Menu
[--mobilemenu--]
บราวเซอร์ของท่านไม่สนับสนุนหรือปิดการใช้งาน javascript ซึ่งจะไม่สามารถใช้งานไซต์บางส่วนเช่นการเข้าลิ้งค์ หรือโพสข้อความได้ตามปกติ, กรุณาเปิดการใช้งาน javascript เพื่อที่จะใช้งานเว็บ gconhubม หากมีปัญหาในการใช้งาน หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือ [email protected]
Dunkirk ชอบไหม ดูแล้วให้กี่คะแนน มาคุยกัน

<<
<
1
2
3
>
>>
Reply
Vote
# Thu 20 Jul 2017 : 4:19PM

toranin
member

Since 19/8/2008
(10409 post)
หนังมีจุดเด่นที่การเล่าเรื่อง ยังไง

3. หนังเล่าเรื่องด้วยภาพ (บทพูดน้อย) หนังใช้บรรยากาศในการเล่าเรื่อง ใช้เพลงประกอบและเสียงในการเล่าเรื่อง (เอาเสียงนาฬิกามาช่วยสร้างความรู้สึกบีบคั้น) หนังมีความหว่อง แบบหว่องกาไวนิดๆ กับบรรยากาศเวิ้งว้าง เนิบๆ จับอารมณ์ในขณะนั้น แต่นี่มันหนังมันจะมีเสียงอึกทึกมาให้ได้ยินเกือบตลอด ดนตรีก็แทบไม่หยุด คืออารมณ์ในสถานการณ์ขณะนั้น เวลามันกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร จะเกิดอะไรขึ้น มันรอไม่ได้ มันรู้สึกกระวนกระวายใจ

2. หนังเล่าเรื่อง 3 มุมมอง คือ บนบก ในน้ำ บนฟ้า (อย่างที่โนแลนเคยบอกเอาไว้) สลับไปมา พร้อมๆกัน วิธีการเล่าเรื่องก็สไตล์โนแลน คือแบบ Memento, Inception ที่เล่าเรื่องย้อนขึ้นไปทีละส่วน อย่าง Inception เวลาในความฝันแต่ละชั้นที่ลึกลงไปก็จะทดเวลา แล้วย้อนกลับขึ้นมาทีละชั้น ๆ อะไรแบบนั้น แต่ Dunkirk ดูง่ายกว่า

1. หนังเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่ Dunkirk ก็ตามชื่อเรื่อง "คือธีมของเรื่องนี่ดูจากชื่อเรื่องก็ได้ ชื่อหนังมีความสำคัญยังไง ทำไมผู้กำกับเลือกใช้ชื่อนี้ ชื่อหนังต้องการสื่ออะไร" อย่าง Dunkirk นี่ก็ชัดเจน คือโนแลนต้องการเล่าเรื่องของ Dunkirk ไม่ได้เล่าเรื่องของพลทหาร หรือการสู้รบกัน เหมือนหนังสงครามเรื่องอื่นๆ เพราะฉะนั้นหนังจะไม่เล่าปูมหลังตัวละคร หรือเน้นฉากรบแบบหนังสงครามเรื่องอื่นๆ อย่าง Saving Private Ryan ก็ตามชื่อเรื่อง หนังไปเน้นเรื่องตัวละคร (สมมุติ) หลายคนดูแล้วไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นที่ไหน เป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือ 2 ก็มี หรืออย่าง Black Hawk Dawn ที่เน้นฉากแอ็คชั่น แต่ Dunkirk ไม่ได้เล่าเรื่องแบบนั้น หนัง Dunkirk เล่าเรื่องของ Dunkirk จริงๆ แล้วก็จับประเด็นว่าในเหตุการณ์ที่ Dunkirk มันมีหัวใจสำคัญเรื่องอะไร เรื่องการให้การช่วยเหลือ เรื่องการดิ้นรนเอาชีวิตรอด

(ตั้งใจเขียนย้อนจาก 3 ไป 1 แต่จะอ่านจาก 1 ไป 3 ก็ได้นะ)


ส่วนตัวไม่ใช่ติ่งโนแลน แต่ Dunkirk นี่ชอบมาก ชอบพอๆกับ Inception และหนังเรื่องนี้อาจทำให้โนแลนถูกเสนอชื่อให้ไปเข้าชิงออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมเลยก็ได้ แต่ถ้าถามว่าหนังมันดีมั๊ย ให้ 8/10


ป.ล. ถ้า Okja เป็นตัวแทนของสตรีมมิ่ง Dunkirk ก็เปรียบเหมือนตัวแทนของฝั่งโรงภาพยนตร์ คือหนังมาพร้อมกับการถ่ายทำแบบ 70 มม. (ซึ่งมีแค่ไม่กี่โรงที่รองรับระบบนี้แบบเต็มตัว บ้านเรามีแค่ที่พารากอน) ซึ่งมันต่างจาก Imax แบบ 2.4:1 กับ แบบ Digital คือภาพกว้างเต็มจอกว่าเยอะ ซึ่งก็มาพร้อมกับข้อดีข้อเสียของโรง คือหาดูยาก เดินทางไกล (ผมดูแบบโรงธรรมดานะ แต่ก็รู้สึกว่าโอเคแล้ว แน่นอนว่าถ้าได้ดูแบบ Imax พารากอนจะเพิ่มอรรถรสกว่านี้)


##############################


เรื่องนี้มีเสียงแตกนะ คนไม่ชอบก็มี ไปอ่านความเห็นมา บางคนก็ไม่ชอบที่เสียงดนตรีมันบิ้วตลอด

ส่วนตัวผมชอบที่หนังพยายามบีบคั้นกดดันตลอดทั้งเรื่อง พวกหนังที่ดูแล้วรู้สึกอึดอัดตามไปด้วยอะไรแบบนี้ผมดูจะดูแล้วชอบ คือหนังมันควรจะพาคนดูเข้าไปมีส่วนร่วม แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันบีบคั้นเกิน มันไม่ค่อยมีช่วงพักสลับอารมณ์ให้คนดูแบบหนังสูตรสำเร็จทั่วไป (อย่าง The Ape ที่บางคนบอกมันเน้นอารมณ์ ดูแล้วรู้สึกเนือยๆ) นี่เป็นหนังที่โนแลนบอกว่าเป็นหนังทดลอง/ลองของของเขา แต่ Dunkirk นี่มันเหมาะกบการเล่าเรื่องแบบนี้ เพราะทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ตลอด คือเสียงดนตรีประกอบมันไม่ได้ล้นนะ เค้าจงใจเลยแหละ ถ้าเป็นผู้กำกับคนอื่นมาทำหนังทดลอง มาลองของอะไรแบบนี้หนังอาจจะเละก็ได้ แต่โนแลนประสบการณ์สูง เก๋าแล้วไง เลยเอาอยู่ เปรียบเหมือนจอมยุทธ์เก่งๆฝึกวิชามาหลากหลายแขนง วันนึงลองคิดค้นกระบวนท่าใหม่ๆ ผลคือได้กระบวนท่าสุดยอดออกมา คือมันไม่ใช่หนังทดลองแล้วแบบนี้ มันเป็นหนังแบบจัดจ้าน คมคายเลย




แต่อย่างที่โนแลนบอก ว่านี่ไม่ใช่หนังสงคราม เขาแค่ต้องการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเอาตัวรอด เพราะฉะนั้นใครจะหวังเห็นฉากอะไรยิ่งใหญ่ๆ สมจริงแบบในภาพประวัติศาสตร์จริงๆ จะไม่ได้เห็นในหนังเรื่องนี้ ทหาร 4 แสน แต่เห็นแค่ไม่กี่คน เหมือนมันมีกันแค่หลักพัน และก็หนังได้เรต PG-13 เพราะฉะนั้นต่อให้โดนระเบิดกันจังๆแค่ไหน ก็ไม่มีภาพโหดๆอวัยวะแขนขาขาดให้เห็น ทั้งเรื่องเห็นเลือดติดอยู่บนเสื้อตัวประกอบ 2 จุด และก็บทพูดในส่วนของมุมมองบนเรือที่พยายามยัดเยียดคำคมเข้ามา "คุณไม่มีอาวุธ คุณจะไปช่วยใคร บลาๆๆ" แต่มันฟังดูประดักประเดิดเหลือเกิน


# Thu 20 Jul 2017 : 8:45PM

ฮอนโก
member

Since 2015-09-10 10:57:11
(174 post)
ดนตรีนี่โคดของโคดแห่งความบิ๊ว ต้องชมฮานซิมเมอร์เลย

View all 2 comments >

# Thu 20 Jul 2017 : 9:42PM

FallsDowns
staff

Since 12/6/2011
(4906 post)
เดวขอไปดูก่อนแล้วจะมาคุยด้วยครัช (ยังไม่ได้ดูเบย ดูแต่ Valerian)

# Thu 20 Jul 2017 : 10:57PM

Exfreedom
member
ผู้พิชิตทากะ
Since 22/1/2007
(2454 post)
ผมดูโรง IMAX Paragon มา รู้สึกว่ามันสุดยอดมาก (ขนาดภาพ 1.43:1 นะครับสำหรับ IMAX 70mm)
มันเป็นระบบที่ทำให้หนังแสดงศักยภาพได้ที่สุดจริงๆ รู้สึกคุ้มค่ากับเงินกว่า 400 บาท ที่เสียไป

การดูหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงแก่นแท้ของภาพยนตร์ว่า "ภาพยนตร์คือศิลปะที่เล่าเรื่องด้วยภาพ" มันเหมือนเป็นการเข้าไปเรียนรู้วิธีการทำหนังมากกว่าไปเสพความบันเทิง

ด้านเนื้อหาดูแล้วกลมดีไม่ต้องคิดอะไรเพิ่มแบบ inception , The Prestige , Memento
เสียงประกอบให้ความรู้สึกกดดันทุกภาคส่วนของหนัง ทำเอานั่งไม่ติดเก้าอี้เลย

โดยรวมให้ประมาณ 8/10 ถ้าดูโรงธรรมดาคง 7/10

ปล.ชอบตัวอย่างแบบฟิล์มของ Star Wars The Last Jedi , Bladerunner 2049 ที่ฉายแปะก่อนเข้าตัวหนังมาก ดูแล้วแบบ "โอ้วว้าว วัยเด็ก"

# Fri 21 Jul 2017 : 1:34AM

HellRaiZer
member

Since 22/2/2010
(1465 post)
เป็นหนังที่พูดกันน้อยมาก แต่สามารถสื่อความหมายได้ด้วยภาพ และกริยาท่าทางของตัวละคร
ผมชอบเสียงประกอบมาก ทั้งเสียงดนตรีและเสียงเอฟเฟคต่างๆ มันรู้สึกกดดัดและลุ้นระทึกตลอดเวลา
โดยเฉพาะเสียงเครื่องบินตอนบินมาทิ้งระเบิด มันทำให้รู้สึกน่าหวาดกลัวจนขนลุกจริงๆ

โดยปกติหนังเรื่องนึง มักจะมีจุดพีค จุดไคลแม็กซ์อยู่จุดๆหนึ่ง แต่เรื่องนี้มันเหมือนกับว่า หนังทั้งเรื่องตลอดความยาวชั่วโมงครึ่งคือจุดไคลแม็กซ์ทั้งหมด
[Edited 1 times HellRaiZer - Last Edit 2017-07-21 04:56:22]

# Fri 21 Jul 2017 : 11:06AM

khum
member

Since 18/5/2006
(2650 post)
มันคุ้มกับที่ต้องไปนั่งเบียดเบาะที่ พารากอนไอแมก มั้ยครับ

# Fri 21 Jul 2017 : 10:10PM

banktoom
staff
เมานมตาลุงหัวหงอก
Since 2012-06-11 13:05:47
(16517 post)
หนังเน้นใช้บรรยากาศในการเล่าเรื่องแทนเรื่องก่อนที่เน้นบทพูดและปรัญญา ตัวหนังก็ดูแล้วเครียดและกดดันจนปวดกระเพาะเหมือนเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง interstellar แต่สนุกสู้ไม่ได้เลยค่อนไปทางไม่สนุก ถ้า interstellar ให้ s เรื่องนี้ให้เต็มที่ได้แค่ B-เท่านั้นแหละในความรู้สึกผม ตอนออกมาจากโรงก็ได้ยินคนบ่นเหมือนกันว่าทั้งดูไม่รู้เรื่องและไม่ค่อยสนุกด้วย

# Sat 22 Jul 2017 : 12:11AM

TheJokerz
member

Since 2013-11-13 22:29:27
(1377 post)
ดูแล้วชอบครับ แต่ไม่สุด สำหรับผมไม่ค่อยหน้าจดจำเท่าไหร่ เหมือนไม่มีอะไรเลยพอดูจบ แต่บรรยากาศ การแสดงนี้ สุดยอดจริงๆ ตอนเรือเล็กมาช่วยนี้ซึ้งมาก

แต่เครื่องบินเฮียแกจะขับได้นานไปไหน

# Sat 22 Jul 2017 : 2:02AM

toranin
member

Since 19/8/2008
(10409 post)
ภาพคนยืนหน้าวัด ถ้าเลนส์ 20mm ก็จะเห็นคนเต็มตัวแล้วเห็นวัดที่อยู่ด้านหลังเป็นหลังเล็กๆ, ถ้าเลนส์ 35mm ก็จะเห็นคนเต็มตัวแล้วเห็นวัดที่อยู่ด้านหลังมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก, แต่ถ้าเป็นเลนส์ 70mm จะเห็นคนเต็มตัว+วัดหลังใหญ่มากเห็นรายละเอียดของวัดชัดเจนมาก ถามว่าถ้าดูแบบ IMAX ที่พารากอนมันคุ้มไหม ผมว่าถ้ามีโอกาสก็น่าจะไปดู เพราะมันจะได้เห็นงานภาพแบบเต็มสูบของมัน

แล้วหนังที่จะมาแบบเต็มที่ของ IMAX มันไม่ได้จะมีมาบ่อยนะครับ บางทีเว้นนานเป็นสิบปี ไอ้ Avenger ที่ว่าถ่ายทำแบบ IMAX ทั้งเรื่อง นั่นคนละระบบนะครับ ไม่เต็มจอ+รายละเอียดเท่า Dunkirk นะครับ ถ้าพูดถึงระบบการฉายภาพแล้ว Infinity war ยังเทียบ Dunkirk ไม่ได้เลยนะครับ

ในเอเซียโรงหนังที่สามารถฉาย Dunkirk ได้แบบเต็มสูบมีแค่ 2 โรงเท่านั้น และพารากอนบ้านเราเป็นหนึ่งในสองโรงที่ว่า คนต่างชาติที่อยากดูยังต้องนั่งเครื่องมาดูนะครับ

# Sat 22 Jul 2017 : 2:48AM

toranin
member

Since 19/8/2008
(10409 post)
อันนี้ไม่เกี่ยวกับ IMAX นะครับ คือ IMAX ก็ช่วยเพิ่มอรรสรถให้มันเต็ม 100% ของหนังเรื่องนี้ ถ้าดูโรงธรรมดาก็อาจจะสัก 80% แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ตัวหนังมันโอเคอยู่แล้ว

ผมมองว่า Dunkirk ทำหน้าที่เหมือนเครื่องเล่นรถไฟเหาะพาผู้ชมเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ อารมณ์ความรู้สึกของทหารที่ต้องการเอาชีวิตรอดกลับบ้าน หนังอาจจะไม่มีอะไรให้กลับออกมาคิดมากนัก เพราะหนังเน้นให้เข้าไปสัมผัสอารมณ์ในขณะนั้น

"เรย์ คานีย์" ศาสตราจารย์ด้านภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยบอสตัน เขียนกฎการทำหนังไว้ 10ข้อ หนึ่งในนั้นคือ การทำหนังต้องทำในสิ่งที่ตัวเองได้รับประสบการณ์ใหม่ๆไปด้วย อาทิ การวางสถานการณ์ใหม่ๆ การเดินเรื่องที่คนดูจับไม่ได้ เมื่อหนังจบลงคนดูก็จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการชมหนังเรื่องนั้น ซึ่งตรงนี้โนแลนทำได้ยอดมาก



รายได้จากการฉาย Dunkirk รอบคืนวันพฤหัสบดี 5.5 ล้าน มากกว่า Interstella ที่ทำได้ 3 ล้านกว่าๆ ซึ่ง Interstella เปิดตัวสามวันแรกได้ถึง 47 ล้าน ก็ต้องรอดูกัน

Interstella - ทำเงินในบ้าน 188 ล้าน รวมทั่วโลก 675 ล้าน
Inception - ทำเงินในบ้าน 292 ล้าน รวมทั่วโลก 825 ล้าน

# Sat 22 Jul 2017 : 7:38AM

[LMD]Mozart
member

Since 10/12/2006
(17942 post)
ให้เต็ม 10 นะ

คือถ้าเทียบกับหนังที่ออกในปีนี้ทั้งหมด เรื่องนี้กินขาดมาก planet of ape ว่าเทพแล้ว เจอดันเคิร์กทีนี่จบเลย

มีโอกาศได้ออสก้าสูงมาก

หนังมันดีงาม ดูสนุก ย่อยไม่ยาก สื่ออารมดี ดึงอารมร่วมดี ภาพดี บทดี นำเสนอก็ดี

ดูจบแล้วรู้สึกอิ่มมาก ทั้งเรื่องไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย ไม่รู้ว่าจะไปหักคะแนนมันตรงไหนดี 555

ส่วนตัวผมเป็นติ่งโนแลนนะ ให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดของโนแลนเลย ส่วนตัวคิดว่าทำมาเหนือกว่า Memento อีก
[Edited 2 times [LMD]Mozart - Last Edit 2017-07-22 16:18:02]

# Sat 22 Jul 2017 : 8:22AM

avman555
member

Since 4/9/2010
(1193 post)
ให้ 7คะแนน สำหรับความสนุก ส่วนตัวผมเฉยๆมากเรื่องนี้ ไม่ลุ้นอะไรเลย



ถึงผมจะเฉยๆกับเรื่องนี้ และเป็นหนังของโนแลนที่ผมชอบน้อยที่สุด แต่ผมกลับคิดว่า โนแลน จะได้เข้าชิงออสการ์สาขาผู้กำกับ รวมทั้งในสาขาอื่น อย่าง กำกับภาพ บันทึกเสียง ด้วย จากเรื่องนี้ละนะ
[Edited 1 times avman555 - Last Edit 2017-07-22 12:49:15]

# Sat 22 Jul 2017 : 12:42PM

Black cat
member

Since 22/2/2007
(3168 post)
กำกับภาพ สวยมาก ดู imax ที่ paragon มา ภาพสุดจริง

ไม่รู้เทียบกับ imax ปกติแล้วจะเป็นไง

View all 1 comments >

# Sat 22 Jul 2017 : 1:17PM

CROWS
member

Since 14/3/2010
(2113 post)
สนุก แต่ใจมันให้ 7/10

# Sat 22 Jul 2017 : 2:15PM

"MnemoniC"
member

Since 2015-12-08 01:43:55
(2722 post)
ระบบการรับชมและหลายอย่างในหนังไม่เหมาะกับการดูในโรงปกติ มีส่วนของมุมภาพที่ฉายหลายแบบมากแต่ไม่ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับการฉายโรงปกติ ที่ได้จริงๆน่าจะเป็นระบบเสียง 7.1 ดอลบี้หรือซาวด์ชื่ออะไรไม่รู้ ที่ชัดเจนรอบทิศทางมากกว่าหนังสงครามเรื่องอื่นๆ นอกนั้นการกำกับของโนแลนก็ยังไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปจากดาร์กไนท์ ไรเซสมาก

โนแลนเล่าเรื่องแบบอินเซปชั่นกับเมเมนโต้ที่เล่าแบบมุมมองต่างกันหลายๆด้าน แล้วไปเฉลยถึงบทสรุปของหนังตอนภายหลัง แต่ดันเคิร์กก็ยังเทียบชั้นกับอินเซปชั่นไม่ได้ด้านชั้นเชิง และเล่าถึงทัศนคติ อุดมการณ์ และอีโก้ของมนุษย์ที่แตกต่างกัน ไปดูแค่การแสดงของดาราก็คุ้มตังค์แล้วเรื่องนี้ ถึงบทภาพยนตร์เรื่องนี้กระจายกันแบบเป็นพระเอกทุกคน แต่สุดท้ายก็ยังมีการโฟกัสไปหานักแสดงเด่นอยู่บ้าง
ดนตรีประกอบซาวด์เสียงเอฟเฟ็คต่างๆก็อยู่ในขั้นรางวัลออสการ์ จุดนี้ดันเคิร์กทำเพอร์เฟ็คสุดแล้วของหนัง

ด้านพล็อตเรื่องที่ไม่มีอะไรมากนอกจากหนีสงครามเพื่อกลับบ้าน โนแลนแทบไม่ได้ใส่ด้านไซด์เควสให้ตัวหนังเลย เล่าเนื้อเรื่องเป็นเส้นตรงดิ่งใส่ระบบลูกเล่นตัวเองเอง หนังสงครามที่เหมือนจะฟอร์มยักษ์แต่สเกลเล็กมากเมื่อเทียบกับ ฟิวรี่หนังสงครามที่ดูเล็กๆแต่มันอลังการด้านโปรดักชั่น หนังรถถังของแบรด พิทท์เมื่อสองสามปีก่อน
การหักมุมของสไตล์โนแลนก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากในดันเคิร์ก ตีบวกเพิ่มความงงในลูกเล่นถ่ายทอดหลายมุมมองไปซะอีก แต่ถ้าดูรอบสองคงจะจับทริคและอาจจะสนุกกับหนังเพิ่มขึ้น เพราะเข้าใจตอนรอบแรกแล้วว่าผู้กำกับจะสื่ออะไร

สรุปหนังก็ตามมาตรฐานของโนแลนที่เน้นคุณภาพด้านการถ่ายทำ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆโนแลนเก็บเรียบแทบไร้ที่ติด้านงานสร้าง
แต่ใครที่เคยและชอบดูหนังสงครามสไตล์แบบอเมริกันจ๋าแบบผม จะตอบเลยว่ามันไม่สนุกก็เพราะเหตุการณ์ในเรื่องมันไม่เกี่ยวกับอเมริกา มีแต่สมรภูมิยุทธศาสตร์ทางยุโรปเท่านั้น และที่สำคัญตัวโกงหรือตัวร้ายในเรื่องก็ไม่มี นอกจากเครื่องบินของนาซีและความดิบเดือดตัวละครเท่านั้น
คะแนนแบบคนดูหนังสงครามน่ะ 7/10 พอเพราะไม่บู๊เท่าสงครามอเมริกา และปลีกย่อยของเรื่องราวนายไม่มีให้เราไปต่อยอดเลยโนแลน

<<
<
1
2
3
>
>>
Reply
Vote




1 online users
Logged In :