตามจุดต่างๆ จะเริ่มหรือทำอะไรตรงไหนก่อนก็ได้ สำคัญตรงต้องรวบรวมหัวเทียนให้ครบแล้วกลับมาที่บิ๊ก เบสส์ เมื่อเราไปตามบริเวณใกล้ๆที่เข็มทิศบอกในแผนที่จะเป็นลักษณะวงกลมขาวบางๆมาทับอีกชั้นหนึ่ง นั่นคือบริเวณที่มีหัวเทียนอยู่ซึ่งเราต้องหาเอาเองในบริเวณนั้น ให้สังเกตเครื่องยนต์มันจะแขวนห้อยอยู่กับราวเหล็กทั้ง 4 จุดตำแหน่ง ให้เข้าไปกดสำรวจตรงเครื่องยนต์ที่แขวนหนึ่งจุดจะได้หัวเทียนหนึ่งตัวทำให้ครบทุกตำเเหน่ง
ส่วนวิธีการผ่านศัตรูทหารเยอรมนีเข้าไปต้องพิจารณาด้วยตัวผู้เล่นเอง ว่าจะบู๊หรือลอบเร้นเนียนๆเข้าไปเก็บ ส่วนตัวก็แนะนำให้สเตลจะดีที่สุด แม้บางจุดอาจบังคับให้เข้าปะทะกับทหารเยอรมันแบบตรงๆ ก็ให้ใช้วิธีวิ่งไปหยิบหัวเทียนแล้ววิ่งหนีกลับบิ๊ก เบสส์ไปเลย สามารถขึ้นไปซุ่มยิงจากหอเฝ้าระวังจากไกลๆ หรือแอบย่องไปใช้เมลีลอบฆ่ากับทหารด้วยการกดปุ่มโยนของล่อไปที่มิดชิด ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่นและการวางแผนด้วยในจุดนี้

เมื่อได้หัวเทียนครบแล้วให้กลับไปที่บิ๊ก เบสส์ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะโดนทหารเยอรมนีดักออกมาโจมตี แต่แม็คมานัสที่เปลี่ยนใจไม่คิดหนีกลับมาช่วยเอ็ดเวิร์ดพร้อมกับพูดเท่ห์ๆว่า"ฉันหลงทาง หาทางกลับไม่ได้" และแม็คมานัสบอกว่าเอ็ดเวิร์ดยังงัยก็คือคนนำทาง

"สตีล ออน สตีล" (Steel on steel)- คัตซีนตัดมาที่เอ็ดเวิร์ด ที่กำลังหัวเสียอย่างมากหลังจากเปลี่ยนหัวเทียนแล้วแต่เครื่องยนต์ไม่ทำงาน ทั้งทาวน์เซนด์ที่กำลังบาดเจ็บและแม็คมานัสทุกคนต่างมีสีหน้าที่ตรึงเครียด ขณะที่เอ็ดเวิร์ดกำลังสบถไปซ่อมไปเอ็ดเวิร์ดพยายามลองสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง ครั้งนี้สำเร็จเครื่องฟิตสตาร์ทติดเฉย ทุกคนกลับมายิ้มแย้มและทำภาระกิจต่อทันที

ภารกิจนี้เราจะได้เล่นรถถังบิ๊ก เบสส์ หรือ แบล็ค เบสส์ถล่มรถถังจักรวรรดิเยอรมนีเป็นหลัก หากเมื่อเราถูกค้นพบหรือถูกรถถังศัตรูโจมตี ให้พยายามหาที่กำบังหรือล่อรถถังไปต่อสู้เพียงแค่ครั้งละหนึ่งคันก็พอ เพราะภารกิจนี้บิ๊ก เบสส์จะโดนรถถังเยอรมนีรุมทั้งด่าน โดยการยิงแล้วหลบเพื่อซ่อมบิ๊ก เบสส์ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจะเป็นการเล่นที่คล่องตัวที่สุด หรือถ้าบิ๊ก เบสส์หนักหนาเกจเลือดน้อยหนีไม่ทันจริงๆ ให้เอ็ดเวิร์ดลงจากรถมาซ่อมวิธีนี้จะซ่อมบิ๊ก เบสส์เสร็จเพียงแค่หมุนซ่อมรอบเดียว แต่ระวังการโจมตีจากศัตรูถ้าโดนเอ็ดเวิร์ดตอนอยู่นอกรถถังก็นัดเดียวตายเช่นกัน
เมื่อบังคับรถถังได้ให้มุ่งหน้าผ่านหมู่บ้านที่เราไปเอาหัวเทียนเมื่อตอนที่แล้ว จากนั้นเรายิงทำลายป้อมปืนฟิลด์ กันและรถถังอีกจำนวน 3-4 คันที่ออกมาภายในหมู่บ้าน กำจัดรถถังเยอรมนีให้หมดแล้วไปตามทางหลักในเข็มทิศเพื่อไปแคมบรายต่อ

หลังจากผ่านหมู่บ้านออกมาทาวน์เซนด์จะเห็นเมืองขนส่งขนาดใหญ่ที่มีสถานีรถไฟของกองทัพเยอรมนี ทาวน์เซนด์เลยวางแผนโจมตีเมืองโดยใช้บิ๊ก เบสส์เพียงคันเดียว แต่ให้มีความโกลาหลเหมือนทหารอังกฤษมาโจมตีทั้งกองทัพ ให้เข้าไปถล่มป้อมปืนใหญ่ฟิลด์ กันทั้งเมือง และรถถังอีก 4 คันให้ได้ ใช้วิธีต่อสู้ทีละคันยิงแล้วหลบไปซ่อมจะปลอดภัยที่สุด จากนั้นเป้าหมายใหม่จะขึ้นมาว่าทาวน์เซนด์สั่งให้ไปแคมบรายต่อ แต่พอไปไม่ไกลนักกองทัพรถถังโต้กลับของเยอรมนีจะออกมาอีก 4 คัน ให้กลับไปตั้งหลักแถวๆเมืองยิงแล้วซ่อมเหมือนเดิมให้ชนะ แล้วจะมีตามมาอีก 4 คันสุดท้ายก็ให้ทำเหมือนเดิม เเล้วเราจะสามารถชนะกองทัพรถเกราะเหล็กจักรวรรดิเยอรมนีได้สำเร็จ

ทาวน์เซนด์จะสั่งให้เรามุ่งหน้าไปแคมบรายต่อจากนั้นก็ขับบิ๊ก เบสส์ขึ้นไป แต่เราจะถูกปืนใหญ่ระยะไกลของเยอรมนียิงจนไปไหนต่อไม่ได้ ให้เรากดปุ่มเอ็ดเวิร์ดออกจากรถแล้วจะพบคัตซีน
เอ็ดเวิร์ดและแม็คมานัสลงจากบิ๊ก เบสส์และถูกทหารเยอรมันรุมโจมตีมากมาย ในขณะเดียวกันทาวน์เซนด์ที่อยู่ในบิ๊ก เบสส์ก็สละชีพระเบิดบิ๊ก เบสส์และตนเองตอนทหารเยอรมันเข้ามาโจมตีใกล้บิ๊ก เบสส์ เพื่อเปิดโอกาสให้เอ็ดเวิร์ดและแม็คมานัสหนีรอดได้ในที่สุด
ต่อมากองทัพรถถัง 300 คันของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้าโจมตีร่วมรบที่แคมบราย และอีกสองเดือนต่อมาสงครามก็ได้สิ้นสุดลง



แชปเตอร์ 2 "เฟรนส์ อิน ไฮ เพลสส์" (Friends in High Places)

เป็นเรื่องราวของ“ไคลด์ แบล็คเบิร์น” (Clyde Blackburn) นักพนันชาวอเมริกัน ที่ต้มตุ๋นเอาเครื่องบินของทหารอังกฤษออกไปบิน ในช่วงกองกำลังไตรภาคีกำลังวางยุทธศาสตร์เพื่อชิงความได้เปรียบจากมหาอำนาจกลาง ในสมรภูมิของประเทศฝรังเศสและอังกฤษที่ทัพฟ้าจักรวรรดิเยอรมนีกำลังเข้าโจมตี

"เทสต์ ไฟลท์" (Test flight)- เรื่องราวจะเกิดขึ้นที่โวสประเทศฝรั่งเศสช่วงปี ค.ศ.1917 นักบินและนักต้มตุ๋นชาวอเมริกันชื่อแบล็คเบิร์น ได้เล่นการพนันกับนักบินระดับขุนนางของกองทัพอังกฤษจอร์จ รัคแฮม (George Rackham) และแบล็คเบิร์นได้โกงรัคแฮมจนขโมยเครื่องบินและปลอมตัวเป็นรัคแฮมไปขึ้นบินตรวจการ กับพลปืนประจำเครื่องของรัคแฮมชื่อวิลสัน (Wilson)

เมื่อบังคับเครื่องบินได้ให้ขับเครื่องบินตามลำข้างหน้าไปเรื่อยๆ เรียนรู้วิธีการเร่งเครื่องยนต์และผ่อนกำลังเครื่องยนต์รักษาระยะห่างตอนบิน ในขณะที่ทั้งคู่กำลังฝึกซ้อมและตรวจตราพิกัดต่างๆได้มีบทสนทนาสอบถามซึ่งกันและกัน จนวิลสันสงสัยแบล็คเบิร์นที่ปลอมตัวเป็นรัคแฮมนักบินชาวอังกฤษ ว่าทำไมสำเนียงพูดของแบล็คเบิร์นถึงเหมือนชาวอเมริกัน
พอบินไปได้ซักระยะ(บินตามนานพอสมควร)วิลสันจะให้เราเช็คอาวุธ ให้ใช้ปืนกลยิงบอลลูนสังเกตการณ์กองทัพเยอรมนีให้ครบทุกจุด จากนั้นวิลสันจะให้เราเปลี่ยนอาวุธไปเป็นปืนยิงลูกระเบิด และยิงไปที่ซากเครื่องบินที่ตกให้ครบตามที่เข็มทิศแผนที่กำหนด

เมื่อเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วกองทัพอากาศของจักรวรรดิเยอรมนีจะโผล่ออกมาแบบไม่ได้นัดหมายให้กำจัดให้หมด โดยบินตามหางเครื่องศัตรูไปใช้ปืนกลยิงใส่เรื่อยๆ ลำหนึ่งอาจจะบินกลับไปกลับมาหลายรอบก็ต้องทำแบบนี้ตลอดทั้งเนื้อเรื่องนี้เลย เพราะเทคโนโลยีสมัยนั้นกว่า 100 ปีก่อนคงไม่มีมิสไซล์ที่ว่องไวทันใจเฉกเช่นทุกวันนี้ หรือไม่ก็รอเครื่องศัตรูบินสวนกลับมาแล้วค่อยยิงก็ได้ แต่ระวังอย่าให้ชนเราไม่งั้นเราตายทันที พอยิงเครื่องบินเยอรมันหมดวิลสันจะให้เราซ่อมเครื่อง เครื่องบินรบแชปเตอร์นี้ยังมีระบบซ่อมบำรุงเหมือนรถถังที่ไม่เติมเลือดให้อัตโนมัติ บินไปยิงไปซ่อมไปได้มิติสงครามโลกไปอีกแบบ

ฝูงบินกองทัพอากาศเยอรมนีจะออกมาอีก 1 ชุดใหญ่ให้กำจัดให้หมด หลังจากนั้นจะเป็นคัตซีนที่แบล็คเบิร์นและวิลสันเห็นฐานปล่อยอาวุธของจักรวรรดิเยอรมนี วิลสันจึงถ่ายรูปทางยุทธศาสตร์และพิกัดเป้าหมาย

"โททัล วอร์" ( Total war)- แบล็คเบิร์นที่ปลอมตัวเป็นรัคแฮมพยายามบอกวิลสันให้เอาภาพถ่าย ที่ทั้งคู่ได้มาจากการซ้อมบินและบังเอิญเจอกองทัพเยอรมนีไปให้ผู้บัญชาการหน่วย เพราะแบล็คเบิร์นต้องการเงินรางวัลและสิ่งตอบแทนในความกล้าหาญครั้งนี้ แต่วิลสันเห็นต่างที่กลัวทางหน่วยเห็นภาพถ่ายแล้วจะลงโทษข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งห้ามบิน สุดท้ายภาพท้ายนั้นก็ถึงมือผู้บัญชาการหน่วยอยู่ดี ตามด้วยกองทัพอากาศจักรวรรดิบริติชที่นำโดยเครื่องบินทิ้งระเบิด กำลังฝ่าแนวน่านฟ้าฐานปล่อยอาวุธของจักรวรรดิเยอรมนี อังกฤษจะเข้าโจมตีฐานที่มั่นใหญ่ของเยอรมนีตามภาพถ่ายของแบล็คเบิร์นและวิลสัน

เมื่อบังคับเครื่องบินได้ให้ยิงบอลลูนสังเกตการณ์ตรงหน้าให้หมดก่อนอย่าเพิ่งสนใจเครื่องบินรบศัตรู หลังจากนั้นตรงพื้นดินจะมีรถบรรทุกปืนต่อต้านอากาศยาน ให้เราบินช้าๆจะได้เพิ่มความแม่นยำแล้วใช้ปืนยิงลูกระเบิดจัดการให้หมด จะมีคัตซีนสั้นๆที่เครื่องบินทิ้งระเบิดของอังกฤษออกมา ตอนนี้ให้เราเริ่มโจมตีฝูงบินเยอรมันได้เลย อย่าให้เครื่องบินเยอรมันยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของเราตก จะเริ่มเห็นเกจพลังฐานปล่อยอาวุธของเยอรมนีตรงกลางด้านบนของจอ ให้คอยคุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิดของเราให้ไปถล่มฐานเยอรมนีจนพลังหมดเกจให้ได้ จะมีศัตรูทั้งพื้นดินและอากาศ ถ้าเห็นรถบรรทุกต่อต้านอากาศยานมาก็ลงไปยิงก่อน แล้วค่อยกลับมาคุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิดของเราต่อ ทำแบบนี้ 2-3 รอบจะทำลายฐานปล่อยอาวุธของจักรวรรดิเยอรมนีได้สำเร็จ

หลังจากนั้นเครื่องบินของแบล็คเบิร์นและวิลสันจะเกิดปัญหา

"ฟอลล์ ฟรอม เกรซ" (Fall from grace)- ห่างไปไม่กี่ไมล์จากฐานปล่อยอาวุธของเยอรมนีที่ถูกจักรวรรดิบริติชถล่มอย่างราบคาบ สองข้าศึกทั้งแบล็คเบิร์นและวิลสันที่เครื่องบินตก ได้ติดอยู่ในดงทหารกองทัพเยอรมนีที่ศัตรูจะไม่มีวันได้กลับออกไป บริเวณที่เรียกว่า"โน-เเมน แลนด์" แห่งนี้

เมื่อบังคับตัวละครแบล็คเบิร์นได้ให้เรียนรู้วิธีล่อหลอกศัตรูโดยใช้ปลอกกระสุน โยนไปในทิศทางที่อยากให้ศัตรูเดินตามไป จากนั้นตัวละครจะหยิบพลั่วขึ้นมาเป็นอาวุธลอบสังหารสเตล ให้จัดการทหารเยอรมนีตรงหน้าเราก่อนเลยและรูทของเก็บปืนศัตรูมา จากนั้นให้เดินตามเข็มทิศที่กระพริบไปเรื่อยๆคอยสังเกตศัตรูซ้ายขวาตลอดทาง ทางที่ดีอย่าแลกกระสุนมั่วใช้วิธีลอบฆ่าหรือหลบจะเป็นผลที่สุด เดินจนเข้าไปถึงเขตสู้รบด้านใน

ในสมรภูมิจะพบกองศพทหารฝ่ายสัมพันธมิตรและทหารเยอรมันมากมายให้ตรงตามเข็มทิศไปเรื่อยๆ จนพบกับวิลสันและเครื่องบินของพวกเขาที่ตกจนพังยับเยิน วิลสันที่กำลังบาดเจ็บหนักเริ่มทวงสัญญาที่แบล็คเบิร์นเคยบอกว่าจะช่วยกันกลับบ้านไปด้วยกัน และโวยวายที่แบล็คเบิร์นไม่ยอมช่วยเขา ในขณะที่แบล็คเบิร์นกำลังคิดว่าวิลสันจะเป็นภาระในการเอาตัวรอดในโน-แมน แลนด์ของเขา แบล็คเบิร์นหยิบท่อนไม้ขึ้นมาหวังจะทำร้ายวิลสันเพื่อให้พ้นทุกข์ แต่ทันใดนั้นวิลสันได้พูดขึ้นว่า "นายชื่อแบล็คเบิร์นเป็นนักพนันไผ่ ไม่ใช่จอร์จ รัคแฮม" สีหน้าของแบล็คเบิร์นเปลี่ยนจากคนมุ่งมั่นกลายเป็นยิ้มปนความเศร้า เเล้วตอบวิลสันกลับไปว่า "เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ"

จากนั้นให้แบกวิลสันหลบฝ่ายศัตรูออกไปจากสมรภูมิรบตามเส้นทางของเข็มทิศไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดที่มีไฟส่องสังเกตการณ์ของฝ่ายทหารสัมพันธมิตร แต่เขาคิดว่าเราเป็นฝ่ายทหารเยอรมันจึงยิงโจมตี ให้เราคอยก้มต่ำหลบแสงสปอร์ตไลท์ผ่านจนไปถึงจุดหมายกลับไปฝั่งสัมพันธมิตรให้ได้

วิลสันจะถูกช่วยเหลือได้ทันเวลาและในช่วงเดียวกันแบล็คเบิร์นก็ทำตามสัญญา ที่สามารถพาวิลสันกลับบ้านได้สำเร็จ แต่แบล็คเบิร์นต้องโดนจองจำในฐานะอาชญากรสงคราม โดยผู้ที่ออกคำสั่งจับกุมแบล็คเบิร์นคือจอร์จ รัคแฮมตัวจริง

"ฟอร์เต้ เอ็ท ฟิเดเล่" (Forte et fidele)- ขนาดที่เรือขนส่งของทหารพาทั้งวิลสัน, รัคแฮมกลับบ้านที่อังกฤษ และควบคุมตัวแบล็คเบิร์นไปขึ้นศาลทหาร เวลานั้นเองกองทัพอากาศของฝ่ายจักรวรรดิเยอรมนีได้เข้าโจมตีกรุงลอนดอน เป็นเหตุให้รัคแฮมต้องจบชีวิตบนเรือจากการที่เยอรมันโจมตีครั้งนี้ แบล็คเบิร์นจึงบอกวิลสันว่า "หากฉันต้องตาย ขอตายที่ข้างบน" จากนั้นวิลสันและแบล็คเบิร์นได้ขึ้นบินอีกครั้ง จากเรือบรรทุกของกองทัพในแม่น้ำเทมส์

เมื่อบังคับเครื่องบินได้ให้ไล่ถล่มเครื่องบินฝ่ายทหารเยอรมันสีแดงในเข็มทิศให้หมด โดยใช้วิธีเดิมคือยิงแล้วหลบค่อยซ่อมเครื่องเติมเลือดเป็นระยะๆ จากนั้นวิลสันจะเห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดของเยอรมันสีเครื่องบินน้ำเงินเหลืองคล้ายๆของเรา เพื่อทำให้ทหารอังกฤษสับสนจัดการทั้งหมดให้ได้ แล้วเราจะพบกับเรือเหาะขนาดยักษ์ได้โผล่ออกมา ที่คล้ายกับเรือเหาะฮินเดนเบิร์กของกองทัพนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้เรากระหน่ำยิงเข้าไปทั้งปืนกลและปืนยิงลูกระเบิด ยิงแค่ลำเดียวก็พอ จากนั้นจะมีคัตซีนสั้นที่เครื่องบินของเราตกไปที่เรือเหาะยักษ์อีกลำ พอบังคับตัวละครได้ให้ฝ่าทหารเยอรมันไปให้ถึงสุดปลายของเรือเหาะ เพื่อไปใช้ฐานปืนติดตั้งแฟล็ก กัน (Flak gun) ของเรือเหาะให้ได้ จากนั้นให้ใช้ปืนแฟล็ก กันทำลายเรือเหาะเยอรมันอีกสองลำและจะพบคัตซีนจบแชปเตอร์

แบล็คเบิร์นเล่าต่อว่าการที่เขาสร้างเรื่องวุ่นวายทั้งขโมยเครื่องบิน, กุเรื่องเพื่อขอรางวัลจากกองทัพ หรือ เกือบจะฆ่าเพื่อนในสนามรบ เป็นสภาวะมาจากผลกระทบของสงครามที่กดดันคนในสังคมให้ดิ้นรนกันทั้งนั้น ถึงไม่มีใครเชื่อ แต่ทั้งหมดคือเรื่องจริง! แบล็คเบิร์นกล่าว...



แชปเตอร์ 3 "อะวันตี้ ซาวอย!" (Avanti savoia)

เป็นเรื่องราวที่เล่าผ่านชายชรา “ลูก้า วินเซนโซ่ คอกคิโอล่า”(Luca Vincenzo Cocchiola) อดีตทหารพลปืนกลเกราะเหล็กอิตาลี่ที่ร่วมรบกับน้องชาย เป็นสงครามระหว่างราชอาณาจักรอิตาลี่กับจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี่ บริเวณตอนเหนือของประเทศอิตาลี่ใกล้กับส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์

"ลา วิตโตเรีย" (La vittoria)- เหตุการณ์เล่าเรื่องผ่านลูก้า อดีตหน่วยทหารราบเกราะเหล็กอาร์ดิตี้ของทัพบกราชอาณาจักรอิตาลี่ ลูก้าเล่าเรื่องราวในสงครามให้ลูกสาวเชื้อสายอเมริกันของตัวเองในวันเกิดเธอให้ฟัง เกี่ยวกับการเข้าร่วมรบในสงครามของเขากับน้องชายฝาแฝดมัตเตโอ (Matteo) ในการโจมตีครั้งใหญ่ของกองทัพอิตาลี่ ที่โดโลไมท์สภูเขาทางตอนเหนือของอิตาลี่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ.1918 เพื่อยึดป้อมปราการของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี่ หลังจากที่มัตเตโออายุเพิ่งครบ 21 ปีในเหตุการณ์ครั้งนั้นพอดี
หน่วยของมัตเตโอเป็นหน่วยหลักในการเข้าโจมตีส่วนหน่วยของลูก้าเป็นกำลังเสริม

หน่วยของลูก้าสวมชุดเกราะหนาและใช้ปืน เอ็มจี08/15 เป็นหัวใจในการโจมตีตำแหน่งสำคัญของทหารออสเตรีย-ฮังการี่ บังคับตัวละครได้ให้ฝ่าแนวทหารราบศัตรูขึ้นไปบริเวณจุดเอ (A) ตามพิกัดของเข็มทิศแผนที่ ภารกิจนี้ต้องบู๊เข้าโจมตีทหารของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี่ไปเรื่อยๆ แต่ควรระวังหน่วยปืนพ่นไฟของศัตรูที่จะเก่งกว่าทหารคนอื่นๆ ทั้งเลือดเยอะและสามารถโจมตีใส่เราให้ตายได้เพียงทีเดียว การยิงถังเชื้อเพลิงข้างหลังของศัตรูให้ระเบิดเป็นการกำจัดที่ถูกวิธี แต่จะยากตรงที่เราเข้าประชิดมากไม่ได้ควรหาพื้นที่โล่งๆเว้นระยะไม่ให้เปลวไฟถึงเรา แล้วค่อยๆยิงไปเรื่อยๆจะกำจัดหน่วยพ่นไฟนี่ได้เอง พอไปถึงจุดเอบริเวณนี้จะมีหน่วยปืนพ่นไฟด้วย ทำการยึดพื้นที่โดยกำจัดศัตรูไปเรื่อยๆจนเกจจุดเอสีแดงกลายเป็นสีน้ำเงิน แสดงว่าเรายึดอาคารพื้นที่นี้ได้แล้ว

จากนั้นจะมีภารกิจใหม่ปรากฏขึ้นมาให้ไปทำลายป้อมปืนบนเนินเขา ให้เราฝ่ากองทัพทหารออสเตรีย-ฮังการี่ขึ้นไป จะมีรถหุ้มเกราะปืนกลหนักของศัตรูก่อนขึ้นเขาให้ใช้ระเบิดมือขว้างไปทำลายรถและปืนกล จะผ่านขึ้นเขาได้อย่างสบายๆ พอขึ้นซักพักจะเจอป้อมปืนกลติดตั้งของศัตรูยิงลงมาใส่ ให้เราเลี่ยงไปทางขวาตรงทางแยกเกือบจะสุดขอบของเข็มทิศ จะพบทางให้ไปต่อจนถึงป้อมยิงปืนกลหนักของทหารออสเตรีย-ฮังการี่ ให้เคลียร์ศัตรูให้หมดเพื่อที่จะให้ทหารฝ่ายเราบุกขึ้นมา (เราเป็นพลเกราะหนักต้องนำทหารที่ไม่ใส่เกราะก่อน ถ้าไม่นำก่อนทหารเราจะไม่สมทบตามมาช่วยเรา) และจะมีหน่วยปืนพ่นไฟอีกประมาณ 3 คนคอยต้อนรับเราอยู่ เมื่อไปถึงจุดเป้าหมายคือฐานปืนใหญ่ (Artillery gun) ให้ใช้ไดนาไมท์ระเบิดติดตั้งโยนเข้าไปตรงกลางปืนใหญ่ถ้าไม่มีระเบิดติดตั้งมาในฐานปืนใหญ่จะมีให้เก็บ พอโยนติดตั้งเสร็จแล้วให้ออกมาหน้าทางเข้าฐานปืนเเล้วกดระเบิด อย่าเพิ่งรีบกดตอนเราอยู่ในฐานปืนใหญ่ เราจะทำลายฐานปืนใหญ่ของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี่ได้สำเร็จ

จากนั้นเดินต่อไปตามเข็มทิศแผนที่จะเห็นกองทัพอากาศของฝ่ายศัตรูกำลังเข้าโจมตี ให้ฝ่าทหารออสเตรีย-ฮังการี่ขึ้นไปด้านบนต่อ จะพบป้อมปืนต่อสู้อากาศยานของทหารออสเตรีย-ฮังการี่ เราจะใช้ปืนต่อต้านอากาศยานของทหารออสเตรีย-ฮังการี่ในการกำจัดฝูงบินของศัตรู การเล็งยิงเครื่องบินศัตรูก็เล็งตรงๆอย่างที่เราเล็งปืนไม่ต้องเผื่อวิถีกระสุนตก ปืนมีเกจความร้อนและโอเวอร์ฮีทได้ให้ยิงเป็นจังหวะอย่ากดรัว เครื่องบินศัตรูจะมีเครื่องหมายสัญลักษณ์สีขาวกำกับ ถ้าเครื่องบินที่ไม่มีเครื่องหมายกำกับนั่นคือฝ่ายพันธมิตรของเรา ในช่วงฝูงบินศัตรูสุดท้ายจะออกมาทางซ้าย 5-6 ลำ ถ้าเราโดนโจมตีหนักๆจะมีควันไฟบังเครื่องบินศัตรูบนหน้าจอของเรา ให้ใช้สัญลักษณ์เครื่องบินศัตรูมาร์คคลำเป้าหมายแล้วซูมค่อยๆยิงไปที่สัญลักษณ์นั้น เมื่อยิงเครื่องบินของศัตรูหมดแล้วก็จะจบภาระกิจนี้

จะมีคัตซีนขณะที่ทัพฟ้ากำลังทำสงครามกันผลกระทบของลูกหลงลูกระเบิด ที่ไปโดนภูเขาจะทำให้ภูเขาเกิดการพังถล่มปิดกั้นบริเวณแนวรบของทหารราบฝ่ายอิตาลี่

"ตัตติ แอคโคปปาตี้" (Tutti accoppati)- หลังจากที่ภูเขาถล่มลงมาก็เหมือนหน่วยของลูก้าที่กำลังตามไปสมทบหน่วยของมัตเตโอ จะโดนตัดขาดความช่วยเหลือจากกำลังเสริมของกองทัพอิตาลี่ ทำให้ลูก้าที่กำลังสิ้นหวังจึงตัดสินใจไปช่วยน้องชายของเขาที่อยู่แนวหน้าโดยไม่มีกองกำลังสนับสนุน

เมื่อบังคับตัวละครได้ให้ลงภูเขาไปตามเข็มทิศแผนที่ ศัตรูช่วงนี้น้อยควรใช้วิธีสเตลลอบฆ่า ให้ลงภูเขาจนไปเจอหน่วยแนวหน้าของทหารอิตาลี่ ให้ช่วยแนวหน้าเคลียร์พื้นที่บริเวณนี้ ซักพักรถของกองทัพทหารฝ่ายออสเตรีย-ฮังการี่จะออกมา ให้เราทำลายทั้งรถและทหารออสเตรีย-ฮังการี่ที่ออกมาโจมตีให้ ใช้ป้อมปืนใหญ่ฟิลด์ กันในพื้นที่ทหารอิตาลี่กำจัดก็ได้
จากนั้นจะมีภารกิจใหม่ปรากฏขึ้นมาสองตำแหน่งคือให้เราไปค้นหามัตเตโอ จากตรงที่เราอยู่บริเวณเขตแนวหน้าของทหารอิตาลี่ ให้เราไปตำแหน่งทางซ้ายของเข็มทิศแผนที่ก่อน ด้านในจะเป็นบังเกอร์ของทหารอิตาลี่แต่ลูก้ามาช้าไปเขายังไม่พบมัตเตโอ เพราะมัตเตโอและหน่วยของเขากำลังไปโจมตีป้อมปราการของทหารออสเตรีย-ฮังการี่แล้ว

จากนั้นให้ออกจากบังเกอร์เตรียมตัวไปป้อมปราการศัตรู การเข้าไปป้อมปราการควรเตรียมตัวให้ดี เพราะทั้งข้างล่างจะพบกับหน่วยปืนพ่นไฟข้างบนป้อมปราการจะมีป้อมปืนใหญ่ฟิลด์กันยิงใส่ตลอด ให้ค่อยๆเคลียร์พื้นที่จากล่างไปบนเจอหน่วยพ่นไฟก็กลับไปตั้งหลักสู้ให้ชนะก่อน คอยหลบป้อมปืนใหญ่เป็นระยะแล้วแอบขึ้นไปทางฝั่งซ้ายของป้อมปราการจะง่ายที่สุด พอขึ้นมาด่านบนได้ก็ทำลายพวกปืนใหญ่ฟิลด์ กัน แล้วชิดกำแพงไปฝั่งขวาก็จะสามารถเข้าไปในป้อมปราการได้แล้ว ระวังพวกหน่วยปืนพ่นไฟที่ออกมาเป็นระยะด้วย
เมื่อเข้าไปในป้อมปราการจะพบหน่วยปืนกลเกราะหนักของศัตรู วิธีต่อสู้กับหน่วยเกราะหนักควรใช้ระเบิดชนิดต่างๆทำลาย หรือถ้าจะยิงก็ควรใช้ระเบิดเปิดทางเพื่อลดเลือดหน่วยเกราะหนักก่อน ด้านในป้อมให้ระวังพวกศัตรูตามชั้นสองข้างบนให้ดีๆพวกนี้ชอบซุ่มยิงเรา เมื่อเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วก็จะจบภาระกิจ

เมื่อลูก้าเคลียร์ป้อมปราการแล้วเขาก็ยังไม่พบมัตเตโอน้องชายของเขา ให้ออกจากป้อมปราการด้วยประตูอีกฝั่งหนึ่งจะพบคัตซีน ลูก้าเดินผ่านกองศพทหารมากมายของทั้งสองฝ่าย หนึ่งในนั้นคือร่างไร้วิญญาณของน้องชายของเขา มัตเตโอเขาไม่มีคำสั่งภาระกิจอีกแล้ว แต่ผม(ลูก้า)ยังอยู่ตรงนี้ สงครามทำลายทุกสิ่งทั้งราชอาณาจักรและจักรวรรดิ เช่นเดียวกันสงครามทำลายทุกครอบครัวทั้งที่สูญเสียและยังมีชีวิตรอด ที่เรียกกันว่า "กลุ่มคนที่สาบสูญ" (The lost generation)



แชปเตอร์ 4 "เดอะ รันเนอร์" (The runner)

เป็นเรื่องราวของ “เฟรดเดริค บิชอป” (Frederic Bishop) พลนำสานส์ทหารผ่านศึกชาวออสเตรเลีย ที่ทำภารกิจในสมรภูมิยุทธการดาร์ดาเนลส์และกัลลิโปลีบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของจักรวรรดิออตโตมัน การสู้รบระหว่างแนวรบผสมของจักรวรรดิบริติชกับจักรวรรดิออตโตมันหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

"เคป เฮลเลส" (Cape helles)- เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณคาบสมุทรของจักรวรรดิออตโตมันหรือประเทศตุรกีในปัจจุบันของช่วง ค.ศ.1915 บิชอปอดีตทหารชาวออสเตรเลียนที่เคยผ่านสงครามบูร์ครั้งที่ 2 มา ได้เข้ารวมกับกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรในการโจมตีจักรวรรดิออตโตมัน บิชอปไม่ชอบใจเมื่อเห็นแจ็ค ฟอสเตอร์ (Jack Foster) เด็กหนุ่มที่จะเข้ามาในหน่วยทหารออสเตรเลียของเขา เพราะบิชอปมองว่าฟอสเตอร์ขาดประสบการณ์และอายุน้อยไป แต่สุดท้ายผู้บังคับบัญชาก็ให้ฟอสเตอร์เป็นทหารฝึกหัดของหน่วยบิชอป

เมื่อบังคับตัวละครได้ให้เรียนรู้วิธีใช้กล้องส่องทางไกล และบอกพิกัดให้ปืนใหญ่กองเรืออังกฤษยิงโจมตีเขตแนวชายฝั่งของจักรวรรดิออตโตมัน จะมีคัตซีนสั้นๆที่บิชอปเห็นหน่วยก้านของฟอสเตอร์แล้วบอกให้เขารอที่นี่จะดีกว่าไปสร้างภาระให้บิชอป จากนั้นก็ออกจากเรือเดินตามเข็มทิศของแผนที่ไปจุดที่กระพริบๆ เราจะผ่านมาในเขตชายฝั่งของศัตรูให้กำจัดทหารออตโตมันไปเรื่อยๆ จนมีเป้าหมายใหม่ขึ้นมาเป็นจุดเอสีแดงๆให้ฝ่าทหารออตโตมันจนไปถึงที่นั่น ตอนขึ้นชายฝั่งไปจะมีป้อมปืนกลเยอะแยะไปหมด วิธีผ่านคือใช้ปืนยิงลูกระเบิด (Rifle granade -FRG) เก็บได้ตรงมุมโค้งก่อนขึ้นไปจุดเอ ยิงไปแถวๆป้อมปืนกลจะมีลูกระเบิดโดนศัตรูจังหวะนี้ให้เรารีบเข้าไปเคลียร์ป้อมปืน อย่าให้ศัตรูกลับมายึดป้อมปืนอีก เมื่อไปถึงจุดเอให้ทำการยึดพื้นที่เคลียร์ทหารออตโตมันให้หมด แล้วรอเกจเอเป็นสีน้ำเงินธงจักรวรรดิออตโตมันจะเปลี่ยนเป็นธงสหราชอาณาจักร ภาระกิจจะเสร็จสิ้นทันที

จะมีคัตซีนที่ฟอสเตอร์แอบตามบิชอปขึ้นมาบิชอปจึงต่อว่าฟอสเตอร์และให้ดูกองศพทหารมากมายแล้วฟอสเตอร์จะเสียขวัญ แต่บิชอปก็ให้กำลังใจว่านายจะไม่เป็นอะไรเพราะนายเป็นคนออสเตรเลีย และบิชอปเริ่มสอนการเอาตัวรอดให้แก่ฟอสเตอร์

"เดอะ รันเนอร์" (The runner)- ฟอสเตอร์ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นคนส่งสาส์น (The runner) แต่บิชอปขออาสาทำหน้าที่นี้แทนฟอสเตอร์ ผู้บังคับบัญชาจึงเปลี่ยนให้บิชอปกลายเป็นเดอะ รันเนอร์แทนฟอสเตอร์ สาส์นจากลอนดอนที่จะให้บิชอปไปบอกทหารแนวหน้าของกองทัพร่วมฝ่ายสัมพันธมิตรคือ อังกฤษจะเดินหน้าโจมตีดาร์ดาเนลส์และกัลลิโปลีต่อ

บังคับตัวละครได้จะเห็นตำแหน่งที่เราจะต้องไปส่งสาส์นให้ทหารฝ่ายเราคล้ายๆอาคารมัสยิด การจะไปที่นั่นต้องฝ่าทหารกองทัพออตโตมันมากมาย แต่ยังดีที่มีแต่ทหารถือปืนธรรมดายังไม่ได้มีหน่วยพิเศษอะไรเข้ามาโจมตีเราเพิ่ม ให้เราบุกเข้าไปจะลอบเร้นหรือบู๊ก็ได้ไปให้ถึงพิกัดเป้าหมาย เมื่อไปถึงจะพบสถานการณ์ของทหารฝ่ายสัมพันธมิตรของเราเป็นรอง บิชอปจึงต้องกลับไปรายงานผู้บังคับบัญชา ให้กลับไปตามเส้นทางเดิมที่ตำเเหน่งเข็มทิศแผนที่บอก (ตรงที่เราเริ่มต้นฝ่าออกมานั่นแหละ) พอไปถึงให้ต้านทหารออตโตมันเอาไว้จนกำจัดหมด จะมีเป้าหมายให้เข้าไปในบ้านที่ผู้บังคับบัญชาคอยสั่งการ

มีคัตซีนที่บิชอปจะต้องไปส่งสาส์นทหารอีกจุดหนึ่ง และฟอสเตอร์จะต้องไปแนวหน้ากับผู้บังคับบัญชาที่มัสยิด เมื่อบังคับตัวละครได้ให้ไปตามที่เข็มทิศแผนที่บอกบริเวณนี้ยังไม่มีศัตรู เมื่อไปถึงจะพบโน๊ตกระดาษที่ทหารฝ่ายเราเขียนถึงพลนำสาส์นเอาไว้ ว่าทหารฝ่ายสัมพันธมิตรจะถอนกำลังทหารออกมาและยิงปืนใหญ่จากทัพเรือเพื่อสกัดทหารออตโตมันจากการถอนกำลัง บิชอปเห็นข้อความแล้วเลยนึกถึงฟอสเตอร์ที่กำลังอยู่แนวหน้ากับผู้บังคับบัญชา และยังไม่เห็นข้อความถึงการถอนกำลังของฝ่ายเรา ต้องกลับไปบอกทหารแนวหน้าของเราที่มัสยิดถึงการถอนกำลัง
จากนั้นให้สังเกตบริเวณใกล้ๆบ้านจะมีม้าให้ใช้ไปส่งสาส์นถึงทหารฝ่ายเราในมัสยิด พอไปถึงมัสยิดให้ช่วยทหารฝ่ายเรายิงทหารออตโตมันเพื่อถอนกำลัง ทหารของออตโตมันจะมีหน่วยปืนกลเกราะหนักมาด้วย ให้คุ้มกันทหารฝ่ายเราไปเรื่อยๆและใช้ระเบิดมือด้วย พอจัดการศัตรูหมดจะสามารถป้องกันฝ่ายแนวหน้าของเราได้

จะมีคัตซีนที่ผู้บังคับบัญชาเพิ่งรู้ถึงสาส์นล่าสุดที่สั่งให้ถอนกำลัง ไม่ใช่สาส์นแรกที่ผู้บังคับบัญชาได้รับว่าสั่งให้บุกโจมตีต่อ และผู้บังคับบัญชาจะบอกว่าเขาส่งฟอสเตอร์ไปในป้อมปราการของทหารออตโตมัน บิชอปขอขัดคำสั่งถอนกำลังจากลอนดอนเพื่อไปช่วยฟอสเตอร์ก่อน ผู้บังคับบัญชาจึงบอกบิชอปว่า "เร็วเข้า!เราเหลือเวลาไม่มาก"

"บี เซฟ" (Be save)- บิชอปขึ้นมาบริเวณป้อมปราการของฝ่ายทหารออตโตมัน เป้าหมายของเราคือหาฟอสเตอร์กับคนอื่นๆ และช่วยทหารฝ่ายสัมพันธมิตรในการถอนกำลังกลับ จากจุดเริ่มต้นเราควรมาร์คศัตรูเพื่อดูการเว้นระยะไว้ทั่วๆแล้วหลบสเตลเข้าไปที่จุดเป้าหมายเอา ให้เดินแอบทหารออตโตมันปีนกำแพงขึ้นไปตามที่เข็มทิศแผนที่บอก คอยแอบทหารบนที่สูงและตามกำแพงด้วยพวกนี้จะเห็นเราจากระยะไกลได้ดี การโยนปลอกกระสุนล่อก็ช่วยเรื่องสเตลได้ดีเช่นกัน หากต้องกำจัดควรกำจัดศัตรูที่ขว้างทางเฉพาะทางไปเป้าหมายของเราจริงๆ พยายามผ่านทหารขึ้นมาจนถึงจุดเป้าหมายแล้วจะได้ยินเสียงปืนสู้รบในป้อมปราการ

เมื่อเข้าไปในป้อมจะพบคัตซีนกับฟอสเตอร์และทหารอีกส่วนหนึ่ง บิชอปแจ้งเรื่องถอนกำลังพร้อมกับให้ฟอสเตอร์พาทหารฝ่ายเราถอนกำลัง หากฟอสเตอร์และทหารฝ่ายเราอยู่ในพื้นที่ถอนกำลังที่ปลอดภัยแล้ว ให้ฟอสเตอร์ยิงพลุส่งสัญญาณ ส่วนบิชอปจะล่อทหารออตโตมันเอาไว้เพื่อให้พวกฟอสเตอร์หลบถอนกำลัง
เมื่อบังคับตัวละครได้ให้ออกไปกำจัดทหารออตโตมันแบบสไตล์ไหนก็ได้ เพราะเราต้องถ่วงเวลาให้กลุ่มฟอสเตอร์หนีไป พอกำจัดทหารออตโตมันไปเรื่อยๆจะพบเป้าหมายใหม่อีก ให้เราฝ่าทหารศัตรูและหน่วยปืนพ่นไฟไปให้ถึงจุดหมายให้ได้
พอไปถึงด้านบนป้อมปราการจะมีจุดบี (B) ยึดธงปรากฏออกมา ให้กำจัดทหารออตโตมันและหน่วยปืนพ่นไฟที่ออกมาอีกเรื่อยๆ โดยให้เราวิ่งหาที่หลบพยายามยิงต่อสู้ปาระเบิดไปจนทหารของออตโตมันหมด เราจะยึดพื้นที่จุดบีได้แล้วจะพบคัตซีนจบแชปเตอร์

ธงชาติกองทัพร่วมผสมของจักรวรรดิบริติชได้ขึ้นสู่ยอดเสาในดินแดนจักรวรรดิออตโตมัน ขณะที่บิชอปกำลังบาดเจ็บสาหัสจากการถ่วงเวลาให้ทหารตัวเองถอนกำลัง บิชอปได้เห็นพลุสัญญาณที่บ่งบอกว่าทหารฝ่ายเราปลอดภัยแล้ว บิชอปนั่งมองทัพเรืออังกฤษยิงปืนใหญ่มาทางป้อมปราการออตโตมันที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่ แล้วบิชอปก็ค่อยๆสงบนิ่งไป
การโจมตีจักรวรรดิออตโตมันของฝ่ายสัมพันธมิตรกินเวลาไป 9 เดือน และผู้รอดชีวิตคนอื่นๆของยุทธการในครั้งนี้ก็กลับไปทำสงครามกับประเทศตุรกีในเวลาต่อมา กองทัพออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายใต้ธงชาติของพวกเขา โดดเด่นและกล้าหาญในการต่อสู้ที่กัลลิโปลี



แชปเตอร์ 5 น็อตติ้ง อิส ไรท์เท็น (Nothing is written)

"ฮิดเดน อิน เพลอิน ไซท์(Hidden in plain sight)- เป็นเรื่องราวของ “ซาร่า คูฟราน”(Zara ghufran) นักรบสาวอิสระชาวอาหรับของกลุ่มลอว์เร็นซ์ ออฟ อาราเบีย (Lawrence of Arabia) ที่กลุ่มของซาร่าต้องเข้าต่อสู้กับจักรวรรดิออตโตมัน(ตุรกี)ที่บุกรุกดินแดนบ้านเกิดของเธอ บริเวณผืนทะเลทรายอันกว้างไกลและคาบสมุทรอาหรับ

เหตุการณ์สู้รบเพื่อยึดครองแผ่นดินของจักรวรรดิออตโตมันกับกลุ่มกบฏ บริเวณคาบสมุทรอาระเบี้ยนช่วงฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ.1918 ซาร่ากบฏชาวเบดูอินเธอทำงานโดยตรงกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของอังกฤษชื่อที.อี.ลอว์เรนซ์ (T. E. Lawrence) หรือที่รู้จักกันดีในนามลอว์เรนซ์แห่งอาระเบีย (Lawrence of Arabia) ขบวนรถไฟของจักรวรรดิออตโตมันเดินทางมาที่บริเวณจุดที่ซาร่าพักดูแลอยู่ แล้วเกิดอุบัติเหตุตกราง ในขบวนรถไฟมีสิ่งสำคัญต่อการยึดครองบ้านเกิดของซาร่าเธอจึงรีบไปที่นั่น

บังคับตัวละครได้ให้เรียนรู้วิธีการส่องกล้องแล้วมาร์คพิกัดศัตรูไว้เพื่อสะดวกต่อการลอบสังหาร แล้วเดินตรงไปทางด้านหน้าต่อด้วยลงไปให้ถึงจุดที่ขบวนรถไฟตกราง ขณะเดินลงไปจะมีทหารออตโตมันยืนอยู่ตรงขอบผาหิน 1 คนให้ระวังด้วย แนะนำว่าควรสเตลฆ่าศัตรูรอบๆจะดีกว่าการบุกไปยิงถล่ม ให้เริ่มจากศัตรูที่อยู่รอบๆจากนั้นค่อยกลับมาจัดการศัตรูที่อยู่ตรงกลางของเข็มทิศแผนที่ ให้ระวังศัตรูบนรถไฟเห็นตำแหน่งเราด้วย เมื่อจัดการศัตรูหมดแล้วให้ปีนขึ้นโบกี้รถไฟที่มีทหารออตโตมันยืนอยู่ จะเห็นช่องเปิดบนหลังคาที่สามารถลงไปได้ในนั้นจะมีของสำคัญที่ซาร่าตามหาอยู่ นั่นก็คือหนังสือโค๊ดรหัสการสั่งการของทหารออตโตมันแล้วจะมีคัตซีน

ทหารออตโตมันอีกกลุ่มหนึ่งที่มีผู้บังคับบัญชาทิลกิคิมาด้วย ได้รีบเข้าไปจับซาร่าหลังจากเธอได้หนังสือโค๊ด แต่กลลวงของกลุ่มซาร่ายังไม่หมดเธอได้ส่งซิกแนลส์ให้กลุ่มโจรเบดูอินของเธอโจมตีทหารออตโตมัน พร้อมกับการเปิดตัวสายลับหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ "ลอว์เรนซ์" ผู้บังคับบัญชาทหารออตโตมันบอกว่าอีกไม่นานขบวนรถไฟหุ้มเกราะ "คานาวาร์" (Canavar) พร้อมอาวุธหนักของจักรวรรดิออตโตมัน จะเข้ามายึดพื้นที่ดินแดนแห่งนี้ แต่มีคำโต้แย้งจากซาร่าว่าเราจะใช้โค๊ดรหัสจากหนังสือที่ได้มาของทหารออตโตมันในการยับยั้ง ซึ่งผู้บังคับบัญชาทิลกิคิของทหารออตโตมันบอกว่าเป็นไปไม่ได้ และกล่าวต่อว่าและอีกไม่นานทั้งโลกจะเข้ามายึดแผ่นดินนี้ไปจนได้

"ยัง เมน เวิร์ค" (Young men's work)- หลังจากที่ซาร่าและลอว์เรนซ์ได้หนังสือโค๊ดรหัสคำสั่งของทหารออตโตมันมา ทั้งสองจึงได้วางแผนที่จะเปลี่ยนคำสั่งการเพื่อลวงขบวนรถไฟคานาวาร์ออกมาโจมตี โดยต้องไปขโมยคำสั่งจริงจากผู้บัญชาการ 3 คนมาเปลี่ยนเป็นคำสั่งลวงของกลุ่มลอว์เรนซ์ โดยผู้บัญชาการทั้ง 3 คนจะอยู่ที่หมู่บ้าน (Village), คลังอาวุธ (Weapons depot) และ ซากโบราณสถาน (Ruins) ทหารระดับผู้บัญชาการเครื่องแบบจะเป็นสีน้ำเงินกรมท่า จะแตกต่างจากทหารออตโตมันปกติที่สีเครื่องแบบจะเป็นสีกากี ซึ่งเราจะแยกออกไม่ยาก ทั้ง 3 ตำแหน่งควรใช้วิธีลอบเร้นสเตลจะดีกว่าลุยบู๊อย่างแน่นอน โดยเริ่มจากจุดที่เรายืนอยู่ให้ไปทางซ้ายในส่วนของพื้นที่ซากโบราณสถาน

- เมื่อมาถึงบริเวณซากโบราณสถานผู้บัญชาการจะอยู่แถวๆเต้นท์ตรงกลางบริเวณนี้ (บางทีอาจจะสุ่มอยู่ที่อื่นเพราะจะเดินไปเดินมาตลอด) ให้เราจัดการทหารออตโตมันรอบๆแบบเงียบๆก่อนคอยระวังทหารที่อยู่บนที่สูงอย่างขอบหน้าผาหรือบนแท๊งค์น้ำเห็นด้วย จากนั้นค่อยเข้าไปหาผู้บัญชาการแล้วสังหารเขาทิ้ง ให้ระวังหน่วยเกราะหนักที่เดินลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆกับผู้บัญชาการด้วย หน่วยนี้เราจะลอบฆ่าไม่ได้ให้ใช้วิธีหลบอย่างเดียว หลังจากกำจัดผู้บัญชาการจะมีคำสั่งจริงให้เก็บ ให้นำคำสั่งจริงไปตรงเป้าหมายใหม่ใกล้ๆกัน จะเป็นการเปลี่ยนคำสั่งลวงตามแผนที่วางไว้กับนกพิราบ ต่อจากนั้นให้ไปในส่วนของคลังอาวุธต่อ

- เมื่อมาถึงคลังอาวุธผู้บัญชาการจะอยู่ในอาคารที่มีธงเล็กๆปักอยู่สามอันบนชั้น 2 ตรง บริเวณนี้ค่อนข้างเล็กและมีศัตรูทหารออตโตมันอยู่น้อย ให้จัดการทหารออตโตมันบริเวณใกล้ๆอาคารที่พักผู้บัญชาการก่อน แล้วขึ้นไปสังหารผู้บัญชาการพร้อมกับเก็บคำสั่งจริงออกมา ทำเหมือนเดิมเอาคำสั่งลวงไปเปลี่ยนให้นกพิราบตามเป้าหมายใหม่ที่ปรากฏ จากนั้นไปจุดสุดท้ายคือหมู่บ้าน

- เมื่อมาถึงหมู่บ้านผู้บัญชาการที่นี่จะอยู่ในอาคารพักที่มีธงเล็กๆปักสามอันเหมือนคลังอาวุธ แตกต่างตรงที่นี่จะมีจำนวนทหารออตโตมันเยอะและมีหน่วยปืนพ่นไฟอีกมากมาย ผู้บัญชาการจะเดินวนไปวนมาภายในตัวอาคารทั้งชั้น 1 และ 2 หรือดาดฟ้า หลบได้คือหลบศัตรูเลยไม่ต้องเข้าปะทะเพราะจะเสียเวลาสู้ ให้พยายามหาทางลอบเข้าไปสังหารผู้บัญชาการแล้วเอาคำสั่งจริงมาให้ได้ จากนั้นไปเปลี่ยนเป็นคำสั่งลวงแล้วจะจบภาระกิจนี้และพบคัตซีน

ซาร่าที่กำลังจะส่งคำสั่งลวงจุดสุดท้ายแต่ก็โดนผู้บังคับบัญชาทิลกิคิของทหารออตโตมันจับได้ พร้อมกับบอกว่าข้อความลวงแผนของกลุ่มลอว์เรนซ์ที่ส่งไปนั้นจะไม่เป็นผล เพราะเขาได้สั่งการโจมตีให้ยึดแผ่นดินนี้ไว้หมดแล้ว แต่ก็พูดไม่ทันขาดคำผู้บังคับบัญชาทหารออตโตมันก็โดนพิษสงของซาร่าอีกเช่นเคย ก่อนที่ซาร่าจะรีบกลับไปหาลอว์เรนซ์ที่กำลังโดนทหารของออตโตมันโจมตีค่ายกลุ่มลอว์เรนซ์

"เฮียร์ เดอะ ดีเซิร์ท" (Hear the desert)- ซาร่ากลับมาปรึกษากับลอว์เรนซ์ถึงแผนยับยั้งขบวนรถไฟคานาวาร์ที่ล้มเหลว แต่ลอว์เรนซ์ก็นึกขึ้นได้ว่าคานาวาร์ต้องจอดพักเพื่อแวะเติมเสบียง ซาร่าจึงคิดแผนที่จะทำลายขบวนโดยการวางระเบิดทางรถไฟเพื่อหยุดคานาวาร์ และระดมยิงขบวนไฟนี้ไม่ให้กลับมารุกรานบ้านเธอได้อีก
เมื่อบังคับตัวละครได้เป้าหมายแรกของเราคือหยุดการสนับสนุนทางยานพาหนะ และกำลังเสริมของขบวนรถไฟคานาวาร์ ที่ฝ่ายจักรวรรดิออตโตมันส่งมายึดพื้นที่นี้ จะมีเป้าหมายขึ้นมา 3 จุดในเข็มทิศแผนที่ เพื่อให้ทำลายรถยนต์ของกองทัพจักรวรรดิออตโตมัน เก็บระเบิดติดตั้งไดนาไมท์ในเต้นท์เสบียงมา ใกล้ๆกับแท๊งค์น้ำข้างหน้าเราด้านบนมีศัตรูควรกำจัดทิ้งก่อน แล้วให้ใช้วิธีแอบย่องเข้าไปวางระเบิดไดนาไมท์กับรถทั้ง 3 คัน วางแบบกดแต่ปุ่มวางระเบิดยังไม่ต้องกดฉนวนระเบิดทั้ง 3 คัน ถ้าเราวาง 1 คันกดระเบิด 1 คันศัตรูจะเริ่มค้นหาเราทันที แล้วจะการบุกโจมตีแทน พอวางไดนาไมท์ครบ 3 จุดให้หาที่เหมาะๆกดระเบิด ถ้ายังมีเป้าหมายสีแดงๆเหลือให้จัดการให้หมดแล้วจะพบคัตซีน

ซาร่าจะทำการติดตั้งระเบิดที่รางรถไฟเมื่อคานาวาร์ผ่านมาจะโดนระเบิดจนรถไฟเสียหาย เป้าหมายของเราตอนนี้คือยิงถล่มหรือเข้าไประเบิดขบวนรถไฟคานาวาร์ซ้ำ จนกว่าเกจพลังเลือดของรถไฟจะหมด บังคับตัวละครได้วิธีที่จะกำจัดคานาวาร์ง่ายที่สุดคือใช้ป้อมปืนฟิลด์ กันแถวๆนั้นยิงใส่ แต่การยิงปืนฟิลด์ กันใส่คานาวาร์เมื่อกระสุนนัดแรกโดนมันจะเคลื่อนรถไฟมาโจมตีที่เราทันที ให้เราสลับวิ่งไปใช้ฟิลด์ กันกระบอกอื่นๆพอมันเคลื่อนที่มาอีกเราก็เปลี่ยนฟิลด์ กันอีก โฟกัสการโจมตีไปแต่ที่รถไฟปล่อยทหารออตโตมันกับกลุ่มลอว์เรนซ์ให้ซัดกันเอง แต่ถ้าปืนฟิลด์ กันโดนทำลายหมดก่อนก็ต้องวิธีการวางระเบิดคานาวาร์ช่วยด้วย ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจะกำจัดรถไฟคานาวาร์ได้ในที่สุดแล้วจะพบคัตซีนจบแชปเตอร์

ซาร่าจะล้างแค้นจักรวรรดิออตโตมันที่รุกรานบ้านเกิดเธอได้สำเร็จ จากนั้นเธอกับลอว์เรนซ์จะไปทำสงครามแถบคลองสุเอซต่อ แม้จักรวรรดิออตโตมันจะแพ้ในสงครามแต่อังกฤษกับฝรั่งเศสไม่ยอมให้ชาวอาหรับประกาศเอกราช และจนถึงปัจจุบันศตวรรษที่ 21 ดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ยังคงมีสงครามแย่งชิงน้ำมันกันต่ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด



และแชปเตอร์สุดท้ายของเกมคือ "รีเมมเบอร์ อัส" (Remember us) เป็นฉากจบเอ็นด์ซีนและเครดิตของทีมงานสร้างแบทเทิลฟิลด์ 1 ครับ ^_^

ข้อมูลประกอบพร้อมอ้างอิงจาก: เมทัล บริดจ์ส และ วิกิพีเดีย


<<
<
1
Reply
Vote




1 online users
Logged In :